ปาร์คเกอร์ หยามแม็คโทมิเน่ย์ไม่เจ็บผลงานผีก็ไม่แจ่มไปกว่านี้

ปาร์คเกอร์

   ฟอร์มในระยะหลังของปีศาจแดงชักจะไม่สดใสเมื่อ3เกมหลังสุดพวกเค้าไม่ชนะใครเลย ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่สก็อต แม็คโทมิเน่ย์มีอาการบาดเจ็บพอดีจนทำให้แฟนผีจำนวนไม่น้อยยังตั้งแง่ว่าหากมิดฟิลด์วัย23ปียังมีชื่อลงเล่นพวกเค้าจะต้องทำผลงานได้ดีกว่านี้อย่างแน่นอน จนทำให้พอล ปาร์คเกอร์อดีตนักเตะรุ่นพี่ต้องออกมากลบกระแสว่าเป็นข้ออ้างที่เกินจริงอย่างมาก

   พอล ปาร์คเกอร์ฟูลแบ็คที่เคยรับใช้ปีศาจแดงมากว่า100นัดได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับฝีเท้าของสก็อต แม็คโทมิเน่ย์ “ มีคำกล่าวว่าถ้าสก็อตยังอยู่เราจะไม่แพ้อาร์เซนอล และซิตี้ มันเป็นการหลอกตัวเองชัดๆ ปัญหาของยูไนเต็ดมันแทบจะทุกอณู แล้วสก็อตก็เป็นเพียงนักเตะที่พยายามวิ่งไล่เตะคู่แข่งเท่านั้น ถ้ารอย คีนคือตำนาน เค้า(แม็คโทมิเน่ย์)ก็เป็นได้แค่ร็อบบี้ ซาเวจ แล้วนักเตะระดับนี้ไม่สามารถพลิกเกมให้เราได้หรอก ”

   “ ด้วยความเคารพต่อสก็อตเค้าขยันและทำได้เยี่ยม แต่มันย่างไกลกลับมาตรฐานที่ยูไนเต็ดต้องการ แม้แต่รอย คีนก็ไม่ได้ลงเล่นเพื่อแค่ทำลายเกมคู่แข่ง รอยมีอิทธิพลต่อทีม การมีเค้าในสนามสร้างผลกระทบในทางบวกกับทีม แต่สก็อตทำได้แค่วิ่งลงไปหวดคู่แข่ง ที่เค้าได้รับบาดเจ็บมันก็มาจากสาเหตุนี้ ฉะนั้นอย่าเหมารวมว่านี่นักเตะในสไตล์ที่ยูไนเต็ดต้องการ เราต้องการมิดฟิลด์ตัวรับที่ดีกว่านั้น ”

ปาร์คเกอร์ เห็นใจโซลาเนื่องจากมิดฟิลด์ผีเล่นห่วยกันถ้วนหน้า

    พอล ปาร์คเกอร์ยังได้ออกตัวปกป้องโอเล่ กุนน่า โซลชาที่ต้องทำงานร่วมกับกองกลางอันอ่อนปวกเปียกชุดปัจจุบัน “ ทีมชุดปัจจุบันนั้นเต็มไปด้วยมิดฟิลด์ดาดๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนใครลงสนามมันก็ไม่แทบไม่ต่างกัน การเคลื่อนที่ก็มั่ว เรื่องการผ่านบอลยิ่งแย่ บางคนบอกว่ากองหน้าเราไม่ดีพอ ซึ่งมันไม่จริงเลย เพราะแดนกลางเราทำเกมไม่ได้ต่างหาก มันทำให้แนวรุกของเราต้องถอยมารับบอลต่ำ ”

   “ มันน่าเห็นใจโซลชาอย่างมากที่ต้องทำงานร่วมกับตัวเลือกระดับนี้ แม้เค้าจะไม่เคยตำหนิลูกทีมผ่านสื่อแต่บอกได้เลยว่าเค้าต้องกังวลใจแน่นอน ในเมื่อกองกลางที่ควรจะเป็นตัวหลักอย่างป็อกบาก็ไม่พร้อมกลับคืนสนามเสียที ผมยังเอาใจช่วยโซลชาอยู่นะ มันไม่ใช่ความผิดเค้าหรอก ด้วยสภาพทีมแบบนี้ต่อให้เป็นเซอร์อเล็กกลับมาคุมมันก็คงไม่มีอะไรแตกต่างกัน ” ปาร์คเกอร์ในวัย55ปีเอ่ยปากวิจารณ์

อารอน แบ็คนอริสเนื้อหอมฉุยเสือเหลือง,ปืน,ไก่ลุมแย่งตัว

อารอน

   ใครจะไปเชื่อว่านอริสซิตี้ที่ล่อแหลมต่อการต่อการตกชั้นในพรีเมียร์ลีกจะมีเพชรเม็ดงามซุกซ่อนอยู่ในทีมด้วย เมื่อมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่าแม็กซ์ อารอนแบ็คขวาตัวหลักของพวกเค้ากำลังเป็นที่หมายปองของบรรดายักษ์ใหญ่ในยุโรป

    สกายสปอร์ตรายงานว่าทั้งโบรุทเซียร์ ดอร์ทมุนด์,อาร์เซนอล และท็อตแน่มฮอตสเปอร์สต่างให้ความสนใจในตัวแม็ก อารอนทั้งสิ้น แม้ว่าเด็กหนุ่มวัย19ปีรายนี้อาจจะไม่สามารถช่วยให้ทีมนกขมิ้นทำผลงานได้ดีในพรีเมียร์ลีกก็ตาม(นอริสอยู่บ๊วยในตาราง) แต่ทว่าอารอนก็จัดว่าเป็นฟูลแบ็คที่มีความเร็ว,ขยัน และทรงพลังอีกด้วย จึงมีข่าวตามมาว่าทั้ง3ทีมยินดีที่จะดึงตัวอารอนไปร่วมทีม แม้ว่าดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน21ปีจะมีมูลค่าสูงถึง30ล้านปอนด์ก็ตาม

     ซึ่งมีการคาดการกันไปว่าหากมีข้อเสนอมูลค่ามหาศาลยื่นเข้ามาจริงนอริสน่าจะยอมปล่อยตัวแม็กซ์ อารอนด้วยโดยไม่ลังเล เนื่องจากพวกเค้าหวังใช้เงินจำนวนนี้ทำการเสริมทีมในช่วงเดือนมกราคม โดยนักเตะเป้าหมาของทีมนกขนิ้มที่ทั้งเลอร์นัว เอมองต์กองหน้าของสตอร์งดาต ลีแอช,เอ็มเร่ มอร์แนวรุกของเซลต้า บีโก้ และมาร์ค เกฮีย์แนวรับดาวรุ่งของเชลซี

อดีตโค้ชสิงห์เผย อารอน โดนบิ๊กเนมตามจีบตั้งแต่ซัมเมอร์แล้ว

    อิซัคสันน์ ฮาร์สอดีตโค้ชเชลซีได้ออกมาบอกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่อารอนยังเป็นแข้งเยาวชนแลได้มีโอกาสเข้ามาทดสอบฝีเท้ากับเชลซี “ ผมยังจำได้แม็กซ์โชคไม่ดีนัก เค้าเข้ามาทดสอบฝีเท้ากับทั้งอาร์เซนอล และเชลซี ด้านอาร์เซนอลค่อนข้างพอใจในฝีเท้าแต่ไม่สามารถตกลงเรื่องค่าชดเชยได้ แม้ว่าเค้าจะอยู่ในกลุ่มนักเตะที่น่าสนใจแต่ก็ไม่ผ่านการคัดเลือกกับเชลซี มันทำให้เค้าต้องกลับไปอยู่กับลูตันทาวน์ ”

    แม้ว่าจะไม่เคยร่วมงานกันในระดับการแข่งขันอาชีพแต่อิซัคสันน์(ปัจจุบันเป็นโค้ชอิสระไปแล้วไม่สังกัดสโมสร)ก็ยังติดต่อกับอารอนเรื่อยมา “ หลังจากนั้นไม่นานเค้าก็ได้เข้าอะคาเดมี่ของนอริส ซึ่งถือว่าไม่เลว บางคนอาจไม่รู้ว่าอารอนเข้ามาทดสอบฝีเท้ากับทุกสโมสรในตำแหน่งกองกลาง และปีกขวา แต่สุดท้ายตำแหน่งแบ็คขวาทำให้เค้าได้รับความสนใจจากบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ ผมไม่แปลกใจเลยกับเรื่องนี้ เพราะที่จริงมีข้อเสนอขอซื้อตัวอารอนตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นแล้ว แต่นอริสไม่ยอมตกลงด้วยเท่านั้นเอง ” อิซัคสันน์กล่าวทิ้งท้าย

เดรอสซี่ ตัดสินใจรีไทน์กับโบค่าแล้วปิดฉากค้าแข้งตลอด19ปี

เดรอสซี่

    ดานิเอเล่ เด รอสซี่มิดฟิลด์พันธุ์ดุของโบค่าจูเนียร์ได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลอย่างเป็นทางการแล้วด้วยวัย36ปี โดยได้จัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการร่วมกับฮอร์เค่ อามอร์ประธานสโมสรโบค่าจูเนียร์

    “ การได้ใช้ชีวิตบั้นปลายการค้าแข้งกับโบค่าถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม นี่คือสโมสรที่ดูแลกันและกันเหมือนพี่น้อง ผมรู้สึกอบอุ่นตั้งแต่วินาทีแรกจนถึงบัดนี้ บรรยากาศในบอมโบเนร่าก็เป็นอะไรที่สุดยอด น่าเสียดายที่เวลาของผมหมดลงแล้ว อย่างไรก็ตามโบค่าจูเนียร์จะอยู่ในความทรงจำของผมตลอดไป ผมจะคอยเป็นกำลังใจให้ทีมต่อไป และหวังว่าเราคว้าแชมป์ได้ในปีนี้ ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ” เด รอสซี่กล่าวในวาระอำลาวงการลูกหนัง

    เดิมที่ดานิเอเล่ เด รอสซี่เซ็นสัญญากับโบค่าไว้ถึงกลางปี2020แต่ทว่าหลังจากมีอาการบาดเจ็บรบกวนอย่างต่อเนื่อง และได้ลงรับใช้ทีมไปเพียง6เกม มิดฟิลด์ชาวอิตาลี่ก็ได้ประกาศเลิกเล่น โดยถือเป็นการยุติบทบาทนักฟุตบอลหลังจากที่โลดแล่นสนามมากว่า19ปีด้วยกัน “ ผมอาจเลิกเล่นฟุตบอล แต่ผมจะไม่หายไปจากวงการฟุตบอลแน่นอน มันอาจยังไม่ใช่ในเร็วๆนี้แต่ผมรับรองว่าเราจะได้เจอกันอีก ” อดีตกัปตันโรม่าชี้แจงเพิ่ม

เดรอสซี่ ปัดไม่ได้เลิกเพราะสังขารพังแต่ตัดสินใจเพื่อครอบครัว

     แม้ว่าเด รอสซี่จะมีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาหากินในลีกฟ้าขาว แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่าการตัดสินใจเลิกเล่นไม่ได้มาจากปัญหาด้านสภาพร่างกาย “ ผมไม่ได้กังวลเรื่องสุขภาพเลย อันที่จริงสังขารผมยังเล่นต่อได้ แต่มันเป็นการตัดสินใจเพราะเรื่องครอบครัวมากกว่า ”

     “ สโมสรโบค่าจูเนียร์ก็รับรู้ดีว่าผมยังไหว ไม่งั้นพวกเค้าไม่รบเร้าให้ผมคิดทบทวนใหม่หรอก แต่มันมีเรื่องอื่นกวนใจผมจนผมรู้สึกว่ามันคงถึงเวลาแล้วที่ผมจะต้องทำอะไรเพื่อครอบครัวบ้าง ผมห่างลูกสาวมานาน แล้วเธอก็คิดถึงผมอย่างมาก มันทำให้ผมไม่มีสมาธิ พวกเค้า(ลูกเมีย)เสียสละเพื่อผมมาหลายปีแล้วมันคงถึงเวลาที่ผมจะตอบแทนบ้าง ” เด รอสซี่อธิบาย

      ดานิเอเล่ เด รอสซี่เป็นตราสัญลักษณ์ของสโมสรโรม่าในอิตาลี่  โดยรับใช้ทัพหมาป่าไปถึง616นัดและยิงได้63ประตู แม้จะไม่ค่อยมีถ้วยรางวัลระดับเมเจอร์ในระดับสโมสร(ได้แค่แชมป์โคปาอิตาเรีย2สมัย) แต่ทว่าเจ้าตัวก็ยังมีดีกรีเป็นถึงแชมป์ฟุตบอลโลกปี2006กับทีมชาติอิตาลี่

เอสปันญอล ดิ้นอีกเฮือกจ่อยืมเดโธมัสหอกเบนฟิก้าช่วยยิงหนีตาย

เอสปันญอล

   เอสปันญอลทีมท้ายตารางลาลีก้าดูเหมือนจะไม่ยอมตกชั้นง่ายๆ เมื่อมีข่าวว่าพวกเค้ากำลังสอบถามถึงความเป็นไปได้ในการยืมตัวราอูล เด โธมัสหัวหอกตัวเก่งของเบนฟิก้ากลับมาล่าตาข่ายในสเปนอีกครั้ง

   ทีมตรานกแก้วเกมรุกฝืดหนักมากในซีซั่นนี้ โดยหลังการลงเล่นไป19นัดพวกเค้ายิงประตูได้เพียง14ลูก จนทำให้นอกจากจะเป็นทีมที่มีแต้มน้อยที่สุดแล้ว เอสปันญอลยังเป็นทีมที่ยิงประตูได้น้อยที่สุดในลีกกระทิงอีกต่างหาก ทำให้อเบลาร์โด้ เฟอร์นันเดซกุนซือคนใหม่ของเอสปันญอลต้องการกองหน้าที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้เข้ามาเสริมกำลัง และราอูล เด โธมัสก็เป็นเป้าหมายสำคัญในครั้งนี้ เนื่องจากหัวหอกวัย25ปีมีประสบการณ์ลงเล่นในสเปนมาแล้วกว่า200นัด และยิงประตูรวมกันไปกว่า83ประตู(นับรวมประตูที่ยิงได้ในทุกดิวิชั่นรวมกัน)

    โดยราอูล เด โธมัสเพิ่งย้ายไปร่วมทีมเบนฟิก้าเมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะไม่สามารถปรับตัวกับลีกโปรตุเกสได้เพราะยังไม่มีชื่อทำสกอร์ในลีกเลยแม้แต่เม็ดเดียว(ยิงประตูในบอลถ้วยรวมกันได้3ประตู) จนมีความเป็นไปได้อยู่ไม่น้อยที่ทีมดังแดนฝอยทองจะยอมปล่อยตัวเด โธมัสให้กลับไปเติมความมั่นใจกับเอสปันญ่อล

สื่อกระทิงเชื่ออเบลาร์โด้อาจพาทัพ เอสปันญอล อยู่รอดในลาลีก้าต่อไป

     แม้ว่าอันดับในตารางของเอสปันญอลจะอยู่ในลำดับที่20ซึ่งต่ำสุดและล่อแหลมต่อการตกชั้น แต่ทว่าสื่อหัวใหญ่ในสเปนต่างวิเคราะห์กันว่าพวกเค้ายังมีโอกาสสูงที่จะอยู่รอดในลาลีก้า หลังจากได้กุนซืออย่างอเบลาร์โด้ เฟอร์นันเดซเข้ามารับช่วงทำทีม

     อเบลาร์โด้ เฟอร์นันเดซประเดิมคุมทีมนัดแรกด้วยตามตีเสมอทีมจ่าฝูงอย่างบาเซโลน่าได้อย่างเหลือเชื่อ(เสมอ2-2) ซึ่งสัญญาณตรงนี้เองที่ทำให้สื่อแดนกระทิงต่างเล็งเห็นว่านักเตะเอสปันญอลอาจจะรวมใจกันกลับมาได้ในครึ่งซีซั่นที่เหลือ อีกทั้งเอสปันญอลเองก็มีแต้มห่างจากโซนตกชั้นเพียง4คะแนนเท่านั้น

     ด้วยประสบการณ์ของอเบลาร์โด้ที่ผ่านการทำทีมอลาเบส และสปอร์ติ้ง กิฆอนมาแล้ว จึงน่าจะหาทางกระตุ้นให้เอสปันญอลผลงานกระเตื้องขึ้นได้อย่างแน่นอน “ พวกเราเพิ่มเติมความเชื่อมั่นกันได้แล้วหลังจากไล่ตีเสมอบาซ่าได้สำเร็จ มันเป็นปฏิกิริยาที่ดี เราต้องเชื่อมั่นว่าจะสามารถไปสู่จุดที่ดีกว่านี้ โชคดีที่ผมเคยผ่านประสบการณ์ทำนองนี้มาก่อน(ตอนคุมอลาเบส และกิฆอน) ผมสัญญาว่าเอสปันญ่อลจะเก็บแต้มได้เยอะกว่านี้ แล้วเราจะปลอดภัย ” กุนซือวัย49ปีกล่าวอย่างมั่นใจ

เลสเตอร์ ยื่น30ล้านปอนด์ล่อซื้อเอดัวส์หัวหอกตัวเก่งเซลติก

เลสเตอร์

   แบร็นดอน ร็อดเจอร์นายใหญ่เลสเตอร์ได้เริ่มควานหาตัวช่วยทำสกอร์เพิ่มแล้ว โดยต้องการที่จะดึงตัวศิษย์เก่าอย่างอ็อดซอนน์ เอดัวส์เข้ามาช่วยงาน แม้ว่าด้วยผลงานระยะหลังจะทำให้ค่าตัวของกองหน้าชาวฝรั่งเศสขยับสูงขึ้นไปถึง30ล้านปอนด์ แต่เชื่อว่าทีมจิ้งจอกสยามไม่น่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับเม็ดเงินจำนวนดังกล่าว(เพราะยังเหลือกำไรจากการขายแฮรี่ แม็คไกวร์ให้แมนยูฯ)

   อ็อดซอนน์ เอดัวส์สะสมสกอร์ให้เซลติกในซีซั่นนี้ไปแล้วถึง16ประตู แถมยังทำทางให้เพื่อนได้อีก15แอสซิสต์ ซึ่งถือว่าเป็นแนวรุกที่ครบเครื่องคนหนึ่งของยุโรป อีกทั้งเจ้าตัวยังมีดีกรีติดทีมชาติฝรั่งเศสมาแล้วครบทุกรุ่น จนกระทั่งปัจจุบันก็ยังเป็นตัวหลักให้กับทัพตราไก่ชุดอายุไม่เกิน21ปี ด้วยเครดิตที่ยกมาก็ทำให้ร็อดเจอร์มองว่าเอดัวส์คู่ควรอย่างยิ่งที่จะก้าวขึ้นเป็นตัวแทนของกองหน้าตัวความหวังอย่างเจมี่ วาร์ดี้ที่ปัจจุบันมีมาอายุอานามปาเข้าไปถึง32ปีแล้ว

    โดยเชื่อว่าตัวเอดัวส์เองก็น่าจะยินดีที่จะได้ร่วมงานกับร็อดเจอร์อีกครั้ง เนื่องจากเทรนเนอร์ชาวไอร์แลนด์เป็นผู้ที่เชื่อมั่นในตัวเค้ามาตลอด ซ้ำร็อดเจอร์ยังเป็นคนโน้มน้าวให้เซลติกยอมจ่ายเงินถึง10ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวมาโชว์เพลงเตะในลีกสก็อตเมื่อราวสองปีก่อนอีกด้วย(ในเวลานั้นร็อดเจอร์ยังคุมเซลติกอยู่)

เซลติกยันไม่ขายเอดัวส์ให้ เลสเตอร์ ชี้ต้องกันตัวไว้ช่วยลุ้นแชมป์ลีกสก็อต

    แม้ว่าจะมีการเสนอข่าวเชื่อมโยงระหว่างเอดัวส์กับเลสเตอร์ซิตี้ออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ทว่าบีบีซีกลับได้มีโอกาสพูดคุยกับนีล เลนนอนกุนซือคนดังของกลาสโกส์ เซลติก แล้วเทรนเนอร์วัย48ปีก็ยืนยันด้วยตัวเองว่าจะไม่ปล่อยตัวอ็อดซอนน์ เอดัวส์ออกในช่วงเดือนมกราคมนี้อย่างแน่นอน

   “ เอดัวส์มีส่วนร่วมกับเกมของเซลติกในระดับสูง ภารกิจของเรายังคงเหลืออีกมาก ฉะนั้นเค้าจะต้องอยู่ช่วยเราต่อไปจบซีซั่น แน่นอนมันมีข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมของเอดัวส์ ผมไม่รู้เหมือนกันว่ามันมีข้อเสนอเข้ามาจริงไหม แต่ต่อให้มีจริงเราก็จะปฏิเสธมัน ” เลนนอนชี้แจง

   แม้ว่าปัจจุบันเซลติกจะยังคงนำเป็นจ่าฝูงในลีกสก็อตแลนด์ แต่พวกเค้าก็เพิ่งพ่ายให้กับเรนเจอร์รองจ่าฝูงมาหมาดๆจนทำให้ช่องว่างระหว่างทั้งสองทีมเหลือเพียง2คะแนน จึงทำให้เลนอนกำลังเพ่งสมาธิกับสถานการณ์ลุ้นแชมป์ในซีซั่นนี้เป็นอย่างมาก “ เราผ่านโปรแกรมเดือนธันวาคมมาได้แบบไม่สง่างามนัก แต่เซลติกต้องเชิดหน้าขึ้นและทำผลงานให้เกมเหลือให้ดีที่สุด โอกาสยังเปิดกว้างแล้วเราจะเป็นแชมป์ ” เลนนอนกล่าวอย่างมั่นใจ

อาร์เตต้า ยันทุกคนในสโมสรต้องช่วยให้เปเป้กลับคืนฟอร์มให้ได้

อาร์เตต้า

    นิโกล่า เปเป้ยังคงกลายเป็นที่โดนตำหนิเรื่อยไป เมื่อผลงานในเกมหลังสุดที่เจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมากลับกลายเป็นทำให้อาร์เซนอลโดนเชลซีกลับมาแซงชนะไป2-1 ทั้งที่เจ้าตัวมีเวลาในสนามเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ซึ่งอาร์เตต้ากุนซือปืนใหญ่ได้ออกมาปกป้องนักเตะว่าความพ่ายแพ้ในเกมดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่งแต่ก็ยอมรับว่าปีกชาวไอวอรี่โครสต์ยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดี

    “ แน่นอนเรามีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นแต่มันยังไม่ดีพอที่จะได้สามแต้ม หลายคนเจ็บปวดแต่เราต้องมองบนพื้นฐานความจริงและเปเป้ไม่ใช่คนที่ต้องโดนตำหนิ ฟุตบอลเป็นเรื่องของทีมงานทั้งนักเตะ,สตาฟฟ์โค้ช และแฟนบอล ผมคิดว่าเราทุกคนต้องยอมรับว่าเราพ่ายแพ้ไปด้วยกัน เมื่อกลับมาคว้าชัยชนะได้เราก็คือพวกเดียวกัน และในเปเป้จะมีส่วนต่อช่วงเวลาเหล่านั้นอย่างแน่นอน ”

    นอกจากนี้เทรนเนอร์ชาวสเปนยังระบุว่าเป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องทำให้เปเป้กลับมาคืนฟอร์มเก่งให้จงได้ “ เปเป้มีแรงกระตุ้นที่ดีในสนามซ้อม เค้าแสดงออกถึงความปรารถนาที่จะช่วยทีมอย่างเต็มที่ ฉะนั้นเราจะไม่โยนความกดดันนอกเหนือจากนี้ให้กับเค้า หลังจากนี้คืองานของผมที่จะทำให้เค้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้อย่างไรแล้วผมก็กำลังทำมันอยู่ ”

เปเป้คือของจริงหาใช่ดีลที่น่าผิดหวังของปืน อาร์เตต้า ยืนยัน

    เปเป้ถูกอาร์เซนอลดึงตัวมาด้วยค่าตัวสูงถึง72ล้านปอนด์แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังโชว์ผลงานได้ไม่สมราคาเลยแม้แต่น้อย จนแฟนบอลปืนใหญ่จำนวนไม่น้อยมองว่านี่คือดีลที่น่าผิดหวังประจำปีซึ่งอาร์เตต้าไม่เห็นด้วยเลยในเรื่องนี้ “ ผมเคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าผมไม่สนใจสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และต้องการอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้เค้า(เปเป้)เป็นนักเตะของเรา ถ้าคุณจะบอกว่าเค้าไม่มีผลงานอะไรก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว เค้ามีความมั่นใจที่จะพาบอลหนีคู่แข่งชนิดที่หาตัวจับยาก เพียงแต่สิ่งที่เราต้องการมากกว่าตอนนี้คือคะแนน เมื่อเราไม่ได้มันคุณจึงอาจไม่ให้เครดิตกับสิ่งที่เปเป้แสดงออกในสนามก็เท่านั้นเอง ”

    “ ผมพอใจกับสิ่งที่เค้าแสดงออกในการซ้อม เราจะช่วยกันนำเปเป้กลับมาสู่ฟอร์มการเล่นที่ดีให้ได้ เค้ามีแนวโน้มที่ดีอยู่เป็นทุนมันมีโอกาสที่เค้าจะกลายเป็นที่รักของแฟนบอล หรือแม้แต่การขึ้นสู่นักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ เพราะเค้าเป็นนักเตะที่มีความมั่นใจในการเล่นสูงมากคนหนึ่งเลยทีเดียว ” กุนซือปืนโตกล่าวทิ้งท้าย

เอซีมิลาน เคลียร์ทางให้สลาตันเตรียมปล่อยออกเปียเท็คแบบยืมตัว

เอซีมิลาน

     หลังจากที่เอซีมิลานได้ตัวหัวหอกเบอร์ใหญ่อย่างสลาตัน อิบราฮิโมวิชกลับมาร่วมทัพ นอกจากจะเป็นการสร้างความฮือฮาให้กับวงการลูกหนังของอิตาลี่แล้วยังเป็นจะส่งผลกระทบต่อผู้เล่นของปีศาจแดงดำเองโดยตรง เนื่องจากสื่อในแดนมักกะโรนีต่างพร้อมใจกันประโคมข่าวว่าคริสตอฟ เปียเท็คคือนักเตะที่จะต้องหลีกทางให้กับอิบราฮิโมวิชด้วยการถูกปล่อยออกจากทีมยืมตัวเลยทีเดียว

     มิลานเองไม่ประทับใจในผลงานของเปียเท็คอยู่เป็นทุนหลังจากดาวยิงชาวโปแลนด์ยิงได้เพียง4ประตูจากการลงเล่น17นัด จนทำให้บอร์ดบริหารต้องยอมเสียค่าเหนื่อยสูงถึง2.2ล้านดอลล่าเพื่อดึงอิบราฮิโมวิชกลับมาช่วยล่าตาข่าย และพวกเค้าได้เตรียมแผนการไว้ล่วงหน้าแล้วว่าหากได้ตัวดาวยิงชาวสวีดิชมาร่วมทีมเปียเท็คก็น่าจะเป็นเพียงส่วนเกินในซานซิโร่โดยทันที และมิลานไม่ต้องการจะจ่ายค่าเหนื่อยให้กับดาวยิงวัย24ไปแบบเสียเปล่า จึงมีโอกาสสูงที่จะปล่อยตัวเปียเท็คออกไปแบบยืมตัวชั่วคราว

     รายงานยังเปิดเผยอีกว่ามิลานจำเป็นต้องระดมทุนขายผู้เล่นเพิ่มอีกเพื่อชดเชยค่าเหนื่อยก้อนโตที่จ่ายให้กับสลาตัน อิบราฮิโมวิช โดยนักเตะที่อยู่ในค่ายดังกล่าวก็ได้แก่ฟร้องค์ เคสซี่ และลูคัส ปาเกต้านั่นเอง

วัตต์ฟอร์ดร่วมสมทบทุน เอซีมิลาน ขอเซ้งแบ็คซ้ายริคาโด้โรดริเกรซ

     ทันทีที่ทราบข่าวว่ามิลานกำลังร้อนเงินก็ทำให้วัตฟอร์ดทีมที่กำลังลุ้นหนีตายในศึกพรีเมียร์ลีกตาลุกวาวทันที่ เพราะพวกเค้าให้ความสนใจในตัวริคาโด้ โรดริเกรซฟูลแบ็คชาวสวิตเซอร์แลนด์อยู่เป็นทุน จึงหวังใช้โอกาสนี้สอบถามถึงความเป็นไปได้ที่จะดึงตัวไปร่วมทีมในช่วงหลังปีใหม่

     นับตั้งแต่มิลานเปลี่ยนกุนซือมาเป็นสเตฟาโน่ ปิโอลี่ก็นำพาให้ริคาโด้ โรดริเกรซก็กลายเป็นตัวสำรองแบบถาวร จึงทำให้ทีมแตนอาลาละวาดสบโอกาสที่จะขอดึงตัวฟูลแบ็ครายนี้ไปใช้งานต่อ โดยเชื่อว่าวัตฟอร์ดพร้อมจะยื่นข้อเสนอราว10ล้านยูโรให้พิจารณาในช่วงเดือนมกราคมซึ่งก็ถือว่าสมเหตุสมผลเนื่องจากนักเตะเหลือสัญญาอยู่กับมิลานอีกเพียงปีครึ่งเท่านั้น

     โดยริคาโด้ โรดริเกรซเคยได้ชื่อว่าเป็นแบ็คซ้ายที่น่าจับตามองคนหนึ่งของลีกยุโรป เนื่องจากเค้ามักจะเติมขึ้นทำประตูให้กับทีมโวล์ฟบวร์กในศึกบุนเดสลีก้าเยอรมันอยู่บ่อยครั้ง(ลงเล่น184นัดยิง22ประตู) แต่ทว่าหลังจากเจ้าตัวย้ายมาสวมยูนิฟอร์มแดงดำชื่อเสียงที่เคยมีจะถูกลดทอนลงไปเพราะตลอดเกือบสามปีในถิ่นซานซิโร่โรดริเกรซทำประตูได้เพียง4ประตู(ลงเล่น92เกม)

ปืนใหญ่ เล็งโลบ็อตก้ามิดฟิลด์สโลวักเพื่อเป็นตัวตายตัวแทนชาก้า

ปืนใหญ่

    อาร์เซนอลจำเป็นต้องหาผู้เล่นใหม่ในแดนกลางเพิ่มเติมในช่วงปีใหม่ หลังจากที่กรานิต ชาก้ากำลังเตรียมตัวย้ายกลับไปเล่นในลีกเยอรมันกับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน โดยมิเกล อาร์เตต้ากุนซือปืนใหญ่ก็มีเป้าหมายในใจแล้วนั่นก็คือ สตานิสลาฟ โลบ็อตก้า มิดฟิลด์จอมขยันของเซลต้า บีโก้

     สตานิสลาฟ โลบ็อตก้ากองกลางวัยเบญจเพสจัดเป็นนักเตะที่มีสไตล์การเล่นละม้ายคล้ายกับอาร์รอน แรมซี่ย์อดีตมิดฟิลด์บ๊อกทูบ็อกที่ทีมปืนใหญ่เสียฟรีไปให้กับยูเวนตุส จึงทำให้อาร์เตต้าหมายใจจะดึงตัวมาช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับอาร์เซนอลในช่วงปีใหม่ โดยคาดการกันว่าโลบ็อตก้าที่ลงสนามให้เซลต้า บีโก้ไปแล้วกว่า90นัดน่าจะมีค่าตัวราว25ล้านปอนด์ซึ่งก็น่าจะไม่มีปัญหาเนื่องจากพวกเค้าน่าจะได้ค่าตัวจากการปล่อยตัวกรานิต ชาก้าในสนนราคาที่ใกล้เคียงกัน

     รายงานระบุว่านอกจากอาร์เซนอลแล้วก็ยังมีทั้งนาโปลี และเวสต์แฮมที่ให้ความสนใจในตัวโลบ็อตก้าเช่นกัน ซึ่งกระแสทางอิตาลี่ก็ร่ำลือไปอีกทางว่าโลบ็อตก้าสนใจที่จะย้ายไปเล่นให้นาโปลีมากกว่า เนื่องจากที่นั่นเจ้าตัวจะได้ร่วมงานกับมาเร็ค ฮัมซิครุ่นพี่ในทีมชาติสโลวาเกียนั่นเอง

อาร์เตต้าโค้ช ปืนใหญ่ คิดสร้างบอลเพรซซิ่งมากขึ้นซึ่งโลบ็อตก้าคือคนที่ใช่

     ผลงานหลังจากที่อาร์เตต้าเข้ามาปรับจูนอาร์เซนอลเห็นได้ชัดว่าพวกเค้ามีแนวโน้มที่ดีมากขึ้น แต่ด้วยตัวเลือกที่จำกัดจำเขี่ยเนื่องจากเป็นการรับช่วงต่อแบบกลางคันทำให้อาร์เตต้ายังไม่สามารถดำเนินแท็กติกตามที่ต้องการได้(เลยแพ้เชลซีไป1-2 ทั้งที่เล่นดีเกือบทั้งเกม) โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าเทรนเนอร์ชาวสเปนต้องการสร้างทีมที่มีสไตล์บอลเพรซซิ่งแบบเดียวกับแมนซิตี้ ซึ่งเห็นได้ชัดในเกมดวลกับเชลซีว่ามีเพียงลูคัส ตอร์เรร่า และมัตเตโอ เกนดูซี่เท่านั้นที่พอจะฝากฝังได้ แต่ในตัวเลือกที่เหลืออย่าง เมซุต โอซิล,โจ วิลล็อค หรือดานี่ เซบายอสต่างไม่ใช่กองกลางในสไตล์ที่จะไล่บีบคู่แข่งเลย จึงทำให้อาร์เซนอลตั้งเป้าที่จะเดินหน้าล่าตัวสตานิสลาฟ โลบ็อตก้ามาร่วมรังเอมิเรตส์ให้จงได้

     โดยเวลานี้อาร์เซนอลยังคงรั้งอยู่ที่12ในตารางพรีเมียร์ลีก ซึ่งยังห่างไกลกับเป้าหมายท็อปโฟร์ที่ตั้งไว้ จึงทำให้อาร์เตต้าจำเป็นที่ต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อนำทีมกลับมาสู่เส้นทางให้จงได้ เพราะทีมในกลุ่มที่ฟอร์มลุ่มๆดอนๆด้วยกันอย่างแมนยูฯ,สเปอร์ส และเอฟเวอร์ตันต่างก็ฟื้นคืนสติกลับมาเก็บแต้มแซงกลับขึ้นไปอยู่โซนครึ่งตารางบนได้หมดแล้ว

วัลชมิดท์ หอกไฟร์บวร์กหวังสูงลุ้นติดทัพอินทรีลุยยูโร2020

วัลชมิดท์

    หลังจากผลงานของไฟร์บวร์กแจ่มจรัสขึ้นเรื่อยๆ(รั้งที่5ในบุนเดสลีก้า)ก็นำพาให้นักเตะในทีมหลายคนกลายเป็นที่สนใจ หนึ่งในนั้นก็เห็นจะหนีไม่พ้นลูก้า วัลชมิดท์กองหน้าตัวเก่งที่กดไปแล้ว4ประตูในศึกบุนเดสลีก้า

    ลูก้า วัลชมิดท์ย้ายมาร่วมทัพไฟร์บวร์กตั้งแต่ปี2018 จากนั้นเค้าก็กลายเป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอด ปีนี้ดาวเตะวัย23กะรัตก็พาทีมขึ้นมาเกาะกลุ่มหัวตารางบุนเดสลีก้าได้อย่างสมภาคภูมิ จนได้ความไว้วางใจจากโยอาคิม เลิฟนายใหญ่ทีมชาติเยอรมันให้ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อย หลังจากก่อนหน้านี้วัลชมิดท์ติดธงอินทรีเหล็กชุดเล็กมาแล้วทุกชุด(ช่วงอายุ16-21)

     ถึงแม้ว่าวัลชมิดท์จะยังทำประตูในระดับทีมชาติ(ติดธงมาแล้วถึง3นัด) แต่เจ้าตัวก็ยังมั่นใจว่าจะทำผลงานกับไฟร์บวร์กให้ดีขึ้นไปอีกเพื่อหวังมีชื่อเป็น1ใน23ขุนพลทีมชาติเยอรมันที่จะร่วมทำศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020 “ บางคนพูดว่ากองหน้าทีมชาติเยอรมันมีแค่ติโมร์ แวร์เนอร์ที่ไว้ใจได้ มันอาจเหมารวมเกินไป แวร์เนอร์เป็นหัวหอกระดับพระกาฬ แต่สำหรับบอลทัวร์นาเมนต์คุณจำเป็นต้องมีทีมขนาดใหญ่ เพื่อให้นักเตะสลับสับเปลี่ยนกันได้ และผมมั่นใจว่าตัวเองดีพอที่จะเป็นตัวเลือกของโยอาคิม เลิฟ ” กองหน้าไฟร์บวร์กเผยถึงเป้าหมายสำคัญในปีนี้

วัลชมิดท์ รับเสือใต้ยอดทีมแต่ยังคิดอยากร่วมงานด้วยในตอนนี้

     เมื่อมีนักข่าวถามถึงความเป็นไปได้ที่จะย้ายไปผลิตสกอร์ให้กับบาเยิร์น มิวนิคด้านวัลชมิดท์ก็ได้บอกปัดทันที “ ผมยังไม่เคยคิดหรือจินตนาการภาพ(สวมชุดแข่งบาเยิร์น)ทำนองนั้นนะ ไม่มีใครปฏิเสธว่าพวกเค้าคือทีมที่แข็งแกร่งของเยอรมัน มีถ้วยรางวัลมากมาย การมีข่าวเชื่อมโยงกับทีมระดับนี้นับเป็นเรื่องน่าภูมิใจ แต่ผมเป็นคนเรียบง่าย ผมตระหนักดีว่าหน้าที่ของผมคืออะไร ตอนนี้ผมหวังแค่กลับมาฟิตสมบูรณ์เพื่อลงสนามให้กับไฟร์บวร์กอีกครั้ง ”

     อย่างไรก็ตามวัลชมิดท์กลับเผยความลับว่าเจ้าตัวมีทีมในดวงใจแล้วเช่นกัน “ ผมเชียร์รีล มาดริดมานานแล้ว มันยังทำให้ผมชอบสวมสตั๊ดสีขาวอีกด้วย ซานติอาโก้ เบอร์นาบิวคือสนามในฝัน ถ้าได้มีโอกาสลงเล่นที่นั่นคงเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม แถมในทีมยังมีนักเตะเยอรมันอย่างโทนี่ โครสอีกต่างหาก ”

     ในเวลานี้ลูก้า วัลชมิดท์กำลังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บที่เข่า ซึ่งยังไม่มีรายงานว่าเจ้าตัวจะพร้อมกลับมาลงสนามเร็วแค่ไหน ทำให้เจ้าตัวไม่มีชื่อในสองเกมล่าสุด และเมื่อไร้วัลชมิดท์ในสนามก็ทำให้ไฟวร์บวร์กไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย(เสมอ1แพ้1)ตลอดทั้งสองเกม

อ็อกเหลด รับคล็อปป์ป้ายยาแข้งหงส์จนเสพติดชัยชนะกันยกทีม

อ็อกเหลด

    ให้หลังการมีส่วนร่วมในเกมลิเวอร์พูลเอาชนะไบร์ทตันมา2-1จนส่งผลให้พวกเค้านำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแบบสุดชิลต่อไป อเล็ก อ็อกเหลด-แชมเบอร์เลนก็ได้ออกมายอมรับเจอร์เกน คล็อปป์นายใหญ่ชาวเดอะค็อปได้บ่มเพาะความกระหายให้กับนักเตะทุกคนจนตอนนี้ไม่ว่าจะส่งใครลงสนามก็ทำผลงานกันได้อย่างประทับใจกันถ้วนหน้า

    อเล็ก อ็อกเหลด-แชมเบอร์เลนได้ออกมาชมเชยเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยกันอย่างเต็มที่จนเก็บสามคะแนนได้สำเร็จแม้ว่าเกมนี้พวกเค้าจะตกเป็นรองเรื่องจำนวนผู้เล่น เมื่อผู้รักษาประตูอย่างอลิสซง เบ็คเกอร์โดนไล่ออกจากสนามในช่วงครึ่งหลัง “ เรามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่แล้วในทุกๆเกมมันก็มีความยากลำบากในแบบของมัน แต่ลิเวอร์พูลก็ยังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่เราแสดงออกถึงหัวใจที่เข้มแข็ง ช่วงท้ายเกมไบร์ทตันพยายามกดดันเรา แต่พวกเราทุกคนก็ยังช่วยกันได้ดี โดยเฉพาะอาเดรียนเค้าแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวแต่ก็ช่วยเซฟจังหวะสำคัญๆให้กับทีมได้ ”

     “ เราทุกคนอยู่ในความกระหายกันทั้งทีม มันทำให้ทุกคนอยู่ในสนามด้วยทัศนคติเพียงอย่างเดียวคือทำให้ทีมชนะ เจอร์เกน คล็ออป์ปลูกฝังสิ่งนี้ให้กับนักเตะจนมันออกดอกออกผลในซีซั่นนี้ ” อดีตมิดฟิลด์ปืนใหญ่กล่าวชื่นชมเจ้านาย

หงส์แดงเดินมาถึงวันนี้ไม่ง่าย อ็อกเหลด เผยทุกคนทำงานกันหนักมาก

    แม้ว่าปีนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่บนคำชื่นชมจากทั่วทุกสารทิศ ทว่าแชมเบอร์เลนก็ได้บอกเพิ่มในรายละเอียดว่ากว่าจะมาถึงฟอร์มอันร้องแรงเช่นทุกวันนี้ ทุกคนในสโมสรต่างทำงานกันอย่างหนัก “ ไม่ใช่แค่เพียงนักเตะเท่านั้นที่ควรได้รับคำชม ผมคิดว่าบุคลากรด้านอื่นๆของสโมสรต่างก็ตั้งใจสนับสนุนพวกเราอย่างเต็มที่ เราไม่อาจมองข้างองค์ประกอบเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ได้ ”

    “ ในส่วนของนักเตะพวกเราค่อยเพิ่มพูนความมั่นใจมากขึ้นกว่าปีก่อน เรามีประสบการณ์มากขึ้น ปีที่แล้วเราเสียแต้มในบางเกมซึ่งมันทำให้เราอดได้แชมป์ ปีนี้เราจึงตั้งเป้าในทุกนัดว่าต้องเก็บแต้มให้ได้ให้มากที่สุด ถ้าเกมไหนเราไม่ได้สามแต้มเราทุกคนคงผิดหวัง เราขยับมาตรฐานของตัวเองขึ้นด้วยทัศนคติที่ยอดเยี่ยม นั่นคือหัวใจหลักที่จะนำพาเราประสบความสำเร็จ ” แชมเบอร์เลนตั้งเป้าที่จะคว้าแชมป์กับลิเวอร์ให้ได้ในซีซั่นนี้ เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บจนพักยาวและแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลยเมื่อซีซั่นที่แล้วนั่นเอง