ฟาน ไดค์ ถูกจอห์น บาร์นส์เเนะนำคู่หูเเนวรับทีมลิเวอรพลู

ฟาน ไดค์

   จอห์น บาร์นส์ ตำนานลูกหนังทีมลิเวอร์พูลได้วิเคราะห์เชิงให้คำแนะนำว่า โจ โกเมซ เป็นคนที่เหมาะจะยืนคู่กับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ในระยะยาวมากที่สุดแต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อยู่อีกมากเช่นกัน

จอห์น บาร์นส์ ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า “แน่นอนว่าตอนนี้เรามีตัวเลือกอยู่ 3 คนคือ โจเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน และ โจ โกเมซ ซึ่งพอใครมาเล่นคู่ ฟาน ไดค์

ก็ทำผลงานได้ดีทั้งหมด จอห์น บาร์นส์ ได้บอกเอาไว้หลายครั้งแล้วว่าการที่เรามี ฟาน ไดค์เป็นหัวใจหลักในแนวรับคือผลประโยชน์มหาศาลสำหรับทีมลิเวอร์พูล แต่ถ้าให้เลือกเพียงหนึ่งเดียวคือ โกเมซ นี่แหละเหมาะกว่าใครเพื่อน”

ลิเวอร์พูลมีหนาวหลังแกรี่ชี้ไม่นานแม็กไกวร์เทียบชั้น ฟาน ไดค์

   เมื่อสุดยอดปราการหลังอย่าง เวอร์จิล ฟานไดค์เจ้าของรางวัล“นักเตะยอดเยี่ยมประจำพรีเมียร์ลีก” ประจำฤดูกาล2018-19ผู้ที่ถูกจอห์น บาร์นส์ วิเคราะห์ถึงการหาคนที่เหมาะสมมายืนตำแหน่งคู่

ได้โดนตำนานแบ็กขวาของแมนฯ ยูไนเต็ดอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ยก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังคนใหม่ของแมนยู ให้เทียบชั้นกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ปราการหลังคนเก่งของลิเวอร์พูลพร้อมบอกว่า แม็กไกวร์

มีอิทธิพลด้านดีต่อนักเตะคนอื่นๆ ของแมนยูด้วยฟาน ไดค์ เคยเป็นเจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกในตอนที่ ลิเวอร์พูล ซื้อด้วยราคา 75 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมว่าเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดของโลก

แต่ปัจจุบันแมนฯ ยูไนเต็ด เทเงินสูงถึง 80 ล้านปอนด์ เพื่อทุ่มซื้อ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ มาจากเลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปแล้ว ในช่วงไม่กี่วันก่อนเปิดฤดูกาล 2019-20 ซึ่งแข้งวัย 26 ปีก็เพิ่งได้เป็นตัวจริงในเกมลีกนัดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ถลุงเชลซีไป 4-0  และในเกมนั้นเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่วนด้าน ฟร้องค์ เลอเบิฟ อดีตกองหลังเชลซี มองว่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยังเก่งสู้ เฟอร์กิลฟาน ไดค์ ของลิเวอร์พูลไม่ได้ “ผมมองว่าแม็คไกวร์กับฟาน ไดค์ มีฝีเท้าคนละระดับกันเลย แม็คไกวร์ อาจเก่งในระดับเดียวกับ ติอาโก้ ซิลวา, มาร์ควินญอส, จอร์โจ้ คิเอลลินี่

หรือคนอื่นๆที่เราพอนึกชื่อออกแต่ยังเทียบกับฟาน ไดค์ไม่ได้อย่างแน่นอนแม็คไกวร์มีอนาคตที่ยิ่งใหญ่รออยู่แน่ๆ

แต่เขาแค่ไม่ใช่กองหลังที่เก่งที่สุดของโลกเหมือนอย่างที่เรารู้สึกกับฟาน ไดค์” นี่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นในแต่ละมุมมองของอดีตตำนานลูกหนังพรีเมียร์ลีกซึ่งหลังจากนี้ผลงานเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์