วัลชมิดท์ หอกไฟร์บวร์กหวังสูงลุ้นติดทัพอินทรีลุยยูโร2020

วัลชมิดท์

    หลังจากผลงานของไฟร์บวร์กแจ่มจรัสขึ้นเรื่อยๆ(รั้งที่5ในบุนเดสลีก้า)ก็นำพาให้นักเตะในทีมหลายคนกลายเป็นที่สนใจ หนึ่งในนั้นก็เห็นจะหนีไม่พ้นลูก้า วัลชมิดท์กองหน้าตัวเก่งที่กดไปแล้ว4ประตูในศึกบุนเดสลีก้า

    ลูก้า วัลชมิดท์ย้ายมาร่วมทัพไฟร์บวร์กตั้งแต่ปี2018 จากนั้นเค้าก็กลายเป็นตัวหลักของทีมมาโดยตลอด ปีนี้ดาวเตะวัย23กะรัตก็พาทีมขึ้นมาเกาะกลุ่มหัวตารางบุนเดสลีก้าได้อย่างสมภาคภูมิ จนได้ความไว้วางใจจากโยอาคิม เลิฟนายใหญ่ทีมชาติเยอรมันให้ก้าวขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อย หลังจากก่อนหน้านี้วัลชมิดท์ติดธงอินทรีเหล็กชุดเล็กมาแล้วทุกชุด(ช่วงอายุ16-21)

     ถึงแม้ว่าวัลชมิดท์จะยังทำประตูในระดับทีมชาติ(ติดธงมาแล้วถึง3นัด) แต่เจ้าตัวก็ยังมั่นใจว่าจะทำผลงานกับไฟร์บวร์กให้ดีขึ้นไปอีกเพื่อหวังมีชื่อเป็น1ใน23ขุนพลทีมชาติเยอรมันที่จะร่วมทำศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020 “ บางคนพูดว่ากองหน้าทีมชาติเยอรมันมีแค่ติโมร์ แวร์เนอร์ที่ไว้ใจได้ มันอาจเหมารวมเกินไป แวร์เนอร์เป็นหัวหอกระดับพระกาฬ แต่สำหรับบอลทัวร์นาเมนต์คุณจำเป็นต้องมีทีมขนาดใหญ่ เพื่อให้นักเตะสลับสับเปลี่ยนกันได้ และผมมั่นใจว่าตัวเองดีพอที่จะเป็นตัวเลือกของโยอาคิม เลิฟ ” กองหน้าไฟร์บวร์กเผยถึงเป้าหมายสำคัญในปีนี้

วัลชมิดท์ รับเสือใต้ยอดทีมแต่ยังคิดอยากร่วมงานด้วยในตอนนี้

     เมื่อมีนักข่าวถามถึงความเป็นไปได้ที่จะย้ายไปผลิตสกอร์ให้กับบาเยิร์น มิวนิคด้านวัลชมิดท์ก็ได้บอกปัดทันที “ ผมยังไม่เคยคิดหรือจินตนาการภาพ(สวมชุดแข่งบาเยิร์น)ทำนองนั้นนะ ไม่มีใครปฏิเสธว่าพวกเค้าคือทีมที่แข็งแกร่งของเยอรมัน มีถ้วยรางวัลมากมาย การมีข่าวเชื่อมโยงกับทีมระดับนี้นับเป็นเรื่องน่าภูมิใจ แต่ผมเป็นคนเรียบง่าย ผมตระหนักดีว่าหน้าที่ของผมคืออะไร ตอนนี้ผมหวังแค่กลับมาฟิตสมบูรณ์เพื่อลงสนามให้กับไฟร์บวร์กอีกครั้ง ”

     อย่างไรก็ตามวัลชมิดท์กลับเผยความลับว่าเจ้าตัวมีทีมในดวงใจแล้วเช่นกัน “ ผมเชียร์รีล มาดริดมานานแล้ว มันยังทำให้ผมชอบสวมสตั๊ดสีขาวอีกด้วย ซานติอาโก้ เบอร์นาบิวคือสนามในฝัน ถ้าได้มีโอกาสลงเล่นที่นั่นคงเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม แถมในทีมยังมีนักเตะเยอรมันอย่างโทนี่ โครสอีกต่างหาก ”

     ในเวลานี้ลูก้า วัลชมิดท์กำลังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บที่เข่า ซึ่งยังไม่มีรายงานว่าเจ้าตัวจะพร้อมกลับมาลงสนามเร็วแค่ไหน ทำให้เจ้าตัวไม่มีชื่อในสองเกมล่าสุด และเมื่อไร้วัลชมิดท์ในสนามก็ทำให้ไฟวร์บวร์กไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย(เสมอ1แพ้1)ตลอดทั้งสองเกม

มุลเลอร์ คนเดิมกลับมาแล้วเมื่อเสือใต้ก้าวสู่ยุคของฮันซี่ฟลิค

มุลเลอร์

   ก่อนหน้านี้โธมัส มุลเลอร์มีข่าวว่าเริ่มไม่มีความสุขแล้วกับชีวิตค้าแข้งในอารีอันซ์ อารีน่าจนตามมาด้วยข่าวการย้ายทีมประปราย กระทั่งบาเยิร์น มิวนิคเปลี่ยนกุนซือมาเป็นฮันซี่ ฟลิค(ชั่วคราวได้คุมทีมถึงคริสมาสต์)ทำให้มุลเลอร์กลับมาลงเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาอีกครั้ง แถมยังมีส่วนช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะได้ถึงสามนัดติดต่อกันอีกต่างหาก

   ช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาโธมัส มุลเลอร์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าอึดอัด เมื่อเจ้าตัวถูกลดบทบาทเป็นเพียงสำรอง โดยนิโก้ โควัชกุนซือคนก่อนได้ประกาศต่อสาธารณะว่าจะไม่มีการันตีตัวจริงให้กับเค้าแต่จะเรียกใช้งานตามสถานการณ์ที่เหมาะสมเท่านั้น จนดูเหมือนว่ากองหน้าชาวเยอรมันใกล้จะหมดความอนาคตกับเสือใต้เต็มที แต่แล้วทันทีที่โควัชถูกไล่ออกไปมุลเลอร์ก็ได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง แล้วแนวรุกวัย30กะรัตก็เริ่มมีส่วนร่วมกับเกมรุกของบาเยิร์น มิวนิคมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถทำแอสซิสต์ให้เพื่อนถึง3หนภายใต้การคุมทีมของกุนซือฮันซี่ ฟลิค

    มีการตั้งข้อสังเกตว่าฮันซี่ ฟลิค และโธมัส มุลเลอร์ต่างเชื่อมือกันเป็นอย่างดี เนื่องจากฟลิคเป็นหนึ่งในทีมสตาฟฟ์ให้กับทีมชาติเยอรมันมาหลายปี ที่สำคัญเทรนเนอร์วัย54ปียังมีส่วนสนับสนุน(เป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับโยอาคิม เลิฟ)ให้ทัพอินทรีเหล็กคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก2014ได้สำเร็จอีกต่างหาก ซึ่งในทีมชุดนั้นก็มีโธมัส มุลเลอร์เป็นแข้งหลักอยู่ด้วยนั่นเอง

มุลเลอร์ อวยฟลิคกระตุ้นความกระหายให้เสือใต้ได้เป็นอย่างดี

    นับตั้งแต่เปลี่ยนโค้ชมาเป็นฮันซี่ ฟลิค(กุนซือชั่วคราว)บาเยิร์น มิวนิคก็กลับมาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกครั้ง โดยสามเกมหลังสุดพวกเค้าชนะรวดแบบยิงรวมกัน10เม็ดแถมไม่เสียประตูเลยอีกต่างหาก “ เค้าให้อิสระกับนักเตะ ฟลิคเน้นย้ำเพียงทัศนคติบางอย่างเท่านั้น ซึ่งมันออกมาดีมากๆ เรา(บาเยิร์น มิวนิค)กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง ไม่ว่าจะในแง่ของผลการแข่งขันหรือรูปแบบการเล่น ” มุลเลอร์กล่าวชื่นชมกุนซือคนใหม่

    นอกจากนี้มุลเลอร์ยังได้เผยถึงจุดเด่นในการสร้างอารมณ์ร่วมให้กับนักเตะเสือใต้ของ ฮันซี่ ฟลิค อีกด้วย “ โค้ชบางคนจะชอบนำเสนอรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แต่สำหรับฟลิคมันต่างออกไป เค้าบอกเราให้ดูผลงานที่ผ่านมา(ชนะดอร์ทมุนด์4-0,ชนะโอลิมเปียกอส2-0)จากนั้นเค้าก็บอกว่าพวกนายจะทำได้อีก เค้าชี้ให้เห็นถึงแรงบวกที่เราจะได้รับจากชัยชนะ มันคือแรงกระตุ้นชั้นเยี่ยม ผมประทับใจในสิ่งที่เค้าเติมเต็มให้กับพวกเรา ”