เอเมรี่ และชาก้าสองคู่หูที่นับถอยหลังรออำลาปืนใหญ่ได้เลย

เอเมรี่

   กรานิต ชาก้ากัปตันทีมอาร์เซนอลกำลังตกอยู่ในภาวะลำบากหนักเมื่อเจ้าตัวได้แสดงปฏิกิริยาอันสะท้อนถึงความไร้ภาวะผู้นำระหว่างการโดนเปลี่ยนตัวออกทั้งโยนปลอกแขนกัปตันลงพื้น,โบกมีเย้ยแฟนบอล และถอดเสื้อแข่งออกอย่างเสียอารมณ์แล้วเดินเข้าอุโมงค์ไปทันที ไม่เพียงเท่านั้นดาวเตะชาวสวิตซ์ยังไปมีเรื่องทะเลาะกับแฟนบอลระหว่างขับรถออกจากสโมสรอีกต่างหาก ชนิดที่เอเมรี่ที่ปกติให้ท้ายชาก้ามาตลอดก็ยังต้องออกมายอมรับว่านักเตะผิดจริง(แบกไม่ไหวแล้ว)

    เรียกว่าสร้างงานใหญ่ให้อูไน เอเมรี่ทันที ด้วยผลงานในสนามก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้วสองนัดหลังสุดในลีกไม่ชนะใครเลย ซ้ำร้ายลูกรักอย่างกรานิต ชาก้ากลับมามาสร้างปัญหานอกสนามให้กับทีมอีก ชนิดที่เรียกได้ว่าทั้งชาก้าและอูไนกำลังกลายเป็นผีเน่ากับโลงผุในทันที พร้อมข่าวยืนยันว่าสแตน โครเอนเก้ได้เรียกตัวเทรนเนอร์ชาวสเปนเข้าพบเป็นการส่วนตัวแล้ว แม้จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงบทบาทผู้จัดการทีมแต่ทว่ามันเป็นสัญญาณเตือนแล้วว่าสถานะความมั่นคงของเอเมรี่เริ่มไม่มั่นคงแล้ว

อาร์เซนอลห้องแต่งตัวร้อนแล้วลากากดไลท์ทวิตอ่า เอเมรี่ ชาก้าแล้ว

    อันที่จริงประเด็นการไม่ใช่งานเมซุต โอซิลนั้นก็เป็นเครื่องหมายคำถามที่แม้แต่นักเตะของอาร์เซนอลเองก็คิดไม่ต่างกับแฟนบอลเพียงแต่พวกเค้าไม่ได้ออกมาให้ข่าวอย่างเป็นทางการเท่านั้นเอง อย่างเช่นแฟนบอลรายหนึ่งที่ได้ไปโพสถามโอบาเมยองในโลกโซเชียลว่าทำไมไม่มีชื่อโอซิลในทีมแล้วรองกัปตันทีมปืนใหญ่ก็ได้มาทวิตต์ตอบว่าเค้าเองก็สงสัยเหมือนกันว่าทำไมเป็นเช่นนั้น หรือผลงานแม๊ตซ์ล่าสุดก็ได้มีแฟนบอลทวิตต์ตำหนิผลงานของชาก้าและเอเมรี่ไปพร้อมๆกัน ซึ่งปรากฎว่ากองหน้าอย่างอเล็กซองด์ ลากาแซ็ตก็ได้ไปกดไลท์ทวิตต์ดังกล่าวอย่างหน้าตาเฉย

     เชื่อว่าบรรยากาศในห้องแต่งตัวของทีมปืนใหญ่เองตอนนี้กำลังมีคลื่นใต้น้ำอย่างแน่นอน ซึ่งเมื่อดูจากแนวโน้มการบริหารจัดการของอูไน เอเมรี่แล้วบอกได้เลยว่ากูไม่กลับ ทรงบอลไม่มีแต่โอซิลก็ไม่มีชื่อ,นักเตะที่ผลักดันมาตลอดอย่างชาก้าก็สะท้อนให้เห็นว่าไม่คู่ควรที่จะเป็นกัปตันทีม และนักเตะในทีมเริ่มเสียงแตกกันไปอีกเมื่อห้องแต่งตัวมีปัญหาไม่มีทางเลยที่ผลการแข่งขันจะเป็นใจได้  ก่อนหน้านี้อูไน เอเมรี่ก็เคยล้มเหลวมาแล้วกับการจัดการนักเตะเปเอสเชมาแล้ว  ฉะนั้นนี่คงจะเป็นเครื่องยืนยันแล้วว่าอูไน เอเมรี่เป็นกุนซือที่หวานแต่รูป…จูบไม่หอม!

อาร์เซนอล แพ้ที่แอนฟิลด์ปัญหาเกมรับที่ต้องแก้ด้วยเกมรุก?

อาร์เซนอล

   ด้วยผลงานสองนัดแรกพรีเมียร์ลีกที่อาร์เซนอลตามบี้ลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่อันดับสองของตาราง ทำให้แม็ตซ์การลงดวลกันที่แอนฟิลด์สาวกกันเนอร์แอบหวังเล็กๆว่าบางทีปีนี้พวกเค้าอาจจะมีลุ้นแชมป์กับเค้าเสียที แต่ทว่าพอลงดวลกันจริงอาร์เซนอลก็แพ้เหมือนเดิม(แพ้ลิเวอร์พูล1-3)ท่ามกลางคำถากถางว่าอาร์เซนอลก็ยังคงมีปัญหาในเกมรับเหมือนเดิม เนื่องจากทั้งสามประตูที่เสียไปเป็นความผิดพลาดในเกมรับทั้งหมด

   หลังเกมดาวิด ลุยซ์ผู้ที่โดนโจมตีอย่างหนักเพราะเสียเชิงให้โมฮัมเหม็ด ซาล่าถึงสองครั้งสองครา “ ผมใช้ชีวิตในสนามฟุตบอลมานาน และมันเป็นเรื่องที่ยากเสมอเมื่อคุณแพ้ แต่ผมก็ผ่านมันมาได้เสมอ ผมย้ายมาอาร์เซนอลเพื่อต้องการประสบความสำเร็จ ผมจะไม่หยุดทำงานหนักเพื่อทีม ขอให้พวกคุณเชื่อเถอะผมพร้อมจะยืดอกสู้ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะก็ตาม ” กองหลังวัย32ปีโพสต์ผ่านโซเชียล

โอบาเมยองนักเตะ อาร์เซนอล ต้องพิสูจน์ตัวผ่านการยิงประตูบิ๊กทีมให้มากขึ้น

   เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดครึ่งเวลาแรก แท้จริงแล้วอาร์เซนอลสู้กับลิเวอร์พูลได้ดีและมีโอกาสที่จะได้ประตูถึงสองครั้ง จากการหลุดจากตำแหน่งของอาเดรียนที่โอบาเมยองได้ยิงแต่หลุดกรอบ รวมไปถึงจังหวะโต้กลับของนิโกล่า เปเป้ที่เจ้าตัวหลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟ หากปืนใหญ่สามารถทำทั้งสองโอกาสให้เป็นประตู ความกดดันจะถาโถมไปยังเจ้าบ้าน และลิเวอร์พูลจะถูกบีบให้เล่นเกมรุกมากขึ้น นั่นแปลว่าโอกาสพลาดพวกเค้าก็มีมากขึ้น แต่กลับกันในเมื่อโอกาสที่น่าจะโดนกลับไม่เสีย ความมั่นใจของลิเวอร์พูลก็ทวีคูณจนนำไปสู่การพังประตูแรกของโจเอล มาติปในช่วงท้ายครึ่งแรก และหลังจากนั้นเกมก็ตกเป็นของเจ้าบ้านทั้งหมด

    บางทีมันอาจไม่มีหนทางใดที่จะทำให้เกมรับของอาร์เซนอลเหนียบหนึบขึ้น แต่มันต้องแก้ด้วยการที่เกมรุกของทีมต้องจบสกอร์ให้คมเพื่อชิงเอาความได้เปรียบ และโยนความกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามให้เร็ว(ชิงเป็นฝ่ายออกนำ) นั่นเป็นปัจจัยที่จะรบกวนสมาธิฝ่ายตรงข้าม ซึ่งลูกทีมของอูไน เอเมรี่ได้รับบทเรียนมาจากแอนฟิลด์ การเล่นกับทีมระดับท็อปตลอดเกมคุณอาจมีโอกาสแค่ครั้งเดียวและถ้าคุณคว้าไว้ไม่ได้คุณก็จะโดนลงโทษ ซึ่งปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองต้องก้าวข้ามมาตรฐานของตัวเองให้ได้ แม้เค้าจะติดทำเนียบดาวซัลโวพรีเมียร์เสมอมาแต่ผลงานการทำประตูใส่ทีมใหญ่ของเค้านั่นยังไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร