ชาก้า นอยด์ปืนใหญ่หวังถกสโมสรเรื่องย้ายออกในช่วงมกราคม

ชาก้า

    นับตั่งแต่โดนอาร์เซนอลริบปลอกแขนกลับคืนไป กรานิต ชาก้าก็ไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามอีกเลย ทำให้ดาวเตะทัพนาฬิกาไม่พอใจกับสถานการณ์นี้เป็นอย่างมาก และหวังย้ายออกจากถิ่นเอมิเรตส์ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายผู้เล่นหลังปีใหม่

     ชาก้าโดนแฟนบอลอาร์เซนอลโห่ไล่เกมที่เจ้าตัวลงเล่นกับคริสตัลพาเลซ(เสมอ2-2) จนทำให้มิดฟิลด์ชาวสวิตซ์ตบะแตกด่าตอบโต้แฟนบอลซ้ำยังปาปลอกแขนกัปตันทิ้งลงกับพื้น จนทำให้อูไน เอเมรี่สั่งปลดออกจากตำแหน่งกัปตันทีม “ ผมต้องการรักษาจุดยืนของตัวเอง ใช่ผมยังมีสัญญากับอาร์เซนอล และผมกำลังรอเคลียร์กับสโมสร เราจำเป็นต้องหาทางออกในเรื่องนี้ ผมไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับสถานการณ์เหล่านี้ มันทำให้ความสนุกในการเล่นฟุตบอลของผมหายไป ” มิดฟิลด์วัย27ปีเผยถึงความรู้สึกน้อยใจที่ไม่ได้ลงสนามในช่วงหลัง

      แม้ว่าอูไน เอเมรี่กุนซือปืนใหญ่จะยังมอบความหวังกับชาก้าว่าพร้อมที่จะมอบโอกาสลงเล่นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่ทว่าหลังจากชาก้าที่โชฟอร์มดีกับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์(ลงเล่นเต็ม90นาทีถึงสองนัดแถมยิงประตูได้ในเกมชนะยิบรอลต้า6-1)แต่เจ้าตัวก็ยังไม่มีชื่อลงสนามในเกมดวลกับเซาธ์แธมตันอยู่ดี ทำให้เจ้าตัวชักหมดความอดทนที่จะรอคอยโอกาสลงเล่นกับทีมปืนใหญ่อีกต่อไป

อาร์เซนอลหัวไวเล็งโซบอสไลดาวรุ่งซัลบวร์กแทนที่ ชาก้า ไว้แล้ว

     มีรายงานเข้ามาว่าอาร์เซนอลไม่วิตกเลยกับโอกาสที่อาจเสียกรานิต ชาก้าออกไปจากทีม เนื่องจากพวกเค้าได้ส่งแมวมองเฝ้าตามดูฟอร์มตัวตายตัวแทนอย่างโดมินิค โซบอสไลกองกลางซ้ายธรรมชาติของเรดบูล ซัลบวร์กเอาไว้แล้ว

     โดมินิค โซบอสไลสวมเสื้อหมายเลข14ให้กับเรดบูล ซัลบวร์กชุดปัจจุบัน ตำแหน่งถนัดของเค้าคือตัวริมเส้นฝั่งซ้าย แต่ก็สามารถโยกมายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางได้เช่นกัน ที่น่าสนใจคือดาวเตะชาวฮังกาเรี่ยนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของซัลบวร์กได้สำเร็จทั้งที่มีอายุเพียง19ปีเท่านั้น ในซีซั่นนี้โซบอสไลลงเล่นไปแล้ว17นัดรวมทุกรายการยิงไปได้4ประตูและทำแอสซิสต์ให้เพื่อนไปอีก4ครั้ง ซึ่งคาดการกันว่าเจ้าหนูรายนี้น่าจะมีค่าตัวราว12ล้านปอนด์ซึ่งถือว่าไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับอาร์เซนอล เพียงแต่เงื่อนไขที่อูไน เอเมรี่จะได้รับอนุมัติให้เซ็นสัญญากับนักเตะรายนี้ก็คืออาร์เซนอลจะต้องปล่อยตัวกรานิต ชาก้าออกไปจากทีมให้ได้เสียก่อน

มุลเลอร์ คนเดิมกลับมาแล้วเมื่อเสือใต้ก้าวสู่ยุคของฮันซี่ฟลิค

มุลเลอร์

   ก่อนหน้านี้โธมัส มุลเลอร์มีข่าวว่าเริ่มไม่มีความสุขแล้วกับชีวิตค้าแข้งในอารีอันซ์ อารีน่าจนตามมาด้วยข่าวการย้ายทีมประปราย กระทั่งบาเยิร์น มิวนิคเปลี่ยนกุนซือมาเป็นฮันซี่ ฟลิค(ชั่วคราวได้คุมทีมถึงคริสมาสต์)ทำให้มุลเลอร์กลับมาลงเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง แถมยังมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะได้ถึงสามนัดติดต่อกันอีกต่างหาก

   ช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาโธมัส มุลเลอร์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด เมื่อเจ้าตัวถูกลดบทบาทเป็นเพียงสำรอง โดยนิโก้ โควัชกุนซือคนก่อนได้ประกาศต่อสาธารณะว่าจะไม่มีการันตีตัวจริงให้กับเค้าแต่จะเรียกใช้งานตามสถานการณ์ที่เหมาะสมเท่านั้น จนดูเหมือนว่ากองหน้าชาวเยอรมันใกล้จะหมดความอนาคตกับเสือใต้เต็มที แต่แล้วทันทีที่โควัชถูกไล่ออกไปมุลเลอร์ก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง แล้วแนวรุกวัย30กะรัตก็เริ่มมีส่วนร่วมกับเกมรุกของบาเยิร์น มิวนิคมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถทำแอสซิสต์ให้เพื่อนถึง3หนภายใต้การคุมทีมของกุนซือฮันซี่ ฟลิค

    มีการตั้งข้อสังเกตว่าฮันซี่ ฟลิค และโธมัส มุลเลอร์ต่างเชื่อมือกันเป็นอย่างดี เนื่องจากฟลิคเป็นหนึ่งในทีมสตาฟฟ์ให้กับทีมชาติเยอรมันมาหลายปี ที่สำคัญเทรนเนอร์วัย54ปียังมีส่วนสนับสนุน(เป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับโยอาคิม เลิฟ)ให้ทัพอินทรีเหล็กคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก2014ได้สำเร็จอีกต่างหาก ซึ่งในทีมชุดนั้นก็มีโธมัส มุลเลอร์เป็นแข้งหลักอยู่ด้วยนั่นเอง

มุลเลอร์ อวยฟลิคกระตุ้นความกระหายให้เสือใต้ได้เป็นอย่างดี

    นับตั้งแต่เปลี่ยนโค้ชมาเป็นฮันซี่ ฟลิค(กุนซือชั่วคราว)บาเยิร์น มิวนิคก็กลับมาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกครั้ง โดยสามเกมหลังสุดพวกเค้าชนะรวดแบบยิงรวมกัน10เม็ดแถมไม่เสียประตูเลยอีกต่างหาก “ เค้าให้อิสระกับนักเตะ ฟลิคเน้นย้ำเพียงทัศนคติบางอย่างเท่านั้น ซึ่งมันออกมาดีมากๆ เรา(บาเยิร์น มิวนิค)กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ไม่ว่าจะในแง่ของผลการแข่งขันหรือรูปแบบการเล่น ” มุลเลอร์กล่าวชื่นชมกุนซือคนใหม่

    นอกจากนี้มุลเลอร์ยังได้เผยถึงจุดเด่นในการสร้างอารมณ์ร่วมให้กับนักเตะเสือใต้ของ ฮันซี่ ฟลิค อีกด้วย “ โค้ชบางคนจะชอบนำเสนอรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แต่สำหรับฟลิคมันต่างออกไป เค้าบอกเราให้ดูผลงานที่ผ่านมา(ชนะดอร์ทมุนด์4-0,ชนะโอลิมเปียกอส2-0)จากนั้นเค้าก็บอกว่าพวกนายจะทำได้อีก เค้าชี้ให้เห็นถึงแรงบวกที่เราจะได้รับจากชัยชนะ มันคือแรงกระตุ้นชั้นเยี่ยม ผมประทับใจในสิ่งที่เค้าเติมเต็มให้กับพวกเรา ”

คล็อปป์ ยังส่องฟอร์มอยู่ตลอดวิลสันปีกตัวเช่าบอร์นมัธปลื้มใจ

คล็อปป์

    เวลานี้ฟอร์มการเล่นของแฮร์รี่ วิลสันตัวริมเส้นคนสำคัญของบอร์นมัธกำลังไปได้สวยหลังจากกดไปแล้ว4ประตูจากการลงเล่13นัด กลายเป็นแข้งหลักที่เอ็ดดี้ ฮาวจะขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว อย่างไรก็ดีวิลสันวัย22ปีนั้นก็ยังคงเป็นสมบัติอันล้ำค่าของลิเวอร์พูลอยู่ดีเพราะในปีนี้เจ้าตัวแวะมาเก็บเลเวลผ่านสัญญายืมตัวเท่านั้น โดยวิลสันออกมาเปิดเผยว่าเจอร์เกน คล็อปป์กุนซือหงส์แดงยังคงติดตามดูฟอร์มการเล่นของตนอย่างต่อเนื่อง

    “ ผมพอใจกับผลงานในตอนนี้ การได้ลงเล่นต่อเนื่องเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม ยิ่งผมเริ่มทำประตูได้ติดต่อกันมันยิ่งทำให้ผมคิดฝันว่าจะบางทีผมอาจจะได้กลับไปเล่นให้ลิเวอร์พูลในปีหน้า มันไม่ใช่ความเพ้อฝันหรอก เพราะหลังจากเกมที่ผมเล่นกับซิตี้ เจอร์เกน คล็อปป์ก็ส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับผมทันที(แม้ว่าบอร์นมัธจะแพ้1-3) เค้าบอกว่ามันเป็นประตูที่เจ๋งมาก การได้เจอกับอะไรแบบนี้ทำให้ตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าผมถูกยืมตัวออกมาแล้วแต่เค้าก็ยังให้ความสำคัญกับผมอยู่ เจ้าช่ายเป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมจริงๆ หวังว่าผมจะได้ร่วมงานกับเค้ามากกว่านี้ในปีหน้า ” วิลสันปีกตัวยืมของบอร์นมัธกล่าวอย่างมีหวัง

คล็อปป์ คือเอกอุด้านจิตวิทยาที่แม้แต่นักเตะทีมคู่แข็งยังซูฮก

    เจอร์เกน คล็อปป์เป็นผู้จัดการทีมที่มีความโดดเด่นในด้านการสร้างแรงกระตุ้นที่ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหน้าไหนต่างให้การยอมรับ อย่างล่าสุด เควิน เดอ บรอยด์นักเตะของแมนซิตี้ยังออกปากว่าเสียดายที่ไม่เคยร่วมงานด้วย เนื่องจากคล็อปป์เองก็อยากได้ตัวเดอ บรอยด์ตั้งแต่สมัยยังคุมทีมโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์แต่จังหวะไม่ดีที่ในเวลานั้นเชลซีไม่ยอมปล่อยตัว

     หรือแม้แต่นักเตะบาเซโลน่าหลายคนก็ยังคงกังขาว่าเจอร์เกน คล็อปป์ใช้แนวทางไหนในการปลุกใจให้ลิเวอร์พูลกลับมาเขี่ยพวกเค้าตกรอบในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อปีก่อน ซึ่งชัยชนะในครั้งนั้นเป็นเสมือนผลงานระดับมาสเตอร์พีชที่กูรูลูกหนังต่างยกให้เทรนเนอร์ชาวเยอรมันเป็นที่หนึ่งในด้านการปลุกเร้าทีม

     ยิ่งในซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลเองสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะได้บ่อยครั้ง จนนักเตะคู่อริอย่างรอย คีน และแกรี่ เนวิลล์ต่างยอมศิโรราบให้คล็อปป์กันทั้งหมด จึงไม่แปลกเลยที่แม้แต่แฮร์รี่ วิลสันจะหลงไหลในคารมณ์ของกุนซือจอมจิตวิทยารายนี้เช่นกัน

อิกัวอิน แมว9ชีวิตที่กลับมาเด่นกับยูเว่ได้อีกคำรบเพราะซารี่

อิกัวอิน

   ทั้งที่ซีซั่นที่แล้วกอนซาโอ อิกัวอินได้ถูกยูเวนตุสปล่อยยืมไปให้กับทั้งเชลซี และมิลานเอาไปใช้งาน จนแฟนบอลทั่วไปเข้าใจว่าดาวยิงวัย31ปีน่าจะหมดอนาคตกับเบียงโคเนรี่ไปแล้ว ทว่าชะตากลับพลิกผันเมื่อยูเวนตุสแต่งตั้งเมาริซิโอ ซารี่เข้ามารับตำแหน่งกุนซือ เพราะซารี่ที่ชอบใจในฝีเท้าของอิกัวอินมาตั้งแต่ยังทำงานด้วยกันที่สแตนฟอร์ดบริดจ์(สนามเหย้าของเชลซี)กลับให้โอกาสดาวยิงฟ้าขาวได้มีส่วนร่วมกับทีมอีกครั้งกระทั่งอิกัวอินกลายเป็นตัวหลังของทัพมาแล้วในซีซั่นนี้ไปโดยปริยาย

   กอนซาโอ อิกัวอินเคยถูกวิจารณ์อย่างหนักไม่ว่าจะเป็นสภาพความฟิต(โดนตำหนิว่าอ้วน)รวมถึงผลงานการจบสกอร์ที่ไม่เฉียบคมเหมือนเดิมจนดูเหมือนว่าจะไม่อยู่ในแผนการทำทีมของกุนซือคนก่อนหน้าหน้าอย่างแม็กซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ทว่าเมื่อปีนี้ยูเวนตุสเป็นให้ซารี่เค้มาทำทีม กลับกลายเป็นว่าอิกัวอินกลับมาเป็นตัวหลักในแดนหน้าอีกครั้งผ่านการลงเล่นไปแล้ว14เกมจากทุกถ้วยทั้งยังยิงไป3ประตูพร้อมทำทางให้เพื่อนอีก4แอสซิสต์

   เมาริซิโอ ซารี่สิงห์รมควันแห่งวงการลูกหนังเลี่ยนเป็นคนหนึ่งที่เชื่อมั่นในฝีเท้าอิกัวอินมาโดยตลอด โดยเมื่อครั้งที่ดาวยิงอาร์เจนไตน์ประสบปัญหาไม่สามารถปรับตัวกับเชลซีได้(เวลานั้นซารี่คุมเชลซีอยู่)ซารี่ก็ยังเชื่อมั่นเสมอว่ากองหน้ารายนี้มีศักยภาพที่จะเล่นฟุตบอลระดับสูงได้อีกหลายปี ก่อนที่ทั้งคู่จะโคจรกลับมาพบกันอีกครั้งที่ตูริน แล้วก็ได้กลายเป็นนายบ่าวที่เกื้อหนุนกันอย่างเหนียวแน่น

อิกัวอิน หนังเหนียวม้าลายกำลังดำเนินการขยายสัญญาฉบับใหม่

    ด้านฟาบิโอ ปาราติซี่ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของยูเวนตุสได้ออกมาช่วยสนับสนุนว่าอิกัวอินยังคงเป็นผู้เล่นระดับซุปเปอร์สตาร์ของทีมต่อไป “ กอนซาโล่มีฟอร์มการเล่นที่มหัศจรรย์  เค้ากลับมาเล่นฟุตบอลอย่างมีความสุขอีกครั้ง เราไม่เคยสงสัยในฝีเท้าของเค้า กอนซาโล่ยังคงเป็นคนสำคัญของเราเสมอ เราดีใจที่ปีนี้มีเค้าอยู่กับทีม ”

      “ สถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อปีก่อนกอนซาโล่ถูกมิลานยืมตัวไป แต่เมื่อช่วงซัมเมอร์เค้าแจ้งกับเราว่าเค้าอยากอยู่ต่อ เค้าเชื่อมั่นว่าสามารถสร้างความแตกต่างให้ทีมได้ อย่างที่เห็นกอนซาโล่กำลังมั่นใจขึ้นเรื่อย และเค้าอยู่กับเราต่อไป เราเชื่อว่าจะสามารถบรรลุข้องตกลงกันได้ในเร็ววัน ” ปาราติซี่ ผอ.กีฬาม้าลายกล่าวทิ้งท้าย

ปีศาจเเดง กำลังเจรจาราล์ฟรังนิกหวังแต่งตั้งเป็นผอ.กีฬาคนใหม่

ปีศาจเเดง

   แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดประสบปัญหาการดีลซื้อขายผู้เล่นมาตลอดในช่วงหลัง โดยส่วนหนึ่งเชื่อว่าเป็นผลมาจากพวกเค้าไม่มีผู้อำนวยการกีฬาชื่อดังเหมือนทีมอื่นๆ ซึ่งเทรนด์ฟุตบอลในยุคนี้บุคลากรในตำแหน่งนี้เปรียบเหมือนหัวใจสำคัญที่จะส่งผลในการเจรจาซื้อขายผู้เล่นโดยตรง และในระยะหลังก็มีข่าวว่าปีศาจแดงพร้อมจะดึงอดีตแข้งอย่างปาทริซ เอวร่า และเอ็ดวิน ฟาน เดอร์ซามารับบทบาทนี้แต่จวนแล้วจวนรอดก็ยังเป็นเพียงโปรเจกลมปากเท่านั้น กระทั่งล่าสุดได้มีสื่อดังในอังกฤษก็ได้ปูดข่าวใหม่ว่าปีศาจกำลังแอบเจรจากับราล์ฟ รังนิกผู้อำนวยการกีฬาของแอร์เบ ไลป์ซิกและน่าจะบรรลุข้อตกลงกันได้ในอีกไม่นาน

   สื่อดัง ดิ แอธเลติกได้เปิดเผยว่าเอ็ด วู้ดเวิร์ดรองประธานฝ่ายบริการของแมนยูฯได้เดินหน้าเจรจากับราล์ฟ รังนิกแล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่อดีตกุนซือไลป์ซิกจะยอมมารับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งหากรังนิกยอมรับงานนี้จริงสาวกปีศาจแดงต้องตาลุกวาวอย่างแน่นอนเนื่องจากเจ้าตัวมีเครดิตทั้งแง่ของการบริหารจัดการทีมและการเสริมทัพที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นการดึงนักเตะฝีเท้าดีเข้าให้ไลป์ซิกใช้งานอย่างมากมาย อาทิ ติโมร์ แวร์เนอร์,นาบี้ เกอิต้า,ปาทริค ชีค,ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ และเอมิล ฟอสเบิร์ก

รังนิกหวังประเดิมงานด้วยดีลมุลเลอร์และแวร์เนอร์ให้ ปีศาจเเดง

    และหากราล์ฟ รังนิกยอมเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของแมนยูฯจริง ก็จะช่วยให้สองเป้าหมายหลักอย่างโธมัส มุลเลอร์ และติโมร์ แวร์เนอร์นั่นสามารถย้ายซบปีศาจแดงได้ง่ายยิ่งขึ้น เนื่องจากรังนิกคลุกคลีลีกเมืองเบียร์เป็นอย่างดี อีกทั้งมีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งนักเตะและสโมสรต้นสังกัดอีกต่างหาก

    ติโมร์ แวร์เนอร์ นั้นกำลังตกเป็นเป้าหมายของคู่ปรับอย่างลิเวอร์พูลเช่นกัน ซึ่งเชื่อแน่ว่ารังนิกน่าจะมีทางทำให้ดาวยิงดีกรีทีมชาติเยอรมันยอมเปลี่ยนใจมาสวมยูนิฟอร์มสีแดงที่เมืองแมนเชสเตอร์ได้อย่างแน่นอน เพราะรังนิกเองนี่ละที่เป็นคนปลุกปั้นแวร์เนอร์มากับมือ หรือจะเป็นโธมัส มุลเลอร์ที่มีสถานะเป็นตัวสำรองเท่านั้น แต่บาเยิร์น มิวนิคก็ยังสงวนท่าที่ไม่พร้อมปล่อยตัวก็ไม่น่าจะเกินมือรังนิกที่จะหาทางปิดดีลให้จงได้

   โดยการที่บอร์ดบริหารของปีศาจแดงหวังจะยกตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้ให้กับราล์ฟ รังนิกเนื่องจากพวกเค้ามองว่าผู้ที่จะมารับบทบาทนี้จำเป็นต้องมีประสบการณ์และมีหน้ามีตาในวงการลูกหนังยุโรป ซึ่งตัวเลือกก่อนหน้าอย่างเอวร่า และฟาน เดอร์ซานั่นต่างยังบารมีไม่ถึงด้วยกันทั้งสิ้น

เชสนี่ สบายตัวม้าลายเตรียมจับยืดสัญญาเพื่อจองมือหนึ่งระยะยาว

เชสนี่

    ก่อนหน้านี้ไม่นานเพิ่งจะมีกระแสร่ำลือว่าเมาริซิโอ ซารี่ต้องการผู้รักษาประตูคนใหม่อย่างดาบิด เด เคอา ทว่าจวนแล้วจวนรอดวอยเชียค เชสนี่ก็คงได้ลงเล่นให้ยูเวนตุสอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งอัพเดตล่าสุดสื่อดังแดนรองเท้าบูทได้กระพือข่าวว่าเบียงโคเนรี่กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับนายทวารชาวโปแลนด์ อันเป็นนัยยะสำคัญว่าเชสนี่จะคงเป็นมือหนึ่งของยูเวนตุสต่อไปอีกนาน

    วอยเชียค เชสนี่ลงเฝ้าเสาให้ยูเวนตุสไปแล้วทั้งสิ้น71นัดพร้อมกับสถิติ35คลีนชีตซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ ซ้ำยังเป็นดีลที่ยูเวนตุสคุ้มค่าอย่างมากเนื่อจากได้ตัวมาจากอาร์เซนอลด้วยราคาเพียง12.2ล้านยูโรเท่านั้น และผลงานในซีซั่นนี้เจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างประทับใจจนไอ้ม้าลายต้องวางแผนที่จะขยายสัญญาออกไปอีกสามปีด้วยกัน เพราะสัญญาเดิมของเจ้าตัวใกล้จะหมดลงแล้วในช่วงเดือนมิถุนายน2021นั่นเอง ทั้งนี้รายงานยังแอบแฉอีกว่าที่ซารี่ยอมเปลี่ยนใจมอบสัญญาใหม่ให้กับเชสนี่ก็เป็นเหตุมาท่าที่ของดาบิด เด เคอาตัดสินใจปต่อสัญญากับแมนยูฯ อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้รักษาประตูดีกรีทีมชาติสเปนคงไม่คิดย้ายออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน

เชสนี่ สถิติไม่ธรรมดาเคยเบียอลิสซง&บุฟฟ่อนนั่งสำรองมาแล้ว

    นอกจากนี้วอยเชียค เชสนี่ยังมีสถิติเบียดผู้รักษาประตูระดับโลกอย่างอลิสซง เบ็คเกอร์ และจิอันลุยจิ บุฟฟ่อนจนทั้งสองต้องนั่งรอข้างสนามมาแล้ว โดยเมื่อซีซั่น2016/17เจ้าตัวถูกโรม่ายืมตัวไปใช้งานก็ปรากฎว่าเชสนี่ได้ครองมือหนึ่งและลงเล่นไปกว่า39เกม ในขณะที่อลิสซง เบ็คเกอร์ในเวลานั้นเพิ่งย้ายมาอยู่ทัพหมาป่าเป็นปีแรกและยังปรับตัวไม่ได้จึงได้ลงเล่นไปเพียง15นัดเท่านั้น หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ย้ายมาอยู่ยูเวนตุสและในซีซั่น2017/18 และเข้ามาสลับกันลงเล่นกับบุฟฟ่อน จนทำให้ปีต่อมาบุฟฟ่อนต้องอำลาทีมเพื่อย้ายไปอยู่กับเปเอสเช และวอยเชียค เชสนี่ก็ครองตำแหน่งมือหนึ่งของเบียงโคเนรี่นับแต่นั้นเป็นต้นมา

    วอยเชียค เชสนี่ก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของอาร์เซนอล โดยได้เล่นให้ทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุเพียง19ปีเท่านั้น  ทว่าด้วยผลงานในสีเสื้อปืนโตของเจ้าตัวกลับไม่โดดเด่นมากนักเมื่อเก็บคลีนชีตได้เพียง72เกมจากการลงเฝ้าเสา181นัด จนถูกอาร์แซน เวนเกอร์ปล่อยตัวออกให้กับได้ม้าลายในปี2017 และหลังจากย้ายมาเป็นนักเตะของยูเวนตุสเชสนี่ก็พัฒนาตัวเองขึ้นไปอย่างมาก จนกลายเป็นผู้รักษาประตูระดับแนวหน้าคนหนึ่งของลีกอิตาลี่เลยทีเดียว

เอเมรี่ และชาก้าสองคู่หูที่นับถอยหลังรออำลาปืนใหญ่ได้เลย

เอเมรี่

   กรานิต ชาก้ากัปตันทีมอาร์เซนอลกำลังตกอยู่ในภาวะลำบากหนักเมื่อเจ้าตัวได้แสดงปฏิกิริยาอันสะท้อนถึงความไร้ภาวะผู้นำระหว่างการโดนเปลี่ยนตัวออกทั้งโยนปลอกแขนกัปตันลงพื้น,โบกมีเย้ยแฟนบอล และถอดเสื้อแข่งออกอย่างเสียอารมณ์แล้วเดินเข้าอุโมงค์ไปทันที ไม่เพียงเท่านั้นดาวเตะชาวสวิตซ์ยังไปมีเรื่องทะเลาะกับแฟนบอลระหว่างขับรถออกจากสโมสรอีกต่างหาก ชนิดที่เอเมรี่ที่ปกติให้ท้ายชาก้ามาตลอดก็ยังต้องออกมายอมรับว่านักเตะผิดจริง(แบกไม่ไหวแล้ว)

    เรียกว่าสร้างงานใหญ่ให้อูไน เอเมรี่ทันที ด้วยผลงานในสนามก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วสองนัดหลังสุดในลีกไม่ชนะใครเลย ซ้ำร้ายลูกรักอย่างกรานิต ชาก้ากลับมามาสร้างปัญหานอกสนามให้กับทีมอีก ชนิดที่เรียกได้ว่าทั้งชาก้าและอูไนกำลังกลายเป็นผีเน่ากับโลงผุในทันที พร้อมข่าวยืนยันว่าสแตน โครเอนเก้ได้เรียกตัวเทรนเนอร์ชาวสเปนเข้าพบเป็นการส่วนตัวแล้ว แม้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงบทบาทผู้จัดการทีมแต่ทว่ามันเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่าสถานะความมั่นคงของเอเมรี่เริ่มไม่มั่นคงแล้ว

อาร์เซนอลห้องแต่งตัวร้อนแล้วลากากดไลท์ทวิตอ่า เอเมรี่ ชาก้าแล้ว

    อันที่จริงประเด็นการไม่ใช่งานเมซุต โอซิลนั้นก็เป็นเครื่องหมายคำถามที่แม้แต่นักเตะของอาร์เซนอลเองก็คิดไม่ต่างกับแฟนบอลเพียงแต่พวกเค้าไม่ได้ออกมาให้ข่าวอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง อย่างเช่นแฟนบอลรายหนึ่งที่ได้ไปโพสถามโอบาเมยองในโลกโซเชียลว่าทำไมไม่มีชื่อโอซิลในทีมแล้วรองกัปตันทีมปืนใหญ่ก็ได้มาทวิตต์ตอบว่าเค้าเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเป็นเช่นนั้น หรือผลงานแม๊ตซ์ล่าสุดก็ได้มีแฟนบอลทวิตต์ตำหนิผลงานของชาก้าและเอเมรี่ไปพร้อมๆกัน ซึ่งปรากฎว่ากองหน้าอย่างอเล็กซองด์ ลากาแซ็ตก็ได้ไปกดไลท์ทวิตต์ดังกล่าวอย่างหน้าตาเฉย

     เชื่อว่าบรรยากาศในห้องแต่งตัวของทีมปืนใหญ่เองตอนนี้กำลังมีคลื่นใต้น้ำอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อดูจากแนวโน้มการบริหารจัดการของอูไน เอเมรี่แล้วบอกได้เลยว่ากูไม่กลับ ทรงบอลไม่มีแต่โอซิลก็ไม่มีชื่อ,นักเตะที่ผลักดันมาตลอดอย่างชาก้าก็สะท้อนให้เห็นว่าไม่คู่ควรที่จะเป็นกัปตันทีม และนักเตะในทีมเริ่มเสียงแตกกันไปอีกเมื่อห้องแต่งตัวมีปัญหาไม่มีทางเลยที่ผลการแข่งขันจะเป็นใจได้  ก่อนหน้านี้อูไน เอเมรี่ก็เคยล้มเหลวมาแล้วกับการจัดการนักเตะเปเอสเชมาแล้ว  ฉะนั้นนี่คงจะเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าอูไน เอเมรี่เป็นกุนซือที่หวานแต่รูป…จูบไม่หอม!

อูไน บ้าน้ำลายชาลีนิโคลัสด่าโลกิดร็อปโอซิลจนปืนหลุดท็อปโฟว์

อูไน

    ให้หลังผลงานอันต่ำตมของอูไน เอเมรี่ที่พาอาร์เซนอลออกไปพ่ายทีมน้องใหม่พรีเมียร์ฯอย่างเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดมา0-1 ตำนานแข้งปืนอย่างชาลี นิโคลัสก็ได้ออกมาโจมตีเทรนเนอร์ชาวสเปนทันทีว่าชอบพูดอย่างทำอย่างจนตอนนี้นักเตะในทีมสับสนไปหมด อีกทั้งยังตั้งคำถามเกี่ยวกับการที่เมซุต โอซิลไม่มีชื่อแม้กระทั้งตัวสำรองข้างสนามว่าเป็นเพราะนักเตะไม่พร้อมหรือเอเมรี่ไม่มีคู่มือการใช้งานจอมทัพชาวเยอรมันกันแน่

     “ ผมพูดเสมอว่าการไม่มีโอซิลในสนามจะไม่มีปัญหาถ้าอาร์เซนอลชนะและฟอร์มดี ซึ่งวันนี้ไม่ใช่และมันทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามอีกครั้งว่าทำไมนักเตะระดับโอซิลถึงไม่มีชื่อในทีม นี่คือนักเตะที่พิสูจน์ผลงานในสนามมาแล้วกับทั้งในระดับทีมชาติและสโมสร แต่อูไน เอเมรี่กลับบอกว่าเค้ายังไม่เต็มที่ในการซ้อม ผมได้ยินประโยคนี้ปั๊ปผมนี่อึ้งไปเลย โอซิลอยู่กับเวนเกอร์มา5ปี เวนเกอร์ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย ผมไม่อยากก้าวล่วงงานผู้จัดการทีมนะแต่ถ้าคุณคิดจะงัดข้อกับนักเตะที่เป็นขวัญใจของแฟนบอลคุณก็ต้องมีกึ๋นพอ คุณต้องแสดงให้เห็นว่าทีมเดินต่อไปได้ตามแนวทางที่คุณเชื่อ แต่ที่สิ่งที่อูไนกำลังทำกับอาร์เซนอลนี่ไม่ใช่เลย ”

     “ อูไนเอาแต่บอกว่าโอซิลเริ่มทำได้ดีแล้ว เค้าดีขึ้นๆแต่เค้าก็ไม่มีชื่อในทีมซักที ต้องรอปีหน้าให้เปลี่ยนผู้จัดการทีมก่อนละมั้งโอซิลถึงจะกลับมาชื่อในทีมอีกครั้ง อาร์เซนอลกำลังเดินทางผิด พวกเค้ามีนักเตะที่พร้อมใช้งานแต่ทะลึ่งจะไปลองผิดลองถูกให้เสียเวลา ผมว่าอาร์เซนอลกำลังมีปัญหาแล้ว ” อดีตดาวยิงปืนใหญ่ในยุค80ระเบิดอารมณ์

นิโคลัสหยาม อูไน ถามเด็กยังรู้ถ้ามีปรือช่วยโอบา&ลากาแซตต์ยิงกระจาย

    ชาลี นิโคลัสที่เคยเล่นเป็นกองหน้ามาก่อนยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าเมซุต โอซิลนั้นมีจุดแข็งที่การทำทางให้เพื่อนซึ่งถ้าหากใช้งานเป็นละก็ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยอง และอเล็กซองด์ ลากาแซตต์จะทำประตูได้มากมายกว่านี้อีก “ ด้วยความเคารพต่อเอเมรี่นะ แต่ไปถามเด็กประถมยังรู้เลยว่าการมีโอซิลในสนามก็เท่ากับมีโอกาสที่จะมีการทำทางสวยๆ ลูกทีเด็ดทีขาด ซึ่งจะช่วยให้โอบาเมยอง และลากาแซตต์ยิงประตูได้มากขึ้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผู้จัดการทีมของอาร์เซนอลถึงดูไม่ออก ” ชาลี นิโคลัสในวัย57กะรัตกล่าวแดกดัน

มิลาน การเงินวิกฤตหลังตัวเลขงบดุลล่าสุดขาดทุนกว่า126ล้านยูโร

มิลาน

    ถ้าใครที่ติดตามฟุตบอลยุโรปมาซัก20ปีขึ้นจะเห็นตรงกันว่าปัจจุบันวงการลูกหนังอิตาลี่นั้นตกต่ำลงไปอย่างมาก ไม่ว่าจะในแง่ของเม็ดเงินหรือคุณภาพเกมการแข่งขัน ทั้งที่ในยุค90ศึกกัลโช่ เซเรียอาเปรียบเสมือนเวทีกลางที่สตาร์ลูกหนังโลกต่างตบเท้าเข้ามาโชว์ฝีเท้าอย่างไม่ขาดสาย และทีมที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคนั้นคงหนีไม่พ้นเอซีมิลาน ทว่าสถานการณ์ปัจจุบันทีมรอสโซเนรี่กลับกลับดำดิ่งกับใครเพื่อน เมื่อซีซั่นนี้พวกเค้าอดลงเล่นในศึกยูโรป้าลีกส์เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารงานเงิน(ขาดทุนต่อเนื่องมาแล้ว3ซีซั่นหลังสุด) และตัวเลขงบดุลของมิลานก็ยังคงไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อพวกเค้าก็ยังขาดสภาพคล่องต่อไปด้วยการมีตัวเลขขาดทุนสูงกว่าที่คาดการไว้อย่างน่าตกใจ

    เอซีมิลานมีปัญหาทางด้านการเงินมาตลอดในช่วงหลังอันส่งผลให้พวกเค้าไม่สามารถดึงผู้เล่นชั้นดีเข้ามาช่วยทีมได้ และแน่นอนว่าผลงานในสนามของพวกเค้าก็ไม่ได้สดใสเหมือนเดิม แต่ถึงจะดำเนินนโยบายซื้อขายผู้เล่นอย่างรัดเข็มขัดแล้วก็ตามทว่าด้วยการสถานะสโมสรที่ไม่มั่นคงเหมือนเคยก็ทำให้เม็ดเงินจากสปอนเซอร์และการจำหน่ายตั๋วไม่เป็นไปตามคาด และมันส่งผลต่องบประมาณการเงินของมิลานโดยตรงจนทำให้พวกเค้าดำเนินการขาดทุนถึง126ล้านยูโรซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าพวกเค้าประเมินไว้เบื้องต้น(ประมาณการว่าขาดทุนไม่เกิน90ล้านยูโร)

มิลาน จ่ายเรี่ยราดเมื่อมีค่าเหนื่อยรวมสูงอันดับ4ในศึกกัลโช่

    เมื่อถอดรหัสความล้มเหลวทางการเงินของมิลานแล้วจะพบว่าพวกเค้าจัดเว่าเป็นทีมที่อัดฉีดค่าเหนื่อยให้กับนักเตะ โดยซีซั่นนี้พวกเค้ามีค่าใช้จ่ายนับรวมเฉพาะค่าเหนื่อยผู้เล่นรวมกัน115ล้านยูโรสูงเป็นอันดับสี่ในอิตาลี่ ซึ่งนับตั้งแต่พวกเค้าได้แชมป์กัลโช่ เซเรียอาครั้งล่าสุดในซีซั่น2010/11 พวกเค้าก็ยังคงมือเติบกับการแจกจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะในขณะที่ความสำเร็จในสนามกลับไม่สอดคล้องจนกลายเป็นปัญหาพอกพูนมาจนปัจจุบัน และมันก็ได้กลายเป็นเงื่อนไขผูกมัดตัวเองนั่นคือการจะไม่ได้สิทธไปเล่นถ้วยยุโรปไม่ว่าจะเป็นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกหรือยูโรป้าลีกส์ เนื่องจากยูฟ่ายังคงไม่อนุญาตให้ทีมที่ทำผิดกฏไฟแนนเชียลแฟร์เพลย์(ดำเนินการบริหารการเงินอย่างไร้เสถียรภาพ)ให้เข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์เหล่านี้อย่างแน่นอน และการอดเล่นถ้วยยุโรปนี่เองที่ส่งผลให้มิลานขาดสภาพคล่องต่อไปเนื่องจากไม่ได้เงินสนับสนุนจากทางยูฟ่า(เงินอัดฉีดจาการลงเล่นและเข้ารอบ)นั่นเอง

ซามพ์โดเรีย ได้กุนซือใหม่แล้วประกาศเซ็นรานิเอรี่รับงานคุมทัพ2ปี

ซามพ์โดเรีย

   ด้วยผลงานอันย่ำแย่ของซามพ์โดเรียที่เพิ่งจะมีเพียงสามคะแนนจากการลงเล่น7เกมจนลงเอยด้วยการนอนแข่อยู่ท้ายตารางกัลโช่ เซเรียอา เป็นเหตุให้บลูเชอร์คิอาตี้ตัดสินใจแยกทางกับกุนซือยูเซบิโอ ดิฟรานเชสโก้ไปเป็นที่เรียบร้อย ทั้งที่เพิ่งจะรับงานทีมได้เพียง4เดือนเท่านั้น

   ทว่าภายหลังจากตำแหน่งผู้จัดการทีมของลาซามพ์ว่างลงได้เพียงไม่กี่วัน พวกเค้าก็ได้เปิดตัวเคราดิโอ รานิเอรี่ให้เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยเดอะทิงเกอร์แมนจะมีสัญญาผูกมัดกับซามพ์โดเรียไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล2021และรับค่าจ้างราวสัปดาห์ละ34,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ และด้วยประสบการณ์ทำงานที่โชกโชนของรานิเอรรี่ก็ทำให้มัสซิโม่ เฟร์เรโร่ประธานสโมสรซามพ์โดเรียเชื่อมั่นว่ากุนซือวัยดึกจะพาทีมกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง โดยรานิเอรี่จะประเดิมผลงานนัดแรกด้วยการเปิดรังลุยจิ แฟร์ราริส(สนามเหย้าของซามพ์โดเรีย)ต้อนรับการมาเยือนของทีมเก่าอย่างโรม่า(รานิเอรี่เพิ่งแยกทางกับโรม่าเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมา)

รานิเอรี่ได้งานเพราะต็อตติ&คาสซาโน่ช่วยเชียร์ประธาน ซามพ์โดเรีย

   โดยสื่อในอิตาลี่กระพือข่าวพร้อมกันว่าสาเหตุที่ซามพ์โดเรียมอบความไว้วางใจให้รานิเอรี่มารับงานร้อนชิ้นนี้ เนื่องจากทั้งฟรานเชสโก้ ต๊อตติ และอันโตนิโอ ศาสซาโน่ต่างออกหน้าการันตีต่อท่านประธานมัสซิโม่ เฟร์เรโร่ว่ากุนซือรายนี้มีโอกาสที่จะนำทีมกลับมาจากวิกฤตได้ โดยต๊อตติอ้างอิงถึงผลงานชิ้นโบว์แดงที่รานิเอรี่เคยนำเลสเตอร์ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่น2015/16 ทั้งที่ทีมจิ้งจอกสยามก็ไม่ได้มีแข้งดังอะไรมากมาย รวมถึงกุนซือรายนี้ยังมีประสบการณ์คุมทัพมาแล้วในหลายลีกของยุโรปไม่ว่าจะเป็นลีกอิตาลี่,สเปน,ฝรังเศส และอังกฤษ

    อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือนัดแรกที่รานิเอรี่จะได้นำซามพ์โดเรียรับมือกับทีมโรม่าในวันที่20ต.ค.ที่กำลังจะมาถึงนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดตัวทำงานครั้งแรกกับสโมสรใหม่แล้วยังจะเป็นวันครบรอบวันเกิดในวัย68ปีของอดีตกุนซือโรม่าอีกต่างหาก จนทำให้แฟนบอลลาซามพ์ต่างเชื่อมั่นว่าพวกเค้าได้ฉลองในวันดังกล่าวแบบสองเด้งอันได้แก่ การกลับมาเก็บสามแต้มได้อีกครั้งในรอบ4เกมของทีมโปรด(ซามพ์โดเรีย) และเป็นการแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับกุนซือป้ายแดงรายนี้ไปพร้อมๆกัน