เอลเนนี่ เสี้ยมโอซิลถึงเวลาย้ายหนีปืนซบเฟเนร์บาเช่แล้ว

เอลเนนี่

    หลังจากที่ได้ย้ายมาสัมผัสฟุตบอลลีกตุรกีกับเบซิคตัสเกือบหนึ่งฤดูกาลเต็ม ก็ดูเหมือนจะทำให้โมฮัมเหม็ด เอลเนนี่กองกลางชาวอียิปต์ชักจะหลังไหลในสเน่ห์ลูกหนังลีกเติร์กเสียแล้ว เมื่อถึงขนาดกล้าชวนเพื่อนเก่าอย่างเมซุต โอซิลให้ย้ายมาค้าแข้งในแดนไก่ง่วงร่วมกัน

    เอลเนนี่ซึ่งเคยใกล้ชิดกับเมซุต โอซิลในฐานะผู้เล่นอาร์เซนอลด้วยกัน ได้ออกมาเปิดเผยว่าเพลเมกเกอร์ชาวเยอรมันเป็นแฟนเฟเนร์บาเช่แบบเข้าเส้นเลยทีเดียว “ เมซุตแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเป็นแฟนบอลเฟร์เนบาเช่ ตอนผมอยู่ที่เอมิเรตส์ เมซุตมักร้องเพลงหนึ่งอยู่เป็นประจำ ผมทนฟังเสียงเพลงที่ว่าอยู่หลายครั้ง จนผมย้ายมาเล่นให้เบซิคตัส ผมถึงรู้ว่ามันคือเพลงเชียร์ของแฟนบอลเฟร์เบบาเช่ ”

    “ แน่นอนมันเป็นไปได้สูงที่เมซุตจะย้ายมาเล่นให้เฟร์เนบาเช่ในอนาคต  หรือมันอาจจะเป็นฤดูกาลหน้าก็เลยก็ได้ใครจะรู้ ” เอลเนนี่กล่าวยืนยัน ซึ่งการให้สัมภาษณ์ของกองกลางวัย27ปีก็สอดรับกับที่เอเยนต์ส่วนตัวของโอซิลเคยกล่าวไว้ว่าหากกองกลางชาวเยอรมันเลือกย้ายมาเล่นในลีกตุรกีแล้วละก็เฟร์เนบาเช่จะเป็นตัวเลือกหนึ่งเดียวเท่านั้นที่โอซิลสนใจอยากร่วมงามด้วย

เอลเนนี่ ปรามซาล่าอย่าคิดสั้นลาหงส์ซบราชันย์เป็นอันขาด

    แม้จะชวนโอซิลให้ลองย้ายทีมจากลีกผู้ดี แต่ทว่าเอลเนนี่กลับส่งสาส์นไปยังเพื่อนร่วมทีมชาติอย่างโมฮัมเหม็ด ซาล่าว่าไม่ควรย้ายโยกไปโชว์ฝีเท้าในลาลีก้า กับรีล มาดริดอย่างเด็ดขาด “ โม ซาล่าเก่งกาจขึ้นหลายเท่าหลังจากย้ายมาแอนด์ฟิล เค้าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของสโมสร เค้าอยู่บนจุดสูงสุด ได้เล่นกับลิเวอร์พูลทีมครองแชมป์ยุโรป แล้วกำลังกลายเป็นทีมระดับไร้เทียมทาน ”

   “ แม้จะมีความสนใจเข้ามาจากฝั่งรีล มาดริดแต่ผมไม่คิดว่ามันเป็นตัวเลือก เค้าเล่นให้ทีมที่มีโอกาสจะประสบความสำเร็จสูงมากอยู่แล้ว ทั้งยังเป็นแกนหลักสำคัญของทีมอีกต่างหาก แล้วมองไปที่อาซาร์ซิเค้าเป็นราชาที่เชลซี แต่ดูตอนนี้ซิมันคนละเรื่องกันเลย ”

    “ บางครั้งคุณก็ต้องตามหาทีมที่ใช่ แล้วโมก็อยู่ในสถานการณ์นั้นแล้ว จริงอยู่ มาดริด อาจมีชื่อเสียง แต่ไม่มีอะไรการันตีว่าเค้าจะมีความสุข และจะไปได้สวยแค่ไหน มันอยู่ที่ตัวเค้าเอง แต่สำหรับผมแล้วเค้าไม่จำเป็นต้องย้ายไปไหน เค้าสามารถประสบความสำเร็จมากแค่ไหนก็ได้กับลิเวอร์พูล ” เอลเนนี่กล่าวทิ้งท้าย

อาร์เตต้า ยันทุกคนในสโมสรต้องช่วยให้เปเป้กลับคืนฟอร์มให้ได้

อาร์เตต้า

    นิโกล่า เปเป้ยังคงกลายเป็นที่โดนตำหนิเรื่อยไป เมื่อผลงานในเกมหลังสุดที่เจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวลงสนามมากลับกลายเป็นทำให้อาร์เซนอลโดนเชลซีกลับมาแซงชนะไป2-1 ทั้งที่เจ้าตัวมีเวลาในสนามเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ซึ่งอาร์เตต้ากุนซือปืนใหญ่ได้ออกมาปกป้องนักเตะว่าความพ่ายแพ้ในเกมดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่งแต่ก็ยอมรับว่าปีกชาวไอวอรี่โครสต์ยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดี

    “ แน่นอนเรามีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นแต่มันยังไม่ดีพอที่จะได้สามแต้ม หลายคนเจ็บปวดแต่เราต้องมองบนพื้นฐานความจริงและเปเป้ไม่ใช่คนที่ต้องโดนตำหนิ ฟุตบอลเป็นเรื่องของทีมงานทั้งนักเตะ,สตาฟฟ์โค้ช และแฟนบอล ผมคิดว่าเราทุกคนต้องยอมรับว่าเราพ่ายแพ้ไปด้วยกัน เมื่อกลับมาคว้าชัยชนะได้เราก็คือพวกเดียวกัน และในเปเป้จะมีส่วนต่อช่วงเวลาเหล่านั้นอย่างแน่นอน ”

    นอกจากนี้เทรนเนอร์ชาวสเปนยังระบุว่าเป็นหน้าที่ของตนที่จะต้องทำให้เปเป้กลับมาคืนฟอร์มเก่งให้จงได้ “ เปเป้มีแรงกระตุ้นที่ดีในสนามซ้อม เค้าแสดงออกถึงความปรารถนาที่จะช่วยทีมอย่างเต็มที่ ฉะนั้นเราจะไม่โยนความกดดันนอกเหนือจากนี้ให้กับเค้า หลังจากนี้คืองานของผมที่จะทำให้เค้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้อย่างไรแล้วผมก็กำลังทำมันอยู่ ”

เปเป้คือของจริงหาใช่ดีลที่น่าผิดหวังของปืน อาร์เตต้า ยืนยัน

    เปเป้ถูกอาร์เซนอลดึงตัวมาด้วยค่าตัวสูงถึง72ล้านปอนด์แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะยังโชว์ผลงานได้ไม่สมราคาเลยแม้แต่น้อย จนแฟนบอลปืนใหญ่จำนวนไม่น้อยมองว่านี่คือดีลที่น่าผิดหวังประจำปีซึ่งอาร์เตต้าไม่เห็นด้วยเลยในเรื่องนี้ “ ผมเคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าผมไม่สนใจสิ่งที่ผ่านไปแล้ว และต้องการอยู่กับปัจจุบัน ซึ่งตอนนี้เค้า(เปเป้)เป็นนักเตะของเรา ถ้าคุณจะบอกว่าเค้าไม่มีผลงานอะไรก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว เค้ามีความมั่นใจที่จะพาบอลหนีคู่แข่งชนิดที่หาตัวจับยาก เพียงแต่สิ่งที่เราต้องการมากกว่าตอนนี้คือคะแนน เมื่อเราไม่ได้มันคุณจึงอาจไม่ให้เครดิตกับสิ่งที่เปเป้แสดงออกในสนามก็เท่านั้นเอง ”

    “ ผมพอใจกับสิ่งที่เค้าแสดงออกในการซ้อม เราจะช่วยกันนำเปเป้กลับมาสู่ฟอร์มการเล่นที่ดีให้ได้ เค้ามีแนวโน้มที่ดีอยู่เป็นทุนมันมีโอกาสที่เค้าจะกลายเป็นที่รักของแฟนบอล หรือแม้แต่การขึ้นสู่นักเตะระดับซุปเปอร์สตาร์ เพราะเค้าเป็นนักเตะที่มีความมั่นใจในการเล่นสูงมากคนหนึ่งเลยทีเดียว ” กุนซือปืนโตกล่าวทิ้งท้าย

ปืนใหญ่ เล็งโลบ็อตก้ามิดฟิลด์สโลวักเพื่อเป็นตัวตายตัวแทนชาก้า

ปืนใหญ่

    อาร์เซนอลจำเป็นต้องหาผู้เล่นใหม่ในแดนกลางเพิ่มเติมในช่วงปีใหม่ หลังจากที่กรานิต ชาก้ากำลังเตรียมตัวย้ายกลับไปเล่นในลีกเยอรมันกับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน โดยมิเกล อาร์เตต้ากุนซือปืนใหญ่ก็มีเป้าหมายในใจแล้วนั่นก็คือ สตานิสลาฟ โลบ็อตก้า มิดฟิลด์จอมขยันของเซลต้า บีโก้

     สตานิสลาฟ โลบ็อตก้ากองกลางวัยเบญจเพสจัดเป็นนักเตะที่มีสไตล์การเล่นละม้ายคล้ายกับอาร์รอน แรมซี่ย์อดีตมิดฟิลด์บ๊อกทูบ็อกที่ทีมปืนใหญ่เสียฟรีไปให้กับยูเวนตุส จึงทำให้อาร์เตต้าหมายใจจะดึงตัวมาช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับอาร์เซนอลในช่วงปีใหม่ โดยคาดการกันว่าโลบ็อตก้าที่ลงสนามให้เซลต้า บีโก้ไปแล้วกว่า90นัดน่าจะมีค่าตัวราว25ล้านปอนด์ซึ่งก็น่าจะไม่มีปัญหาเนื่องจากพวกเค้าน่าจะได้ค่าตัวจากการปล่อยตัวกรานิต ชาก้าในสนนราคาที่ใกล้เคียงกัน

     รายงานระบุว่านอกจากอาร์เซนอลแล้วก็ยังมีทั้งนาโปลี และเวสต์แฮมที่ให้ความสนใจในตัวโลบ็อตก้าเช่นกัน ซึ่งกระแสทางอิตาลี่ก็ร่ำลือไปอีกทางว่าโลบ็อตก้าสนใจที่จะย้ายไปเล่นให้นาโปลีมากกว่า เนื่องจากที่นั่นเจ้าตัวจะได้ร่วมงานกับมาเร็ค ฮัมซิครุ่นพี่ในทีมชาติสโลวาเกียนั่นเอง

อาร์เตต้าโค้ช ปืนใหญ่ คิดสร้างบอลเพรซซิ่งมากขึ้นซึ่งโลบ็อตก้าคือคนที่ใช่

     ผลงานหลังจากที่อาร์เตต้าเข้ามาปรับจูนอาร์เซนอลเห็นได้ชัดว่าพวกเค้ามีแนวโน้มที่ดีมากขึ้น แต่ด้วยตัวเลือกที่จำกัดจำเขี่ยเนื่องจากเป็นการรับช่วงต่อแบบกลางคันทำให้อาร์เตต้ายังไม่สามารถดำเนินแท็กติกตามที่ต้องการได้(เลยแพ้เชลซีไป1-2 ทั้งที่เล่นดีเกือบทั้งเกม) โดยนักวิเคราะห์เชื่อว่าเทรนเนอร์ชาวสเปนต้องการสร้างทีมที่มีสไตล์บอลเพรซซิ่งแบบเดียวกับแมนซิตี้ ซึ่งเห็นได้ชัดในเกมดวลกับเชลซีว่ามีเพียงลูคัส ตอร์เรร่า และมัตเตโอ เกนดูซี่เท่านั้นที่พอจะฝากฝังได้ แต่ในตัวเลือกที่เหลืออย่าง เมซุต โอซิล,โจ วิลล็อค หรือดานี่ เซบายอสต่างไม่ใช่กองกลางในสไตล์ที่จะไล่บีบคู่แข่งเลย จึงทำให้อาร์เซนอลตั้งเป้าที่จะเดินหน้าล่าตัวสตานิสลาฟ โลบ็อตก้ามาร่วมรังเอมิเรตส์ให้จงได้

     โดยเวลานี้อาร์เซนอลยังคงรั้งอยู่ที่12ในตารางพรีเมียร์ลีก ซึ่งยังห่างไกลกับเป้าหมายท็อปโฟร์ที่ตั้งไว้ จึงทำให้อาร์เตต้าจำเป็นที่ต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อนำทีมกลับมาสู่เส้นทางให้จงได้ เพราะทีมในกลุ่มที่ฟอร์มลุ่มๆดอนๆด้วยกันอย่างแมนยูฯ,สเปอร์ส และเอฟเวอร์ตันต่างก็ฟื้นคืนสติกลับมาเก็บแต้มแซงกลับขึ้นไปอยู่โซนครึ่งตารางบนได้หมดแล้ว

ชาก้า นอยด์ปืนใหญ่หวังถกสโมสรเรื่องย้ายออกในช่วงมกราคม

ชาก้า

    นับตั่งแต่โดนอาร์เซนอลริบปลอกแขนกลับคืนไป กรานิต ชาก้าก็ไม่เคยได้รับโอกาสลงสนามอีกเลย ทำให้ดาวเตะทัพนาฬิกาไม่พอใจกับสถานการณ์นี้เป็นอย่างมาก และหวังย้ายออกจากถิ่นเอมิเรตส์ในช่วงเปิดตลาดซื้อขายผู้เล่นหลังปีใหม่

     ชาก้าโดนแฟนบอลอาร์เซนอลโห่ไล่เกมที่เจ้าตัวลงเล่นกับคริสตัลพาเลซ(เสมอ2-2) จนทำให้มิดฟิลด์ชาวสวิตซ์ตบะแตกด่าตอบโต้แฟนบอลซ้ำยังปาปลอกแขนกัปตันทิ้งลงกับพื้น จนทำให้อูไน เอเมรี่สั่งปลดออกจากตำแหน่งกัปตันทีม “ ผมต้องการรักษาจุดยืนของตัวเอง ใช่ผมยังมีสัญญากับอาร์เซนอล และผมกำลังรอเคลียร์กับสโมสร เราจำเป็นต้องหาทางออกในเรื่องนี้ ผมไม่จำเป็นต้องทนอยู่กับสถานการณ์เหล่านี้ มันทำให้ความสนุกในการเล่นฟุตบอลของผมหายไป ” มิดฟิลด์วัย27ปีเผยถึงความรู้สึกน้อยใจที่ไม่ได้ลงสนามในช่วงหลัง

      แม้ว่าอูไน เอเมรี่กุนซือปืนใหญ่จะยังมอบความหวังกับชาก้าว่าพร้อมที่จะมอบโอกาสลงเล่นเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม แต่ทว่าหลังจากชาก้าที่โชฟอร์มดีกับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์(ลงเล่นเต็ม90นาทีถึงสองนัดแถมยิงประตูได้ในเกมชนะยิบรอลต้า6-1)แต่เจ้าตัวก็ยังไม่มีชื่อลงสนามในเกมดวลกับเซาธ์แธมตันอยู่ดี ทำให้เจ้าตัวชักหมดความอดทนที่จะรอคอยโอกาสลงเล่นกับทีมปืนใหญ่อีกต่อไป

อาร์เซนอลหัวไวเล็งโซบอสไลดาวรุ่งซัลบวร์กแทนที่ ชาก้า ไว้แล้ว

     มีรายงานเข้ามาว่าอาร์เซนอลไม่วิตกเลยกับโอกาสที่อาจเสียกรานิต ชาก้าออกไปจากทีม เนื่องจากพวกเค้าได้ส่งแมวมองเฝ้าตามดูฟอร์มตัวตายตัวแทนอย่างโดมินิค โซบอสไลกองกลางซ้ายธรรมชาติของเรดบูล ซัลบวร์กเอาไว้แล้ว

     โดมินิค โซบอสไลสวมเสื้อหมายเลข14ให้กับเรดบูล ซัลบวร์กชุดปัจจุบัน ตำแหน่งถนัดของเค้าคือตัวริมเส้นฝั่งซ้าย แต่ก็สามารถโยกมายืนเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางได้เช่นกัน ที่น่าสนใจคือดาวเตะชาวฮังกาเรี่ยนสามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของซัลบวร์กได้สำเร็จทั้งที่มีอายุเพียง19ปีเท่านั้น ในซีซั่นนี้โซบอสไลลงเล่นไปแล้ว17นัดรวมทุกรายการยิงไปได้4ประตูและทำแอสซิสต์ให้เพื่อนไปอีก4ครั้ง ซึ่งคาดการกันว่าเจ้าหนูรายนี้น่าจะมีค่าตัวราว12ล้านปอนด์ซึ่งถือว่าไม่ใช่ปัญหาเลยสำหรับอาร์เซนอล เพียงแต่เงื่อนไขที่อูไน เอเมรี่จะได้รับอนุมัติให้เซ็นสัญญากับนักเตะรายนี้ก็คืออาร์เซนอลจะต้องปล่อยตัวกรานิต ชาก้าออกไปจากทีมให้ได้เสียก่อน

เอเมรี่ และชาก้าสองคู่หูที่นับถอยหลังรออำลาปืนใหญ่ได้เลย

เอเมรี่

   กรานิต ชาก้ากัปตันทีมอาร์เซนอลกำลังตกอยู่ในภาวะลำบากหนักเมื่อเจ้าตัวได้แสดงปฏิกิริยาอันสะท้อนถึงความไร้ภาวะผู้นำระหว่างการโดนเปลี่ยนตัวออกทั้งโยนปลอกแขนกัปตันลงพื้น,โบกมีเย้ยแฟนบอล และถอดเสื้อแข่งออกอย่างเสียอารมณ์แล้วเดินเข้าอุโมงค์ไปทันที ไม่เพียงเท่านั้นดาวเตะชาวสวิตซ์ยังไปมีเรื่องทะเลาะกับแฟนบอลระหว่างขับรถออกจากสโมสรอีกต่างหาก ชนิดที่เอเมรี่ที่ปกติให้ท้ายชาก้ามาตลอดก็ยังต้องออกมายอมรับว่านักเตะผิดจริง(แบกไม่ไหวแล้ว)

    เรียกว่าสร้างงานใหญ่ให้อูไน เอเมรี่ทันที ด้วยผลงานในสนามก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วสองนัดหลังสุดในลีกไม่ชนะใครเลย ซ้ำร้ายลูกรักอย่างกรานิต ชาก้ากลับมามาสร้างปัญหานอกสนามให้กับทีมอีก ชนิดที่เรียกได้ว่าทั้งชาก้าและอูไนกำลังกลายเป็นผีเน่ากับโลงผุในทันที พร้อมข่าวยืนยันว่าสแตน โครเอนเก้ได้เรียกตัวเทรนเนอร์ชาวสเปนเข้าพบเป็นการส่วนตัวแล้ว แม้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงบทบาทผู้จัดการทีมแต่ทว่ามันเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่าสถานะความมั่นคงของเอเมรี่เริ่มไม่มั่นคงแล้ว

อาร์เซนอลห้องแต่งตัวร้อนแล้วลากากดไลท์ทวิตอ่า เอเมรี่ ชาก้าแล้ว

    อันที่จริงประเด็นการไม่ใช่งานเมซุต โอซิลนั้นก็เป็นเครื่องหมายคำถามที่แม้แต่นักเตะของอาร์เซนอลเองก็คิดไม่ต่างกับแฟนบอลเพียงแต่พวกเค้าไม่ได้ออกมาให้ข่าวอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง อย่างเช่นแฟนบอลรายหนึ่งที่ได้ไปโพสถามโอบาเมยองในโลกโซเชียลว่าทำไมไม่มีชื่อโอซิลในทีมแล้วรองกัปตันทีมปืนใหญ่ก็ได้มาทวิตต์ตอบว่าเค้าเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเป็นเช่นนั้น หรือผลงานแม๊ตซ์ล่าสุดก็ได้มีแฟนบอลทวิตต์ตำหนิผลงานของชาก้าและเอเมรี่ไปพร้อมๆกัน ซึ่งปรากฎว่ากองหน้าอย่างอเล็กซองด์ ลากาแซ็ตก็ได้ไปกดไลท์ทวิตต์ดังกล่าวอย่างหน้าตาเฉย

     เชื่อว่าบรรยากาศในห้องแต่งตัวของทีมปืนใหญ่เองตอนนี้กำลังมีคลื่นใต้น้ำอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อดูจากแนวโน้มการบริหารจัดการของอูไน เอเมรี่แล้วบอกได้เลยว่ากูไม่กลับ ทรงบอลไม่มีแต่โอซิลก็ไม่มีชื่อ,นักเตะที่ผลักดันมาตลอดอย่างชาก้าก็สะท้อนให้เห็นว่าไม่คู่ควรที่จะเป็นกัปตันทีม และนักเตะในทีมเริ่มเสียงแตกกันไปอีกเมื่อห้องแต่งตัวมีปัญหาไม่มีทางเลยที่ผลการแข่งขันจะเป็นใจได้  ก่อนหน้านี้อูไน เอเมรี่ก็เคยล้มเหลวมาแล้วกับการจัดการนักเตะเปเอสเชมาแล้ว  ฉะนั้นนี่คงจะเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าอูไน เอเมรี่เป็นกุนซือที่หวานแต่รูป…จูบไม่หอม!

อาร์เซนอล แพ้ที่แอนฟิลด์ปัญหาเกมรับที่ต้องแก้ด้วยเกมรุก?

อาร์เซนอล

   ด้วยผลงานสองนัดแรกพรีเมียร์ลีกที่อาร์เซนอลตามบี้ลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่อันดับสองของตาราง ทำให้แม็ตซ์การลงดวลกันที่แอนฟิลด์สาวกกันเนอร์แอบหวังเล็กๆว่าบางทีปีนี้พวกเค้าอาจจะมีลุ้นแชมป์กับเค้าเสียที แต่ทว่าพอลงดวลกันจริงอาร์เซนอลก็แพ้เหมือนเดิม(แพ้ลิเวอร์พูล1-3)ท่ามกลางคำถากถางว่าอาร์เซนอลก็ยังคงมีปัญหาในเกมรับเหมือนเดิม เนื่องจากทั้งสามประตูที่เสียไปเป็นความผิดพลาดในเกมรับทั้งหมด

   หลังเกมดาวิด ลุยซ์ผู้ที่โดนโจมตีอย่างหนักเพราะเสียเชิงให้โมฮัมเหม็ด ซาล่าถึงสองครั้งสองครา “ ผมใช้ชีวิตในสนามฟุตบอลมานาน และมันเป็นเรื่องที่ยากเสมอเมื่อคุณแพ้ แต่ผมก็ผ่านมันมาได้เสมอ ผมย้ายมาอาร์เซนอลเพื่อต้องการประสบความสำเร็จ ผมจะไม่หยุดทำงานหนักเพื่อทีม ขอให้พวกคุณเชื่อเถอะผมพร้อมจะยืดอกสู้ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะก็ตาม ” กองหลังวัย32ปีโพสต์ผ่านโซเชียล

โอบาเมยองนักเตะ อาร์เซนอล ต้องพิสูจน์ตัวผ่านการยิงประตูบิ๊กทีมให้มากขึ้น

   เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดครึ่งเวลาแรก แท้จริงแล้วอาร์เซนอลสู้กับลิเวอร์พูลได้ดีและมีโอกาสที่จะได้ประตูถึงสองครั้ง จากการหลุดจากตำแหน่งของอาเดรียนที่โอบาเมยองได้ยิงแต่หลุดกรอบ รวมไปถึงจังหวะโต้กลับของนิโกล่า เปเป้ที่เจ้าตัวหลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟ หากปืนใหญ่สามารถทำทั้งสองโอกาสให้เป็นประตู ความกดดันจะถาโถมไปยังเจ้าบ้าน และลิเวอร์พูลจะถูกบีบให้เล่นเกมรุกมากขึ้น นั่นแปลว่าโอกาสพลาดพวกเค้าก็มีมากขึ้น แต่กลับกันในเมื่อโอกาสที่น่าจะโดนกลับไม่เสีย ความมั่นใจของลิเวอร์พูลก็ทวีคูณจนนำไปสู่การพังประตูแรกของโจเอล มาติปในช่วงท้ายครึ่งแรก และหลังจากนั้นเกมก็ตกเป็นของเจ้าบ้านทั้งหมด

    บางทีมันอาจไม่มีหนทางใดที่จะทำให้เกมรับของอาร์เซนอลเหนียบหนึบขึ้น แต่มันต้องแก้ด้วยการที่เกมรุกของทีมต้องจบสกอร์ให้คมเพื่อชิงเอาความได้เปรียบ และโยนความกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามให้เร็ว(ชิงเป็นฝ่ายออกนำ) นั่นเป็นปัจจัยที่จะรบกวนสมาธิฝ่ายตรงข้าม ซึ่งลูกทีมของอูไน เอเมรี่ได้รับบทเรียนมาจากแอนฟิลด์ การเล่นกับทีมระดับท็อปตลอดเกมคุณอาจมีโอกาสแค่ครั้งเดียวและถ้าคุณคว้าไว้ไม่ได้คุณก็จะโดนลงโทษ ซึ่งปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองต้องก้าวข้ามมาตรฐานของตัวเองให้ได้ แม้เค้าจะติดทำเนียบดาวซัลโวพรีเมียร์เสมอมาแต่ผลงานการทำประตูใส่ทีมใหญ่ของเค้านั่นยังไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร