หงส์แดง จะได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกสมใจเสียทีจอห์นบาร์นฟันธง

หงส์แดง

   ซีซั่นที่แล้วหงส์แดงที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจแต่ก็ยังโดนแมนซิตี้ปาดหน้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าชาวเดอะค็อปก็ยังคงแอบหวังว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะนำถ้วยแชมป์กลับมาฉลองที่แอนฟิลด์ได้สำเร็จในซีซั่นนี้ และนักเตะระดับตำนานของลิเวอร์พูลอย่างจอห์น บาร์นก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

   “ ซีซั่นก่อนเจอร์เกน คล็อปป์แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเค้ามีคุณสมบัติที่จะประสบความสำเร็จ และปีนี้พวกเค้ายังเดินหน้าต่อด้วยผู้เล่นชุดเดิม มันเป็นเรื่องดีแน่นอนพวกเค้ามีประสบการณ์มากกว่าเดิม และถ้าดูปฏิกิริยาของลิเวอร์พูลนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลก็ต้องบอกว่ามันน่าจะเป็นปีที่เราะจะได้สมหวังกันเสียที พวกเค้ามีความกระหาย,พวกเค้ารู้จักรับมือสถานการณ์ยากได้ดียิ่งขึ้น มันเป็นพัฒนาการที่ลิเวอร์พูลได้มาจากความผิดหวังในซีซั่นก่อน ” อดีตหัวหอกหงส์แดงกล่าวอย่างมีหวัง

บาห์นซูฮกคล็อปป์ปลุกใจนักเตะ หงส์แดง ให้กลายเป็นนักสู้ผู้ไม่รู้จักแพ้

    ลิเวอร์พูลเก็บ12แต้มเต็มจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีก4นัดแรกซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวในซีซั่นใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ “ คล็อปป์ใช้เวลาพัฒนาทีมอยู่นาน แต่มันคุ้มค่าเหลือเกิน ซีซั่นที่แล้วพวกเค้าทำได้เยี่ยมแต่ซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่มากกว่าเดิม พวกเค้าสนใจแค่ชัยชนะ ไม่มีข้ออ้างใดๆ ไม่อ้างโปรแกรมการลงเล่นอันถี่ยิบ,ไม่อ้างว่าผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ หรือแม้แต่ความล้าจากเกมทีมชาติ ลิเวอร์พูลแสดงออกว่าไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆก็ตามหน้าที่ของพวกเค้าจะไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือต้องเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด ” จอห์น บาร์นกล่าวชมอดีตต้นสังกัดอย่างออกนอกหน้า

   “ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าลิเวอร์พูลไม่ได้มีแต่ผลงานในสนามเท่านั้น ทว่าสปริริตและจิตใจของนักเตะก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น คล็อปป์ไม่เคยโอ๋ลูกทีม นั่นเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เล่นรู้สึกต้องรับผิดชอบกับผลการแข่งขันในระดับสูง ซึ่งผมกล้าพูดเลยว่าปีนี้ละคล็อปป์จะทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลได้ฉลองแชมป์ลีกกับเค้าเสียที ” อดีตกองหน้าวัย55กะรัตพูดทิ้งท้าย

   สองซีซั่นที่ผ่านมาลิเวอร์พูลภายใต้ผลงานของเจอร์เกน คล็อปป์นั้นฟอร์มการเล่นอันสุดมหัศจรรย์ เนื่องจากเกมรับก็เหนียวแน่นขึ้นภายใต้การปกกันของเวอร์กิล ฟาน ไดค์ และแนวรุกก็จัดจ้านผ่านผลงานสามประสาน ซาดิโอ มาเน่,โรแบโต้ พีร์มิโน่ และโมฮัมเหม็ด ซาล่า และปีนี้เจอร์เกน คล็อปป์ก็ตั้งเป้าที่จะพาหงส์แดงประเดิมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยแรกให้จงได้

ฟาน ไดค์ ถูกจอห์น บาร์นส์เเนะนำคู่หูเเนวรับทีมลิเวอรพลู

ฟาน ไดค์

   จอห์น บาร์นส์ ตำนานลูกหนังทีมลิเวอร์พูลได้วิเคราะห์เชิงให้คำแนะนำว่า โจ โกเมซ เป็นคนที่เหมาะจะยืนคู่กับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ในระยะยาวมากที่สุดแต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อยู่อีกมากเช่นกัน

จอห์น บาร์นส์ ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า “แน่นอนว่าตอนนี้เรามีตัวเลือกอยู่ 3 คนคือ โจเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน และ โจ โกเมซ ซึ่งพอใครมาเล่นคู่ ฟาน ไดค์

ก็ทำผลงานได้ดีทั้งหมด จอห์น บาร์นส์ ได้บอกเอาไว้หลายครั้งแล้วว่าการที่เรามี ฟาน ไดค์เป็นหัวใจหลักในแนวรับคือผลประโยชน์มหาศาลสำหรับทีมลิเวอร์พูล แต่ถ้าให้เลือกเพียงหนึ่งเดียวคือ โกเมซ นี่แหละเหมาะกว่าใครเพื่อน”

ลิเวอร์พูลมีหนาวหลังแกรี่ชี้ไม่นานแม็กไกวร์เทียบชั้น ฟาน ไดค์

   เมื่อสุดยอดปราการหลังอย่าง เวอร์จิล ฟานไดค์เจ้าของรางวัล“นักเตะยอดเยี่ยมประจำพรีเมียร์ลีก” ประจำฤดูกาล2018-19ผู้ที่ถูกจอห์น บาร์นส์ วิเคราะห์ถึงการหาคนที่เหมาะสมมายืนตำแหน่งคู่

ได้โดนตำนานแบ็กขวาของแมนฯ ยูไนเต็ดอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ยก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังคนใหม่ของแมนยู ให้เทียบชั้นกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ปราการหลังคนเก่งของลิเวอร์พูลพร้อมบอกว่า แม็กไกวร์

มีอิทธิพลด้านดีต่อนักเตะคนอื่นๆ ของแมนยูด้วยฟาน ไดค์ เคยเป็นเจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกในตอนที่ ลิเวอร์พูล ซื้อด้วยราคา 75 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมว่าเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดของโลก

แต่ปัจจุบันแมนฯ ยูไนเต็ด เทเงินสูงถึง 80 ล้านปอนด์ เพื่อทุ่มซื้อ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ มาจากเลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปแล้ว ในช่วงไม่กี่วันก่อนเปิดฤดูกาล 2019-20 ซึ่งแข้งวัย 26 ปีก็เพิ่งได้เป็นตัวจริงในเกมลีกนัดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ถลุงเชลซีไป 4-0  และในเกมนั้นเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่วนด้าน ฟร้องค์ เลอเบิฟ อดีตกองหลังเชลซี มองว่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยังเก่งสู้ เฟอร์กิลฟาน ไดค์ ของลิเวอร์พูลไม่ได้ “ผมมองว่าแม็คไกวร์กับฟาน ไดค์ มีฝีเท้าคนละระดับกันเลย แม็คไกวร์ อาจเก่งในระดับเดียวกับ ติอาโก้ ซิลวา, มาร์ควินญอส, จอร์โจ้ คิเอลลินี่

หรือคนอื่นๆที่เราพอนึกชื่อออกแต่ยังเทียบกับฟาน ไดค์ไม่ได้อย่างแน่นอนแม็คไกวร์มีอนาคตที่ยิ่งใหญ่รออยู่แน่ๆ

แต่เขาแค่ไม่ใช่กองหลังที่เก่งที่สุดของโลกเหมือนอย่างที่เรารู้สึกกับฟาน ไดค์” นี่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นในแต่ละมุมมองของอดีตตำนานลูกหนังพรีเมียร์ลีกซึ่งหลังจากนี้ผลงานเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์