เปเอสเช และแฟนบอลจะหายงอนเนย์มาร์ในไม่ช้าทูเคิลเชื่อเช่นนั้น

เปเอสเช

    ถ้าเกิดเราจับได้ว่าแฟนเรานอกใจ อยากไปหาคนอื่นเป็นใครก็ต้องไม่พอใจ นั่นเองที่ทำให้เนย์มาร์ประสบชะตากรรม “แฟนงอน” กับเค้าเช่นกัน สำหรับการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากหวนกับไปรับใช้บาเซโลน่าอีกครั้งทั้งๆที่เค้ามีตำแหน่งเป็นเหมือนราชาในหมู่แฟนบอลของปารีส แซงต์ แชร์กแมง นำพาให้ช่วงต้นฤดูกาลสตาร์บราซิลโดนแบนออกจากทีมชุดใหญ่ไปเลยชนิดที่แม้แต่รูปตามร้านขายของที่ระลึกประจำสโมสรยังโดนถอดออกไปด้วยเลย ทว่าสุดท้ายโธมัส ทูเคิลเองก็ได้ออกหน้าขอให้โอกาสเนย์มาร์กลับมาช่วยทำเกมรุกอีกครั้งเนื่องจากเปเอสเชในช่วงเวลานั้นประสบปัญหาในแนวรุกที่ต่างได้รับบาดเจ็บกันมากมายเหลือเกิน

    ทันทีที่ได้รับโอกาสกลับมาลงเล่นเนย์มาร์ก็ตอบแทนทูเคิลอย่างสาสม ด้วยการทำประตูชัยในเกมกับสตาร์บูร์ก แล้วหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ระเบิดฟอร์มซัด4ประตูจาก5นัดหลังสุดชนิดที่เรียกได้เต็มปากว่า ถึงจะรักเนย์มาร์ไม่สุดใจเท่าเก่าแต่ก็ขาดในสนามไม่ได้เสียแล้ว “ แฟนบอลไม่เคยเกลียดการฉลองทำประตู ฉะนั้นถ้าคุณยิงประตูให้ทีมทุกนัด ใครจะเกลียดคุณได้ลงคอละ?จริงไหม? เราต้องค่อยดูเรื่องนี้ต่อไป(ความสัมพันธ์ระหว่างเนย์มาร์กับแฟนบอล) ตอนนี้มันดีขึ้นเรื่อยๆเค้ามีส่วนร่วมกับเกมของเราอย่างมาก เค้าแสดงออกถึงความทุ่มเทที่จะผลักดันทีมไปข้างหน้า ” โธมัส ทูเคิลนายใหญ่เปเอสเชกล่าวชื่นชม

เนย์มาร์ต้องระเบิดฟอร์มให้มากกว่าเก่ากุนซือ เปเอสเช รบเร้า

    โธมัส ทูเคิลผู้ที่ชุบชีวิตเนย์มาร์ในทีมปารีสฯอีกครั้งเคยให้ทัศนะเกี่ยวกับการต้องเล่นภายใต้เสียงครหาจากแฟนบอลของเนย์มาร์ว่าเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ “โอกาสลงสนามนั้นเป็นสิ่งที่ผมมอบให้เค้าได้ แต่แฟนบอลจะให้การยอมรับเค้ามากแค่ไหนนั่นเป็นเรื่องที่เค้าต้องรับมือ และอดทน ”

    เทรนเนอร์ชาวเยอรมันยังกระตุ้นเนย์มาร์ให้สร้างผลงานในระดับที่สูงกว่าเดิม “ ถ้าเนย์มาร์ทำผลงานได้ดีต่อเนื่องมันจะเป็นผลดีต่อสถานการณ์นี้อย่างมาก เค้าเคยทำผลงานได้ดีกับปารีสมาแล้ว แต่เวลานี้ถ้าเค้าอยากได้การยอมรับ(จากแฟนบอล)กลับคืนมาเค้าทำให้ดีกว่าเดิม ซึ่งมันมีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้น เค้าสร้างจังหวะเกมรุกได้ดี,พาบอลไปข้างหน้าอยู่ตลอด ที่เค้าต้องทำต่อไปคือสู้ไปกับทีม เค้าต้องรักษาความกระหายไว้ในระดับสูงต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเนย์มาร์คือสตาร์ลูกหนังตัวจริง ทั้งในแง่ฝีเท้าและความเป็นมืออาชีพ ”

ริโอ ขยี้ซ้ำแฮรี่เคนต้องชิ่งสเปอร์สหากต้องการชูถ้วยแชมป์

ริโอ

   ถ้าเปรียบสนามฟุตบอลเหมือนเวทีมวยเวลานี้สเปอร์สก็เปรียบได้กับนักมวยที่กำลังเมาหมัดอย่างหนักเนื่องจากผลงานในระยะหลังพวกเค้าขาดความคงเส้นคงวา เกมที่ไม่น่าจะยากพวกเค้าก็พลาดท่าเสียง่ายๆซ้ำลายในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกไก่เดือยทองยิ่งขายหน้าหนักเมื่อโดนบาเยิร์น มิวนิคบุกมาต้อนถึงถิ่น7-2 กลายเป็นทีมจากเกาะอังกฤษทีมแรกที่โดนเจาะประตูถึงเจ็ดเม็ดในแม็ตซ์เดียว สิ่งที่ตามมาคือขวัญกำลังใจของทั้งผู้เล่นและนายใหญ่อย่างเมาริซิโอ โปรเชตติโน่กำลังตกต่ำอย่างหนัก

    ในช่วงวิกฤตนี้เองรุ่นนี้ในทีมชาติอังกฤษอย่างริโอ เฟอร์ดินานก็ออกมาผสมโรงทันที ด้วยปรามาศว่าสเปอร์สนั่นเป็นทีมที่เล็กเกินไปสำหรับฝีเท้าของแฮรี่ เคน “ ผมมองไปยังแฮรี่ เคน แล้วผมสัมผัสได้ถึงความปวดร้าว ผมไม่สงสัยในความภักดีที่เค้ามีต่อสโมสร แต่มันคุ้มค่ากันไหม เค้าสู้เต็มร้อยเพื่อทีม แต่สเปอร์สจะสามารถตอบสนองความต้องการในเบื้องลึกของเค้า(แฮรี่ เคน)ได้จริงหรือ? สกอร์ในเกมยูซีแอลคงเป็นคำตอบที่พวกเราได้เห็นกันแล้ว บางทีมันอาจถึงเวลาที่เค้าต้องกล้าตัดสินใจก้าวออกไปเพื่อสนองความต้องการของตัวเองดูบ้าง ” อดีตกองหลังผู้ย้ายมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนยูฯแนะนำ

ริโอ ย้อนรอยตนก็ภักดีลีดส์แต่จำใจย้ายไปชูถ้วยพรีเมียฯกับผีแดง

   ริโอ เฟอร์ดินานยังได้ย้อนรอยเรื่องราวสมัยยังค้าแข้งให้แฮรี่ เคนได้ลองคิดตาม “ สมัยผมยังอยู่กับลีดส์ ยูไนเต็ด ตอนนั้นลีดส์ก็เป็นทีมที่ดี เราไปได้สวยในยูซีแอล แต่มันก็เท่านั้น ถึงจุดหนึ่งผมก็ถามตัวเองว่าผมมีโอกาสคว้าแชมป์กับลีดส์ไหม? แล้วก็ได้คำตอบว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ยาก ไม่นานนับจากนั้นผมก็ได้ย้ายมาเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั่นจะจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมได้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก(กับแมนยูฯ)  ”

    “ แฮรี่ เคนยิงประตูได้ต่อเนื่อง ด้วยฝีเท้าระดับนี้เค้าจำเป็นต้องมีถ้วยรางวัลติดไม้ติดมือ ผมมั่นใจว่าเค้าก็กำลังครุ่นคิด เค้าเข้าสู่ช่วยวัยที่เหมาะสม(26ปี) ถ้าอยู่ในทีมที่มีองค์ประกอบดีๆเค้าจะสามารถสัมผัสถ้วยแชมป์ทุกใบตามที่ใจต้องการ ฉะนั้นหากมีโอกาส(ย้ายทีม)เข้ามาให้พิจารณาอีกครั้ง เค้าต้องคิดให้ดี ส่วนสเปอร์สก็ไม่ได้เสียหายอะไรค่าตัวของเคนก็น่าจะเพียงพอจะหาใครซักคนมาทดแทน เพราะพวกเค้าคงไม่อาจไปไกลกว่าจุดนี้(บิ๊กโฟ)แล้ว ” ริโอ เฟอร์ดินานส่งปรารถนาดีไปยังดาวยิงรุ่นน้อง

คอนเต้ &อินเตอร์ยุทธการคว้าสคูเด็ดโต้ดับความซ่าของม้าลาย

คอนเต้

    ต้องบอกว่าปีนี้ฟอร์มเทพจริงๆสำหรับอินเตอร์มิลาน เพราะหลังผ่านเกมการแข่งขันไป5นัด พวกเค้าชนะรวดและเสียไปแค่ประตูเดียวขึ้นเป็นจ่าฝูงของตารางกัลโช่ เซเรียอา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของอันโตนิโอ คอนเต้กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาปฏิวัติทีมงูใหญ่ในซีซั่นนี้

    อันโตนิโอ คอนเต้นั่นว่างเว้นจากทำงานมาหนึ่งปีหลังจากประกาศแยกทางกับเชลซีในปี2018 ก่อนจะกลับมารับงานคุมทีมอีกครั้งในบ้านเกิดกับอินเตอร์มิลาน โดยทันทีที่เข้ามารับงานเจ้าตัวก็ได้เปลี่ยนถ่ายผู้เล่นหน้าเก่าออกไปหลายคนไม่ว่าจะเป็น เมาโร อิคาดี้,รัดย่า นาอิงโกลัน,เจา มาริโอ และอิวาน เปริซิส จนกูรูลูกหนังแดนรองเท้าบูทต่างเป็นห่วงว่าทีมงูใหญ่จะผลงานไม่สวยเนื่องจากผู้เล่นหลายคนเป็นนักเตะคนสำคัญของทีม ทว่าสุดท้ายแล้วคอนเต้ก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการนำเป็นจ่าฝูงลีกอิตาลี่และมีคะแนนนำยูเวนตุสแชมป์เก่าถึง2คะแนนด้วยกัน

คอนเต้ ชั่วโมงบินสูงสร้างสปริริตห้องแต่งตัวงูใหญ่ได้เร็ว

   ด้วยความที่อันโตนิโอ คอนเต้มีประสบการณ์ทำทีมในกัลโช่ เซเรียอา มาอย่างโชกโชนก็ทำให้นักเตะในทีมอินเตอร์มิลานนั้นยอมรับนับถือได้อย่างรวดเร็ว จนนักเตะใหม่ที่ดึงเข้ามาอย่างดีเอโก้ โกดิน หรือโรเมลู ลูกากูก็ปรับตัวเข้ากับทีมให้ไวตามไปด้วย โดยในรายของลูกากูที่ซีซั่นก่อนตกอยู่ในสภาพจอมฝืดปีนี้ในสีเสื้อลายน้ำเงินดำดาวยิงทีมชาติเบลเยี่ยมก็กลับมาเป็นตัวอันตรายอีกครั้ง(ยิงไปแล้ว3ประตูในกัลโช่) ส่วนในรายของดีเอโก้ โกดินก็เข้ามาทำให้เกมรับของเนรัซซูรี่เหนียวแน่นยิ่งขึ้นจนโดนเจาะตาข่ายไปเพียงแค่เม็ดเดียวนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล

    อีกทั้งบรรยากาศในสนามซ้อมหรือห้องแต่งตัวก็เป็นไปอย่างคึกคัก โดยดีเอโก้ โกดินถึงขนาดออกปากว่าความกลมเกลียวของนักเตะงูใหญ่ในเวลานี้นั้นสูงมากและมีความคล้ายกับอารมณ์ของทีมแอตฯมาดริดที่คว้าแชมป์ลาลีก้าในช่วงปี2013เลยทีเดียว(ทีมตราหมีขึ้นมาเบียดบาซ่าและรีล มาดริดคว้าแชมป์ลาลีก้าในปีนั้น) โดยกองหลังชาวอุรุกวัยยังได้กล่าวชื่นชมว่าคอนเต้มีจิตวิทยาในการดึงเค้นศักยภาพของผู้เล่นออกมาในแต่ละสถานการณ์อย่างชาญฉลาด ทำให้ปีนี้มีโอกาสไม่น้อยเลยทีเดียวที่เราอาจจะได้เห็นแชมป์กัลโช่ เซเรียอาหน้าใหม่อย่างอินเตอร์มิลาน…ก็เป็นได้?

ดอร์ทมุนด์ เกมรับที่สอบผ่านหลังยันบาซ่าได้0-0ในศึกยูซีแอล

ดอร์ทมุนด์

   ซีซั่นนี้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ต้องพบงานหินในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อพวกเค้าดันมาอยู่ในกลุ่มเอฟที่มีทีมร่วมกลุ่มอย่างสลัตเวีย ปราก,อินเตอร์ มิลาน และบาเซโลน่า นั่นทำให้ทีมเสือเหลืองต้องวางแผนในแต่ละเกมให้รัดกุมหากหวังที่จะมีลุ้นเข้ารอบต่อไป ซึ่งหลังการยันเสมอบาซ่าในเกมประเดิมสนามก็ถือว่าพวกเค้าทำผลงานได้ไม่เลวที่เก็บแต้มในบ้านได้ โดยต้องยกเครดิตให้กับเกมรับของพวกเค้าที่จับตายแนวรุกบาซ่าจนทำให้ตลอด90นาที ทีมเยือนสร้างโอกาสยิงเพียง5ครั้งและยิงเข้ากรอบแค่หนเดียว

    หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ดอร์ทมุนด์สามารถปิดโอกาสทำเกมรุกของบาเซโลน่าอย่างอยู่หมัดก็เพราะการกลับมาโชว์ฟอร์มเทพอีกครั้งของ มัทท์ ฮุมเมลส์ปราการหลังคนเดิมที่เพิ่งย้ายกลับมาจากบาเยิร์น มิวนิค จนแฟนบอลเสือเหลืองหลายคนฝันถึงโอกาสที่ทีมรักของพวกเค้าจะกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง(มัทท์ ฮุมเมลส์เคยพาดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าสองสมัยในปี2010,2011)

ซอคขาใหญ่ ดอร์ทมุนด์ ชี้ฮุมเมลส์ฟอร์มดียังงี้ต้องคืนทัพอินทรี

    มิชาเอล ซอคผู้อำนวยการกีฬาของดอร์ทมุนด์เป็นอีกคนที่รู้สึกดีใจกับฟอร์มการเล่นของฮุมเมลส์ในซีซั่นนี้ จนเชียร์ให้โยอาคิม เลิฟดึงกองหลังตัวเก่งรายนี้กลับไปติดทีมชาติเยอรมันอีกครั้ง “ เค้าเพิ่งกลับมาเล่นให้เรา(ดอร์ทมุนด์)ไม่นาน แต่ผลงานเค้าดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามองไปยังฟอร์มนัดหลังสุดที่เจอกับบาซ่านี่คือฮุมเมลส์ผู้แข็งแกร่งราวหินผาชัด เค้าควรมีโอกาสกลับไปติดทีมชาติหากยังเล่นด้วยฟอร์มแบบนี้ ” โดยฮุมเมลส์กลับมาเป็นหัวใจในเกมรับให้กับดอร์ทมุนด์ในซีซั่นนี้และเป็นนักเตะที่ลูเซียง ฟาฟร์ไว้ใจให้ลงสนามในทุกนัดทุกรายการ

    “ ฮุมเมลส์เป็นกองหลังเบอร์ต้นๆของเยอรมัน ตอนนี้เค้าอยู่ในฟอร์มที่ดีและจะดีต่อเนื่องไปเรื่อยอย่างแน่นอน ถ้าผมเป็นผู้จัดการทีมชาติเยอรมันผมจะเรียกเค้าเข้าแคมป์ทีมชาติด้วย แต่ก็นะ ผมไม่ได้ทำหน้าที่นั้นและมันอยู่นอกเหนือการตัดสินใจของเรา ” ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่ามัทท์ ฮุมเมลส์จะถูกเรียกติดธงอินทรีเหล็กอีกหรือไม่ เนื่องจากโยอาคิม เลิฟเคยประกาศที่จะให้โอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ๆได้รับโอกาสลงรับใช้ชาติบ้าง(ให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนมีนาคม2019)และหลังจากนั้นนักเตะที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง มัทท์ ฮุมเมลส์,เยโลม บัวเต็ง,โธมัส มุลเลอร์ และซามี่ เคดิร่าก็แทบจะไม่ถูกเรียกตัวมาเล่นให้ทีมชาติอีกเลย

ผีแดง ต้องให้เวลาโซลชากำจัดจุดอ่อนให้หมดไปเนวิลล์สนับสนุน

ผีแดง

   สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแมนยูกลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้งด้วยสกอร์1-0เหนือเลสเตอร์ซิตี้ ทว่าแม้จะได้สามแต้มแต่แฟนบอลปีศาจแดงจำนวนไม่น้อยก็ยังคงตำหนิผลงานของผู้เล่นแมนยูว่ายังทำได้ไม่ดีพอแต่อาศัยลูกจุดโทษให้ตั้งแต่ต้นเกมเท่านั้นจึงเอาชนะได้แบบหืดจับ ร้อนให้นักวิจารณ์ตัวยงอย่างแกรรี่ เนวิลล์ต้องออกมาปกป้องอดีตต้นสังกัดอีกครั้ง โดยแบ๊คขวาคนเก่าแก่แห่งโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเห็นด้วยว่าผู้เล่นที่ยังไม่ดีพอของแมนยูนั้นโซลชาก็ทราบดีแต่ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่เพื่อจัดการเขี่ยแข้งส่วนเกินเหล่านี้ให้หมด

   “ โซลชาทำงานกับผู้เล่นทุกวัน ผมเชื่อว่าปัญหาที่ผมและแฟนบอลเห็น เค้า(โซลชา)ย่อมรู้ดีกว่าใคร แต่การจัดการนักฟุตบอลที่มีสัญญาอยู่กับสโมสรมันมีรายละเอียดเยอะมาก คุณดูโรเมลู ลูกากูซิกว่าจะย้ายออกไปเนี่ยดีลกินเวลาแค่ไหน? ฉะนั้นแฟนบอลต้องอดทนกันหน่อย คุณได้เห็นแล้วว่าอย่างน้อยทีมมีทิศทางในการจัดการปัญหา หลายๆอย่างกำลังดีขึ้นเรื่อยๆแต่เราต้องไม่เร่งอะไรโซลชามากจนเกินไป ” เนวิลล์ที่ปัจจุบันหันมารับงานวิเคราะห์เกมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดแนะนำให้ผลพรรคเรดอาร์มี่สนับสนุนทีมต่อไปอย่างใจเย็น

แกรี่เนวิลล์เชื่อซัมเมอร์หน้า ผีแดง จะลงตัวถ้าโซลชายังอยู่รอด

   โอเล่ กุนน่า โซลชาสามารถพาแมนยูกลับมาติดอันดับท็อปโฟว์ได้อีกครั้ง ซึ่งแกรี่ เนวิลล์ซูฮกผลงานของอดีตเพื่อนร่วมทีม “ มันน่ายินดีที่เรากลับมาเก็บสามแต้มได้อีกครั้ง แม้ในเกมเรายังเห็นข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆอีกมาก แต่ผมว่าโซลชาก็ทำได้ดีที่สุดเท่าที่ทีมของเราจะเป็นได้แล้ว เราต้องยอมรับว่าแมนยูไม่ได้มีผู้เล่นที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง มันคงต้องมีการเสริมทัพช่วงปีใหม่นี้ และซัมเมอร์หน้า ”

   “ ถ้าคุณดูลิเวอร์พูลแล้วบอกว่าพวกเค้ายอดเยี่ยมเราก็ต้องมองย้อนไปว่า คล็อปป์ใช้เวลานานขนาดไหนกว่าเค้าจะได้ทีมชุดนี้มา โซลชาก็ต้องการเวลาในการบริหารทีมของ มันมีผู้เล่นบางคนที่ยังไม่ดีพอและคงต้องค่อยๆเปลี่ยนถ่ายออกไป ซึ่งการดึงผู้เล่นเข้าและออกมันมีความซับซ้อน นักเตะบางคนสโมสรอยากปล่อยตัวแต่ไม่มีทีมสนใจนั่นทำให้การจัดการผู้เล่นมันต้องใช้เวลา และถ้าบอร์ดบริหารยังคงสนับสนุนเค้าต่อไป ผมเชื่อว่าในซัมเมอร์หน้าเราจะมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง ” แกรี่ เนวิลล์กล่าวทิ้งท้าย

หงส์แดง จะได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกสมใจเสียทีจอห์นบาร์นฟันธง

หงส์แดง

   ซีซั่นที่แล้วหงส์แดงที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจแต่ก็ยังโดนแมนซิตี้ปาดหน้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าชาวเดอะค็อปก็ยังคงแอบหวังว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะนำถ้วยแชมป์กลับมาฉลองที่แอนฟิลด์ได้สำเร็จในซีซั่นนี้ และนักเตะระดับตำนานของลิเวอร์พูลอย่างจอห์น บาร์นก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

   “ ซีซั่นก่อนเจอร์เกน คล็อปป์แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเค้ามีคุณสมบัติที่จะประสบความสำเร็จ และปีนี้พวกเค้ายังเดินหน้าต่อด้วยผู้เล่นชุดเดิม มันเป็นเรื่องดีแน่นอนพวกเค้ามีประสบการณ์มากกว่าเดิม และถ้าดูปฏิกิริยาของลิเวอร์พูลนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลก็ต้องบอกว่ามันน่าจะเป็นปีที่เราะจะได้สมหวังกันเสียที พวกเค้ามีความกระหาย,พวกเค้ารู้จักรับมือสถานการณ์ยากได้ดียิ่งขึ้น มันเป็นพัฒนาการที่ลิเวอร์พูลได้มาจากความผิดหวังในซีซั่นก่อน ” อดีตหัวหอกหงส์แดงกล่าวอย่างมีหวัง

บาห์นซูฮกคล็อปป์ปลุกใจนักเตะ หงส์แดง ให้กลายเป็นนักสู้ผู้ไม่รู้จักแพ้

    ลิเวอร์พูลเก็บ12แต้มเต็มจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีก4นัดแรกซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวในซีซั่นใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ “ คล็อปป์ใช้เวลาพัฒนาทีมอยู่นาน แต่มันคุ้มค่าเหลือเกิน ซีซั่นที่แล้วพวกเค้าทำได้เยี่ยมแต่ซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่มากกว่าเดิม พวกเค้าสนใจแค่ชัยชนะ ไม่มีข้ออ้างใดๆ ไม่อ้างโปรแกรมการลงเล่นอันถี่ยิบ,ไม่อ้างว่าผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ หรือแม้แต่ความล้าจากเกมทีมชาติ ลิเวอร์พูลแสดงออกว่าไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆก็ตามหน้าที่ของพวกเค้าจะไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือต้องเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด ” จอห์น บาร์นกล่าวชมอดีตต้นสังกัดอย่างออกนอกหน้า

   “ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าลิเวอร์พูลไม่ได้มีแต่ผลงานในสนามเท่านั้น ทว่าสปริริตและจิตใจของนักเตะก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น คล็อปป์ไม่เคยโอ๋ลูกทีม นั่นเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เล่นรู้สึกต้องรับผิดชอบกับผลการแข่งขันในระดับสูง ซึ่งผมกล้าพูดเลยว่าปีนี้ละคล็อปป์จะทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลได้ฉลองแชมป์ลีกกับเค้าเสียที ” อดีตกองหน้าวัย55กะรัตพูดทิ้งท้าย

   สองซีซั่นที่ผ่านมาลิเวอร์พูลภายใต้ผลงานของเจอร์เกน คล็อปป์นั้นฟอร์มการเล่นอันสุดมหัศจรรย์ เนื่องจากเกมรับก็เหนียวแน่นขึ้นภายใต้การปกกันของเวอร์กิล ฟาน ไดค์ และแนวรุกก็จัดจ้านผ่านผลงานสามประสาน ซาดิโอ มาเน่,โรแบโต้ พีร์มิโน่ และโมฮัมเหม็ด ซาล่า และปีนี้เจอร์เกน คล็อปป์ก็ตั้งเป้าที่จะพาหงส์แดงประเดิมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยแรกให้จงได้

ลิเวอร์พูล ทำได้!รั้งลอฟเรนไว้กับทีมต่อจนผ่านเส้นตายซื้อขาย

ลิเวอร์พูล

   แม้จะได้ชื่อว่าอยู่ในทีมลิเวอร์พูลชุดคว้าแชมป์UCLเมื่อซีซั่นก่อน ทว่าด้วยบทบาทที่หนักไปทางการเป็นตัวประกอบที่ข้างสนามก็ทำให้เดยัน ลอฟเรนปราการหลังชาวโครแอตไม่ปลื้มนัก และมีข่าวโยงว่าจะย้ายทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่กระทั่งเลยช่วงตลาดปิดไปเป็นที่เรียบร้อย ลอฟเรนก็ยังคงซ้อมอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไปพร้อมคำยืนยันจากเจอร์เกน คล็อปป์ว่าดาวเตะรองแชมป์เวิลด์คั2018จะยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมต่อไป

   แหล่งข่าวดังในแดนผู้ดียืนยันว่าทั้งไบเออร์ เลเวอคูเซ่น และโรม่าต่างพยายามส่งขนมจีบให้ลอฟเรนตลอดช่วงปรีซีซั่น ทว่าต้นสังกัดลิเวอร์พูลแสดงท่าทีไม่สนใจ โดยตั้งเงื่อนไขว่าจะยอมคุยได้หากมีข้อเสนอที่ไม่ต่ำกว่า18ล้านปอนด์เข้ามาให้พิจารณา และไม่สนใจจะปล่อยออกแบบยืมตัวเด็ดขาด ซึ่งเงื่อนไขที่ตั้งไว้นั้นก็ทำให้การเจรจาย้ายออกของลอฟเรนต้องสะดุดลงไป ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นการปัดโอกาสย้ายออกอย่างชาญฉลาดของกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์

ลอฟเรนรับคล็อปป์อยากให้อยู่ ลิเวอร์พูล ต่อชี้ตนยังสำคัญแม้ได้เล่นน้อย

   แม้ปัจจุบันลิเวอร์พูลจะนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกทว่าลอฟเรนกลับยังไม่มีโอกาสลงสนามกับทีมเลยแม้แต่นาทีเดียว “ ถ้ามีนักฟุตบอลซักคนที่บอกว่าก็โอเคนะไม่ต้องลงเล่น แถมยังได้รับค่าเหนื่อย ผมว่าหมอนั้นมันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ไม่มีใครโอเคหรอกที่ต้องนั่งตบยุงข้างสนามและผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ” ปราการหลังวัย30กะรัตเปิดใจ

   “ แต่เจอร์เกนบอกว่าผมยังอยู่ในแผนการทำทีม แค่บทบาทของผมแตกต่างจากเดิมซึ่งผมก็เข้าใจเค้านะ ฤดูกาลที่แล้วช่วงต้นซีซั่นมาติปก็แทบไม่ได้ลงเล่นเลย แต่เค้ากลายเป็นกองหลังตัวหลักในจบซีซั่น เค้าบอกให้ผมอดทนและรอดูไป เงื่อนไขที่จะยอมปล่อยตัวผมก็จะเฉาะในกรณีที่เหมาะสมเท่านั้น เค้าบอกว่าว่าสเตตัสของผมจะไม่พิจารณาปล่อยออกแบบยืมตัวเพราะผมไม่ใช่ส่วนเกินของทีม ”

    “ และเมื่อตลาดปิดเจอร์เกนก็บอกกับผมอีกครั้งว่าโอเค ตอนนี้คงไม่มีเรื่องย้ายทีมมากวนใจนายแล้ว เค้าอยากให้โฟกัสกับการซ้อมกับทีมเท่านั้น เค้าเชื่อมั่นในตัวผมอย่างมาก ซึ่งแน่นอนผมแค่อยากลงสนามผมไม่ได้เกลียดชังสโมสร ฉะนั้นผมก็ต้องทำตัวเองให้พร้อมในทุกสถานการณ์ และรอดูกันไปว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม ” ลอฟเรนกล่าวส่งท้าย

นีซ เติมกระสุนใหม่ด้วยการเซ็นดอลเบิร์กจากอาแจ็กซ์20ล้านยูโร

นีซ

   หลังจากได้รับการจับตามองจากบรรดาทีมดังในยุโปมานานปี ในที่สุดแคสเปอร์ ดอลเบิร์กกองหน้าเนื้อหอมของอาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัมได้ฤกษ์อำลาลีกดัตซ์กับเขาเสียที เมื่อเจ้าหนูวัย21ปีจรดปากกาเซ็นสัญญากับนีซในลีกเอิงเป็นที่เรียบร้อย ด้วยเม็ดเงิน20ล้านยูโรและผูกมัดสัญญากัน5ปี โดยดาวเตะชาวเดนมาร์กจะสวมเสื้อหมายเลข9ลงล่าตาข่ายในซีซั่นนี้

   นีซทีมดังในฝรั่งเศสตั้งเป้าที่จะได้ไปเตะถ้วยยุโรปอีกครั้งหลังพลาดตั๋วในตลอดสองซีซั่นหลังสุด และการได้ผู้เล่นอย่างดอลเบิร์กมาก็น่าจะทำให้เกมรุกของพวกเค้ามีชีวิตชีวามากขึ้น เนื่องจากสองปีหลังสุดพวกเค้าจบลีกเอิงด้วยประตูได้เสียที่ไม่น่าประทับใจ(ปี2017/18ประตูได้เสียบวกหนึ่งประตู และปี2018/19ประตูได้เสียติดลบห้าประตู)ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่าเกมรุกของพวกเค้ายังไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร

ดอลเบิร์กนักเเตะป้ายเเดง นีซ ได้ลงเล่นน้อยในสองปีหลังแต่ก็ยังทำประตูได้ต่อเนื่อง

   แคสเปอร์ ดอลเบิร์กก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของอาแจ็กซ์ได้ตั้งแต่อายุ17ปี แล้วก็ประกาศให้โลกรู้ทันทีว่ามีของด้วยการกดไป23ประตูจากการลงเล่น47นัด จนคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำลีกดัตซ์ประจำซีซั่น2016/17มาครองได้สำเร็จ รวมทั้งยังพาอาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัมทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกยูโรป้าลีก และถึงแม้จะพ่ายต่อปีศาจไป0-2 ทว่าหัวหอกเลือดโคนมก็ยังได้คำชื่นชมจากเหล่ากูรูฟุตบอลว่ามีโอกาสก้าวขึ้นเทียบรัศมีของสลาตัน อิบราฮิโมวิชได้ในไม่ช้า

   ทว่าช่วงสองซีซั่นหลังสุดเจ้าตัวประปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงจะได้ลงเล่นแบบมาๆหายๆดอลเบิร์กก็ยังคงทำประตูให้อาแจ๊กซ์ได้อยู่เสมอ และทำให้เค้าอำลาอาแจ็กซ์ด้วยผลงานสกอร์45ลูกจากการลงเล่น118เกม ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดาสำหรับผู้เล่นวัย20ต้นๆ

   อาแจ๊กซ์ อัมเตอร์ดัมได้ชื่อว่าเป็นทีมนักปั้นเบอร์ต้นๆของยุโรป เนื่องจากมักใช้งานแข้งดาวรุ่งอายุน้อยที่เปล่งรัศมีความเก่งเกินวัยอยู่เสมอ อันทำให้ซีซั่นนี้พวกเค้าเสียผู้เล่นคนสำคัญออกจากทีมไปแล้วสามรายด้วยกัน  ได้แก่ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ที่ย้ายไปเล่นให้ยูเวนตุส,เฟรงกี้ เดอ ยองกองกลางที่ย้ายไปเล่นให้บาเซโลน่า และแคสเปอร์ ดอลเบิร์กที่เพิ่งตอบตกลงย้ายไปเล่นให้นีซ

อาร์เซนอล แพ้ที่แอนฟิลด์ปัญหาเกมรับที่ต้องแก้ด้วยเกมรุก?

อาร์เซนอล

   ด้วยผลงานสองนัดแรกพรีเมียร์ลีกที่อาร์เซนอลตามบี้ลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่อันดับสองของตาราง ทำให้แม็ตซ์การลงดวลกันที่แอนฟิลด์สาวกกันเนอร์แอบหวังเล็กๆว่าบางทีปีนี้พวกเค้าอาจจะมีลุ้นแชมป์กับเค้าเสียที แต่ทว่าพอลงดวลกันจริงอาร์เซนอลก็แพ้เหมือนเดิม(แพ้ลิเวอร์พูล1-3)ท่ามกลางคำถากถางว่าอาร์เซนอลก็ยังคงมีปัญหาในเกมรับเหมือนเดิม เนื่องจากทั้งสามประตูที่เสียไปเป็นความผิดพลาดในเกมรับทั้งหมด

   หลังเกมดาวิด ลุยซ์ผู้ที่โดนโจมตีอย่างหนักเพราะเสียเชิงให้โมฮัมเหม็ด ซาล่าถึงสองครั้งสองครา “ ผมใช้ชีวิตในสนามฟุตบอลมานาน และมันเป็นเรื่องที่ยากเสมอเมื่อคุณแพ้ แต่ผมก็ผ่านมันมาได้เสมอ ผมย้ายมาอาร์เซนอลเพื่อต้องการประสบความสำเร็จ ผมจะไม่หยุดทำงานหนักเพื่อทีม ขอให้พวกคุณเชื่อเถอะผมพร้อมจะยืดอกสู้ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะก็ตาม ” กองหลังวัย32ปีโพสต์ผ่านโซเชียล

โอบาเมยองนักเตะ อาร์เซนอล ต้องพิสูจน์ตัวผ่านการยิงประตูบิ๊กทีมให้มากขึ้น

   เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดครึ่งเวลาแรก แท้จริงแล้วอาร์เซนอลสู้กับลิเวอร์พูลได้ดีและมีโอกาสที่จะได้ประตูถึงสองครั้ง จากการหลุดจากตำแหน่งของอาเดรียนที่โอบาเมยองได้ยิงแต่หลุดกรอบ รวมไปถึงจังหวะโต้กลับของนิโกล่า เปเป้ที่เจ้าตัวหลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟ หากปืนใหญ่สามารถทำทั้งสองโอกาสให้เป็นประตู ความกดดันจะถาโถมไปยังเจ้าบ้าน และลิเวอร์พูลจะถูกบีบให้เล่นเกมรุกมากขึ้น นั่นแปลว่าโอกาสพลาดพวกเค้าก็มีมากขึ้น แต่กลับกันในเมื่อโอกาสที่น่าจะโดนกลับไม่เสีย ความมั่นใจของลิเวอร์พูลก็ทวีคูณจนนำไปสู่การพังประตูแรกของโจเอล มาติปในช่วงท้ายครึ่งแรก และหลังจากนั้นเกมก็ตกเป็นของเจ้าบ้านทั้งหมด

    บางทีมันอาจไม่มีหนทางใดที่จะทำให้เกมรับของอาร์เซนอลเหนียบหนึบขึ้น แต่มันต้องแก้ด้วยการที่เกมรุกของทีมต้องจบสกอร์ให้คมเพื่อชิงเอาความได้เปรียบ และโยนความกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามให้เร็ว(ชิงเป็นฝ่ายออกนำ) นั่นเป็นปัจจัยที่จะรบกวนสมาธิฝ่ายตรงข้าม ซึ่งลูกทีมของอูไน เอเมรี่ได้รับบทเรียนมาจากแอนฟิลด์ การเล่นกับทีมระดับท็อปตลอดเกมคุณอาจมีโอกาสแค่ครั้งเดียวและถ้าคุณคว้าไว้ไม่ได้คุณก็จะโดนลงโทษ ซึ่งปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองต้องก้าวข้ามมาตรฐานของตัวเองให้ได้ แม้เค้าจะติดทำเนียบดาวซัลโวพรีเมียร์เสมอมาแต่ผลงานการทำประตูใส่ทีมใหญ่ของเค้านั่นยังไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร

แมนยู ต้องเลิศ!สตาฟฟ์ผีจับเดเคอาฝึกเล่นบอลด้วยเท้าเพิ่ม

แมนยู

   ด้วยกฎการเตะบอลจากหน้าปากประตูที่เปลี่ยนไปของพรีเมียร์ลีก ที่อนุญาตให้ผู้รักษาประตูสามารถเล่นบอลสั้นต่อบอลให้กองหลังในกรอบเขตโทษได้(แต่ฝ่ายตรงข้ามห้ามอยู่ในกรอบเขตโทษ)ซึ่งนั่นทำให้ผู้รักษาประตูของแต่ละสโมสรในแดนผู้ดีสามารถที่จะเล่นบอลด้วยเท้าได้มากยิ่งขึ้น นั่นทำให้แมนยูเองก็ไม่ยอมเสียประโยชน์ตรงจุดนี้ไป(ถ้ามีผู้รักษาประตูที่ใช้เท้าได้ดีก็จะได้เปรียบมากยิ่งขึ้น)จนทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของปีศาจแดงได้จัดทำคอร์สพิเศษเพื่อฝึกทักษะการเล่นบอลด้วยเท้าให้นายทวารตัวหลักอย่างดาบิด เด เคอามากขึ้นเป็นเท่าตัว โดยหวังให้นายทวารชาวสเปนสามารถเปิดเกมรุกให้ทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เดเคอามือกาว แมนยู ต้องซ้อมเล่นบอลด้วยเท้าเพิ่มทุกวันวันละครึ่งชั่วโมง

   แหล่งข่าววงในของแมนยูที่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อได้บอกกับนักข่าวว่าโอเล่ กุนน่า โซลชาได้มอบหมายให้ทีมงานจัดตารางฝึกซ้อมเพื่อหวังเพิ่มทักษะการรับส่งบอลด้วยเท้าให้ผู้รักษาประตูเป็นพิเศษ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายบอลของดาบิด เด เคอา “ เด เคอาถูกบังคับให้ซ้อมเพิ่มวันละครึ่งชั่วโมงเพื่อจ่ายบอลซ้ำไปซ้ำมา โดยเปลี่ยนระยะการส่งบอลไปเรื่อยๆ มันเป็นฝึกซ้อมพิเศษที่จะทำให้เด เคอาสามารถจ่ายบอลได้แม่นยำและรวดเร็วในทุกสถานการณ์ ”

   “ กฎการเตะจากประตูที่เปลี่ยนไป นั่นทำให้ทีมใดก็ตามที่มีผู้รักษาประตูที่ใช้เท้าได้ดีจะทำให้ทีมตัวเองได้เปรียบ ซึ่งโซลชาหวังว่าแมนยูจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้เช่นกัน และนั่นยังทำให้เด เคอาจะกลายเป็นผู้รักษาประตูที่ครบเครื่องระดับต้นๆของยุโรป ” นี่คือคำยืนยันถึงความพยายามในการขัดเกลาฝีเท้าเด เคอาให้โดดเด่ดยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นโอเล่ กุนน่า โซลชายังดำเนินภารกิจในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับเด เคอาอีกด้วย โดยเป็นที่คาดการกันว่านายประตูดีกรีทีมชาติสเปนจะได้รับค่าเหนื่อยสูงถึง350,000ปอนด์ต่อวีกหากยอมฝากอนาคตไว้ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดต่อไป

   ดาบิด เด เคอาเคยส่อแววจะอำลาแมนยูมาแล้วหลายครั้ง ทว่าจวนแล้วจวนรอดปีศาจแดงก็ยังรั้งมือกาววัย28ปีไว้กับทีมได้เสมอมา และในยุคของกุนซือโอเล่ กุนน่า โซลชาข่าวคราวการขอย้ายทีมของเค้าก็เริ่มซ่างซาลงไป โดยกุนซือชาวนอร์เวย์ยังหวังมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้กับเด เคอาเพื่อหวังว่าเป็นโซ่ทองคล้องใจให้เจ้าตัวยอมเฝ้าเสาให้ปีศาจแดงต่อไปอีกนานแสนนาน