ลิเวอร์พูล ทำได้!รั้งลอฟเรนไว้กับทีมต่อจนผ่านเส้นตายซื้อขาย

ลิเวอร์พูล

   แม้จะได้ชื่อว่าอยู่ในทีมลิเวอร์พูลชุดคว้าแชมป์UCLเมื่อซีซั่นก่อน ทว่าด้วยบทบาทที่หนักไปทางการเป็นตัวประกอบที่ข้างสนามก็ทำให้เดยัน ลอฟเรนปราการหลังชาวโครแอตไม่ปลื้มนัก และมีข่าวโยงว่าจะย้ายทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่กระทั่งเลยช่วงตลาดปิดไปเป็นที่เรียบร้อย ลอฟเรนก็ยังคงซ้อมอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไปพร้อมคำยืนยันจากเจอร์เกน คล็อปป์ว่าดาวเตะรองแชมป์เวิลด์คั2018จะยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมต่อไป

   แหล่งข่าวดังในแดนผู้ดียืนยันว่าทั้งไบเออร์ เลเวอคูเซ่น และโรม่าต่างพยายามส่งขนมจีบให้ลอฟเรนตลอดช่วงปรีซีซั่น ทว่าต้นสังกัดลิเวอร์พูลแสดงท่าทีไม่สนใจ โดยตั้งเงื่อนไขว่าจะยอมคุยได้หากมีข้อเสนอที่ไม่ต่ำกว่า18ล้านปอนด์เข้ามาให้พิจารณา และไม่สนใจจะปล่อยออกแบบยืมตัวเด็ดขาด ซึ่งเงื่อนไขที่ตั้งไว้นั้นก็ทำให้การเจรจาย้ายออกของลอฟเรนต้องสะดุดลงไป ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นการปัดโอกาสย้ายออกอย่างชาญฉลาดของกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์

ลอฟเรนรับคล็อปป์อยากให้อยู่ ลิเวอร์พูล ต่อชี้ตนยังสำคัญแม้ได้เล่นน้อย

   แม้ปัจจุบันลิเวอร์พูลจะนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกทว่าลอฟเรนกลับยังไม่มีโอกาสลงสนามกับทีมเลยแม้แต่นาทีเดียว “ ถ้ามีนักฟุตบอลซักคนที่บอกว่าก็โอเคนะไม่ต้องลงเล่น แถมยังได้รับค่าเหนื่อย ผมว่าหมอนั้นมันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ไม่มีใครโอเคหรอกที่ต้องนั่งตบยุงข้างสนามและผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ” ปราการหลังวัย30กะรัตเปิดใจ

   “ แต่เจอร์เกนบอกว่าผมยังอยู่ในแผนการทำทีม แค่บทบาทของผมแตกต่างจากเดิมซึ่งผมก็เข้าใจเค้านะ ฤดูกาลที่แล้วช่วงต้นซีซั่นมาติปก็แทบไม่ได้ลงเล่นเลย แต่เค้ากลายเป็นกองหลังตัวหลักในจบซีซั่น เค้าบอกให้ผมอดทนและรอดูไป เงื่อนไขที่จะยอมปล่อยตัวผมก็จะเฉาะในกรณีที่เหมาะสมเท่านั้น เค้าบอกว่าว่าสเตตัสของผมจะไม่พิจารณาปล่อยออกแบบยืมตัวเพราะผมไม่ใช่ส่วนเกินของทีม ”

    “ และเมื่อตลาดปิดเจอร์เกนก็บอกกับผมอีกครั้งว่าโอเค ตอนนี้คงไม่มีเรื่องย้ายทีมมากวนใจนายแล้ว เค้าอยากให้โฟกัสกับการซ้อมกับทีมเท่านั้น เค้าเชื่อมั่นในตัวผมอย่างมาก ซึ่งแน่นอนผมแค่อยากลงสนามผมไม่ได้เกลียดชังสโมสร ฉะนั้นผมก็ต้องทำตัวเองให้พร้อมในทุกสถานการณ์ และรอดูกันไปว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม ” ลอฟเรนกล่าวส่งท้าย

อาร์เซนอล แพ้ที่แอนฟิลด์ปัญหาเกมรับที่ต้องแก้ด้วยเกมรุก?

อาร์เซนอล

   ด้วยผลงานสองนัดแรกพรีเมียร์ลีกที่อาร์เซนอลตามบี้ลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่อันดับสองของตาราง ทำให้แม็ตซ์การลงดวลกันที่แอนฟิลด์สาวกกันเนอร์แอบหวังเล็กๆว่าบางทีปีนี้พวกเค้าอาจจะมีลุ้นแชมป์กับเค้าเสียที แต่ทว่าพอลงดวลกันจริงอาร์เซนอลก็แพ้เหมือนเดิม(แพ้ลิเวอร์พูล1-3)ท่ามกลางคำถากถางว่าอาร์เซนอลก็ยังคงมีปัญหาในเกมรับเหมือนเดิม เนื่องจากทั้งสามประตูที่เสียไปเป็นความผิดพลาดในเกมรับทั้งหมด

   หลังเกมดาวิด ลุยซ์ผู้ที่โดนโจมตีอย่างหนักเพราะเสียเชิงให้โมฮัมเหม็ด ซาล่าถึงสองครั้งสองครา “ ผมใช้ชีวิตในสนามฟุตบอลมานาน และมันเป็นเรื่องที่ยากเสมอเมื่อคุณแพ้ แต่ผมก็ผ่านมันมาได้เสมอ ผมย้ายมาอาร์เซนอลเพื่อต้องการประสบความสำเร็จ ผมจะไม่หยุดทำงานหนักเพื่อทีม ขอให้พวกคุณเชื่อเถอะผมพร้อมจะยืดอกสู้ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะก็ตาม ” กองหลังวัย32ปีโพสต์ผ่านโซเชียล

โอบาเมยองนักเตะ อาร์เซนอล ต้องพิสูจน์ตัวผ่านการยิงประตูบิ๊กทีมให้มากขึ้น

   เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดครึ่งเวลาแรก แท้จริงแล้วอาร์เซนอลสู้กับลิเวอร์พูลได้ดีและมีโอกาสที่จะได้ประตูถึงสองครั้ง จากการหลุดจากตำแหน่งของอาเดรียนที่โอบาเมยองได้ยิงแต่หลุดกรอบ รวมไปถึงจังหวะโต้กลับของนิโกล่า เปเป้ที่เจ้าตัวหลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟ หากปืนใหญ่สามารถทำทั้งสองโอกาสให้เป็นประตู ความกดดันจะถาโถมไปยังเจ้าบ้าน และลิเวอร์พูลจะถูกบีบให้เล่นเกมรุกมากขึ้น นั่นแปลว่าโอกาสพลาดพวกเค้าก็มีมากขึ้น แต่กลับกันในเมื่อโอกาสที่น่าจะโดนกลับไม่เสีย ความมั่นใจของลิเวอร์พูลก็ทวีคูณจนนำไปสู่การพังประตูแรกของโจเอล มาติปในช่วงท้ายครึ่งแรก และหลังจากนั้นเกมก็ตกเป็นของเจ้าบ้านทั้งหมด

    บางทีมันอาจไม่มีหนทางใดที่จะทำให้เกมรับของอาร์เซนอลเหนียบหนึบขึ้น แต่มันต้องแก้ด้วยการที่เกมรุกของทีมต้องจบสกอร์ให้คมเพื่อชิงเอาความได้เปรียบ และโยนความกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามให้เร็ว(ชิงเป็นฝ่ายออกนำ) นั่นเป็นปัจจัยที่จะรบกวนสมาธิฝ่ายตรงข้าม ซึ่งลูกทีมของอูไน เอเมรี่ได้รับบทเรียนมาจากแอนฟิลด์ การเล่นกับทีมระดับท็อปตลอดเกมคุณอาจมีโอกาสแค่ครั้งเดียวและถ้าคุณคว้าไว้ไม่ได้คุณก็จะโดนลงโทษ ซึ่งปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองต้องก้าวข้ามมาตรฐานของตัวเองให้ได้ แม้เค้าจะติดทำเนียบดาวซัลโวพรีเมียร์เสมอมาแต่ผลงานการทำประตูใส่ทีมใหญ่ของเค้านั่นยังไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร