หงส์แดง จะได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกสมใจเสียทีจอห์นบาร์นฟันธง

หงส์แดง

   ซีซั่นที่แล้วหงส์แดงที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจแต่ก็ยังโดนแมนซิตี้ปาดหน้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าชาวเดอะค็อปก็ยังคงแอบหวังว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะนำถ้วยแชมป์กลับมาฉลองที่แอนฟิลด์ได้สำเร็จในซีซั่นนี้ และนักเตะระดับตำนานของลิเวอร์พูลอย่างจอห์น บาร์นก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

   “ ซีซั่นก่อนเจอร์เกน คล็อปป์แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเค้ามีคุณสมบัติที่จะประสบความสำเร็จ และปีนี้พวกเค้ายังเดินหน้าต่อด้วยผู้เล่นชุดเดิม มันเป็นเรื่องดีแน่นอนพวกเค้ามีประสบการณ์มากกว่าเดิม และถ้าดูปฏิกิริยาของลิเวอร์พูลนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลก็ต้องบอกว่ามันน่าจะเป็นปีที่เราะจะได้สมหวังกันเสียที พวกเค้ามีความกระหาย,พวกเค้ารู้จักรับมือสถานการณ์ยากได้ดียิ่งขึ้น มันเป็นพัฒนาการที่ลิเวอร์พูลได้มาจากความผิดหวังในซีซั่นก่อน ” อดีตหัวหอกหงส์แดงกล่าวอย่างมีหวัง

บาห์นซูฮกคล็อปป์ปลุกใจนักเตะ หงส์แดง ให้กลายเป็นนักสู้ผู้ไม่รู้จักแพ้

    ลิเวอร์พูลเก็บ12แต้มเต็มจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีก4นัดแรกซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวในซีซั่นใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ “ คล็อปป์ใช้เวลาพัฒนาทีมอยู่นาน แต่มันคุ้มค่าเหลือเกิน ซีซั่นที่แล้วพวกเค้าทำได้เยี่ยมแต่ซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่มากกว่าเดิม พวกเค้าสนใจแค่ชัยชนะ ไม่มีข้ออ้างใดๆ ไม่อ้างโปรแกรมการลงเล่นอันถี่ยิบ,ไม่อ้างว่าผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ หรือแม้แต่ความล้าจากเกมทีมชาติ ลิเวอร์พูลแสดงออกว่าไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆก็ตามหน้าที่ของพวกเค้าจะไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือต้องเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด ” จอห์น บาร์นกล่าวชมอดีตต้นสังกัดอย่างออกนอกหน้า

   “ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าลิเวอร์พูลไม่ได้มีแต่ผลงานในสนามเท่านั้น ทว่าสปริริตและจิตใจของนักเตะก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น คล็อปป์ไม่เคยโอ๋ลูกทีม นั่นเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เล่นรู้สึกต้องรับผิดชอบกับผลการแข่งขันในระดับสูง ซึ่งผมกล้าพูดเลยว่าปีนี้ละคล็อปป์จะทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลได้ฉลองแชมป์ลีกกับเค้าเสียที ” อดีตกองหน้าวัย55กะรัตพูดทิ้งท้าย

   สองซีซั่นที่ผ่านมาลิเวอร์พูลภายใต้ผลงานของเจอร์เกน คล็อปป์นั้นฟอร์มการเล่นอันสุดมหัศจรรย์ เนื่องจากเกมรับก็เหนียวแน่นขึ้นภายใต้การปกกันของเวอร์กิล ฟาน ไดค์ และแนวรุกก็จัดจ้านผ่านผลงานสามประสาน ซาดิโอ มาเน่,โรแบโต้ พีร์มิโน่ และโมฮัมเหม็ด ซาล่า และปีนี้เจอร์เกน คล็อปป์ก็ตั้งเป้าที่จะพาหงส์แดงประเดิมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยแรกให้จงได้

ลิเวอร์พูล ทำได้!รั้งลอฟเรนไว้กับทีมต่อจนผ่านเส้นตายซื้อขาย

ลิเวอร์พูล

   แม้จะได้ชื่อว่าอยู่ในทีมลิเวอร์พูลชุดคว้าแชมป์UCLเมื่อซีซั่นก่อน ทว่าด้วยบทบาทที่หนักไปทางการเป็นตัวประกอบที่ข้างสนามก็ทำให้เดยัน ลอฟเรนปราการหลังชาวโครแอตไม่ปลื้มนัก และมีข่าวโยงว่าจะย้ายทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่กระทั่งเลยช่วงตลาดปิดไปเป็นที่เรียบร้อย ลอฟเรนก็ยังคงซ้อมอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไปพร้อมคำยืนยันจากเจอร์เกน คล็อปป์ว่าดาวเตะรองแชมป์เวิลด์คั2018จะยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมต่อไป

   แหล่งข่าวดังในแดนผู้ดียืนยันว่าทั้งไบเออร์ เลเวอคูเซ่น และโรม่าต่างพยายามส่งขนมจีบให้ลอฟเรนตลอดช่วงปรีซีซั่น ทว่าต้นสังกัดลิเวอร์พูลแสดงท่าทีไม่สนใจ โดยตั้งเงื่อนไขว่าจะยอมคุยได้หากมีข้อเสนอที่ไม่ต่ำกว่า18ล้านปอนด์เข้ามาให้พิจารณา และไม่สนใจจะปล่อยออกแบบยืมตัวเด็ดขาด ซึ่งเงื่อนไขที่ตั้งไว้นั้นก็ทำให้การเจรจาย้ายออกของลอฟเรนต้องสะดุดลงไป ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นการปัดโอกาสย้ายออกอย่างชาญฉลาดของกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์

ลอฟเรนรับคล็อปป์อยากให้อยู่ ลิเวอร์พูล ต่อชี้ตนยังสำคัญแม้ได้เล่นน้อย

   แม้ปัจจุบันลิเวอร์พูลจะนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกทว่าลอฟเรนกลับยังไม่มีโอกาสลงสนามกับทีมเลยแม้แต่นาทีเดียว “ ถ้ามีนักฟุตบอลซักคนที่บอกว่าก็โอเคนะไม่ต้องลงเล่น แถมยังได้รับค่าเหนื่อย ผมว่าหมอนั้นมันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ไม่มีใครโอเคหรอกที่ต้องนั่งตบยุงข้างสนามและผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ” ปราการหลังวัย30กะรัตเปิดใจ

   “ แต่เจอร์เกนบอกว่าผมยังอยู่ในแผนการทำทีม แค่บทบาทของผมแตกต่างจากเดิมซึ่งผมก็เข้าใจเค้านะ ฤดูกาลที่แล้วช่วงต้นซีซั่นมาติปก็แทบไม่ได้ลงเล่นเลย แต่เค้ากลายเป็นกองหลังตัวหลักในจบซีซั่น เค้าบอกให้ผมอดทนและรอดูไป เงื่อนไขที่จะยอมปล่อยตัวผมก็จะเฉาะในกรณีที่เหมาะสมเท่านั้น เค้าบอกว่าว่าสเตตัสของผมจะไม่พิจารณาปล่อยออกแบบยืมตัวเพราะผมไม่ใช่ส่วนเกินของทีม ”

    “ และเมื่อตลาดปิดเจอร์เกนก็บอกกับผมอีกครั้งว่าโอเค ตอนนี้คงไม่มีเรื่องย้ายทีมมากวนใจนายแล้ว เค้าอยากให้โฟกัสกับการซ้อมกับทีมเท่านั้น เค้าเชื่อมั่นในตัวผมอย่างมาก ซึ่งแน่นอนผมแค่อยากลงสนามผมไม่ได้เกลียดชังสโมสร ฉะนั้นผมก็ต้องทำตัวเองให้พร้อมในทุกสถานการณ์ และรอดูกันไปว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม ” ลอฟเรนกล่าวส่งท้าย

นีซ เติมกระสุนใหม่ด้วยการเซ็นดอลเบิร์กจากอาแจ็กซ์20ล้านยูโร

นีซ

   หลังจากได้รับการจับตามองจากบรรดาทีมดังในยุโปมานานปี ในที่สุดแคสเปอร์ ดอลเบิร์กกองหน้าเนื้อหอมของอาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัมได้ฤกษ์อำลาลีกดัตซ์กับเขาเสียที เมื่อเจ้าหนูวัย21ปีจรดปากกาเซ็นสัญญากับนีซในลีกเอิงเป็นที่เรียบร้อย ด้วยเม็ดเงิน20ล้านยูโรและผูกมัดสัญญากัน5ปี โดยดาวเตะชาวเดนมาร์กจะสวมเสื้อหมายเลข9ลงล่าตาข่ายในซีซั่นนี้

   นีซทีมดังในฝรั่งเศสตั้งเป้าที่จะได้ไปเตะถ้วยยุโรปอีกครั้งหลังพลาดตั๋วในตลอดสองซีซั่นหลังสุด และการได้ผู้เล่นอย่างดอลเบิร์กมาก็น่าจะทำให้เกมรุกของพวกเค้ามีชีวิตชีวามากขึ้น เนื่องจากสองปีหลังสุดพวกเค้าจบลีกเอิงด้วยประตูได้เสียที่ไม่น่าประทับใจ(ปี2017/18ประตูได้เสียบวกหนึ่งประตู และปี2018/19ประตูได้เสียติดลบห้าประตู)ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่าเกมรุกของพวกเค้ายังไม่เปรี้ยงปร้างเท่าที่ควร

ดอลเบิร์กนักเเตะป้ายเเดง นีซ ได้ลงเล่นน้อยในสองปีหลังแต่ก็ยังทำประตูได้ต่อเนื่อง

   แคสเปอร์ ดอลเบิร์กก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของอาแจ็กซ์ได้ตั้งแต่อายุ17ปี แล้วก็ประกาศให้โลกรู้ทันทีว่ามีของด้วยการกดไป23ประตูจากการลงเล่น47นัด จนคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำลีกดัตซ์ประจำซีซั่น2016/17มาครองได้สำเร็จ รวมทั้งยังพาอาแจ็กซ์ อัมเตอร์ดัมทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในศึกยูโรป้าลีก และถึงแม้จะพ่ายต่อปีศาจไป0-2 ทว่าหัวหอกเลือดโคนมก็ยังได้คำชื่นชมจากเหล่ากูรูฟุตบอลว่ามีโอกาสก้าวขึ้นเทียบรัศมีของสลาตัน อิบราฮิโมวิชได้ในไม่ช้า

   ทว่าช่วงสองซีซั่นหลังสุดเจ้าตัวประปัญหาอาการบาดเจ็บอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงจะได้ลงเล่นแบบมาๆหายๆดอลเบิร์กก็ยังคงทำประตูให้อาแจ๊กซ์ได้อยู่เสมอ และทำให้เค้าอำลาอาแจ็กซ์ด้วยผลงานสกอร์45ลูกจากการลงเล่น118เกม ซึ่งก็ถือว่าเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดาสำหรับผู้เล่นวัย20ต้นๆ

   อาแจ๊กซ์ อัมเตอร์ดัมได้ชื่อว่าเป็นทีมนักปั้นเบอร์ต้นๆของยุโรป เนื่องจากมักใช้งานแข้งดาวรุ่งอายุน้อยที่เปล่งรัศมีความเก่งเกินวัยอยู่เสมอ อันทำให้ซีซั่นนี้พวกเค้าเสียผู้เล่นคนสำคัญออกจากทีมไปแล้วสามรายด้วยกัน  ได้แก่ มาต์ไตส์ เดอ ลิกท์ที่ย้ายไปเล่นให้ยูเวนตุส,เฟรงกี้ เดอ ยองกองกลางที่ย้ายไปเล่นให้บาเซโลน่า และแคสเปอร์ ดอลเบิร์กที่เพิ่งตอบตกลงย้ายไปเล่นให้นีซ

อาร์เซนอล แพ้ที่แอนฟิลด์ปัญหาเกมรับที่ต้องแก้ด้วยเกมรุก?

อาร์เซนอล

   ด้วยผลงานสองนัดแรกพรีเมียร์ลีกที่อาร์เซนอลตามบี้ลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่อันดับสองของตาราง ทำให้แม็ตซ์การลงดวลกันที่แอนฟิลด์สาวกกันเนอร์แอบหวังเล็กๆว่าบางทีปีนี้พวกเค้าอาจจะมีลุ้นแชมป์กับเค้าเสียที แต่ทว่าพอลงดวลกันจริงอาร์เซนอลก็แพ้เหมือนเดิม(แพ้ลิเวอร์พูล1-3)ท่ามกลางคำถากถางว่าอาร์เซนอลก็ยังคงมีปัญหาในเกมรับเหมือนเดิม เนื่องจากทั้งสามประตูที่เสียไปเป็นความผิดพลาดในเกมรับทั้งหมด

   หลังเกมดาวิด ลุยซ์ผู้ที่โดนโจมตีอย่างหนักเพราะเสียเชิงให้โมฮัมเหม็ด ซาล่าถึงสองครั้งสองครา “ ผมใช้ชีวิตในสนามฟุตบอลมานาน และมันเป็นเรื่องที่ยากเสมอเมื่อคุณแพ้ แต่ผมก็ผ่านมันมาได้เสมอ ผมย้ายมาอาร์เซนอลเพื่อต้องการประสบความสำเร็จ ผมจะไม่หยุดทำงานหนักเพื่อทีม ขอให้พวกคุณเชื่อเถอะผมพร้อมจะยืดอกสู้ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะก็ตาม ” กองหลังวัย32ปีโพสต์ผ่านโซเชียล

โอบาเมยองนักเตะ อาร์เซนอล ต้องพิสูจน์ตัวผ่านการยิงประตูบิ๊กทีมให้มากขึ้น

   เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดครึ่งเวลาแรก แท้จริงแล้วอาร์เซนอลสู้กับลิเวอร์พูลได้ดีและมีโอกาสที่จะได้ประตูถึงสองครั้ง จากการหลุดจากตำแหน่งของอาเดรียนที่โอบาเมยองได้ยิงแต่หลุดกรอบ รวมไปถึงจังหวะโต้กลับของนิโกล่า เปเป้ที่เจ้าตัวหลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟ หากปืนใหญ่สามารถทำทั้งสองโอกาสให้เป็นประตู ความกดดันจะถาโถมไปยังเจ้าบ้าน และลิเวอร์พูลจะถูกบีบให้เล่นเกมรุกมากขึ้น นั่นแปลว่าโอกาสพลาดพวกเค้าก็มีมากขึ้น แต่กลับกันในเมื่อโอกาสที่น่าจะโดนกลับไม่เสีย ความมั่นใจของลิเวอร์พูลก็ทวีคูณจนนำไปสู่การพังประตูแรกของโจเอล มาติปในช่วงท้ายครึ่งแรก และหลังจากนั้นเกมก็ตกเป็นของเจ้าบ้านทั้งหมด

    บางทีมันอาจไม่มีหนทางใดที่จะทำให้เกมรับของอาร์เซนอลเหนียบหนึบขึ้น แต่มันต้องแก้ด้วยการที่เกมรุกของทีมต้องจบสกอร์ให้คมเพื่อชิงเอาความได้เปรียบ และโยนความกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามให้เร็ว(ชิงเป็นฝ่ายออกนำ) นั่นเป็นปัจจัยที่จะรบกวนสมาธิฝ่ายตรงข้าม ซึ่งลูกทีมของอูไน เอเมรี่ได้รับบทเรียนมาจากแอนฟิลด์ การเล่นกับทีมระดับท็อปตลอดเกมคุณอาจมีโอกาสแค่ครั้งเดียวและถ้าคุณคว้าไว้ไม่ได้คุณก็จะโดนลงโทษ ซึ่งปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองต้องก้าวข้ามมาตรฐานของตัวเองให้ได้ แม้เค้าจะติดทำเนียบดาวซัลโวพรีเมียร์เสมอมาแต่ผลงานการทำประตูใส่ทีมใหญ่ของเค้านั่นยังไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร

แมนยู ต้องเลิศ!สตาฟฟ์ผีจับเดเคอาฝึกเล่นบอลด้วยเท้าเพิ่ม

แมนยู

   ด้วยกฎการเตะบอลจากหน้าปากประตูที่เปลี่ยนไปของพรีเมียร์ลีก ที่อนุญาตให้ผู้รักษาประตูสามารถเล่นบอลสั้นต่อบอลให้กองหลังในกรอบเขตโทษได้(แต่ฝ่ายตรงข้ามห้ามอยู่ในกรอบเขตโทษ)ซึ่งนั่นทำให้ผู้รักษาประตูของแต่ละสโมสรในแดนผู้ดีสามารถที่จะเล่นบอลด้วยเท้าได้มากยิ่งขึ้น นั่นทำให้แมนยูเองก็ไม่ยอมเสียประโยชน์ตรงจุดนี้ไป(ถ้ามีผู้รักษาประตูที่ใช้เท้าได้ดีก็จะได้เปรียบมากยิ่งขึ้น)จนทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของปีศาจแดงได้จัดทำคอร์สพิเศษเพื่อฝึกทักษะการเล่นบอลด้วยเท้าให้นายทวารตัวหลักอย่างดาบิด เด เคอามากขึ้นเป็นเท่าตัว โดยหวังให้นายทวารชาวสเปนสามารถเปิดเกมรุกให้ทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

เดเคอามือกาว แมนยู ต้องซ้อมเล่นบอลด้วยเท้าเพิ่มทุกวันวันละครึ่งชั่วโมง

   แหล่งข่าววงในของแมนยูที่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อได้บอกกับนักข่าวว่าโอเล่ กุนน่า โซลชาได้มอบหมายให้ทีมงานจัดตารางฝึกซ้อมเพื่อหวังเพิ่มทักษะการรับส่งบอลด้วยเท้าให้ผู้รักษาประตูเป็นพิเศษ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจ่ายบอลของดาบิด เด เคอา “ เด เคอาถูกบังคับให้ซ้อมเพิ่มวันละครึ่งชั่วโมงเพื่อจ่ายบอลซ้ำไปซ้ำมา โดยเปลี่ยนระยะการส่งบอลไปเรื่อยๆ มันเป็นฝึกซ้อมพิเศษที่จะทำให้เด เคอาสามารถจ่ายบอลได้แม่นยำและรวดเร็วในทุกสถานการณ์ ”

   “ กฎการเตะจากประตูที่เปลี่ยนไป นั่นทำให้ทีมใดก็ตามที่มีผู้รักษาประตูที่ใช้เท้าได้ดีจะทำให้ทีมตัวเองได้เปรียบ ซึ่งโซลชาหวังว่าแมนยูจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ได้เช่นกัน และนั่นยังทำให้เด เคอาจะกลายเป็นผู้รักษาประตูที่ครบเครื่องระดับต้นๆของยุโรป ” นี่คือคำยืนยันถึงความพยายามในการขัดเกลาฝีเท้าเด เคอาให้โดดเด่ดยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นโอเล่ กุนน่า โซลชายังดำเนินภารกิจในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่กับเด เคอาอีกด้วย โดยเป็นที่คาดการกันว่านายประตูดีกรีทีมชาติสเปนจะได้รับค่าเหนื่อยสูงถึง350,000ปอนด์ต่อวีกหากยอมฝากอนาคตไว้ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดต่อไป

   ดาบิด เด เคอาเคยส่อแววจะอำลาแมนยูมาแล้วหลายครั้ง ทว่าจวนแล้วจวนรอดปีศาจแดงก็ยังรั้งมือกาววัย28ปีไว้กับทีมได้เสมอมา และในยุคของกุนซือโอเล่ กุนน่า โซลชาข่าวคราวการขอย้ายทีมของเค้าก็เริ่มซ่างซาลงไป โดยกุนซือชาวนอร์เวย์ยังหวังมอบปลอกแขนกัปตันทีมให้กับเด เคอาเพื่อหวังว่าเป็นโซ่ทองคล้องใจให้เจ้าตัวยอมเฝ้าเสาให้ปีศาจแดงต่อไปอีกนานแสนนาน

ฟาน ไดค์ ถูกจอห์น บาร์นส์เเนะนำคู่หูเเนวรับทีมลิเวอรพลู

ฟาน ไดค์

   จอห์น บาร์นส์ ตำนานลูกหนังทีมลิเวอร์พูลได้วิเคราะห์เชิงให้คำแนะนำว่า โจ โกเมซ เป็นคนที่เหมาะจะยืนคู่กับ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ในระยะยาวมากที่สุดแต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องเรียนรู้อยู่อีกมากเช่นกัน

จอห์น บาร์นส์ ได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า “แน่นอนว่าตอนนี้เรามีตัวเลือกอยู่ 3 คนคือ โจเอล มาติป, เดยัน ลอฟเรน และ โจ โกเมซ ซึ่งพอใครมาเล่นคู่ ฟาน ไดค์

ก็ทำผลงานได้ดีทั้งหมด จอห์น บาร์นส์ ได้บอกเอาไว้หลายครั้งแล้วว่าการที่เรามี ฟาน ไดค์เป็นหัวใจหลักในแนวรับคือผลประโยชน์มหาศาลสำหรับทีมลิเวอร์พูล แต่ถ้าให้เลือกเพียงหนึ่งเดียวคือ โกเมซ นี่แหละเหมาะกว่าใครเพื่อน”

ลิเวอร์พูลมีหนาวหลังแกรี่ชี้ไม่นานแม็กไกวร์เทียบชั้น ฟาน ไดค์

   เมื่อสุดยอดปราการหลังอย่าง เวอร์จิล ฟานไดค์เจ้าของรางวัล“นักเตะยอดเยี่ยมประจำพรีเมียร์ลีก” ประจำฤดูกาล2018-19ผู้ที่ถูกจอห์น บาร์นส์ วิเคราะห์ถึงการหาคนที่เหมาะสมมายืนตำแหน่งคู่

ได้โดนตำนานแบ็กขวาของแมนฯ ยูไนเต็ดอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ยก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังคนใหม่ของแมนยู ให้เทียบชั้นกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ปราการหลังคนเก่งของลิเวอร์พูลพร้อมบอกว่า แม็กไกวร์

มีอิทธิพลด้านดีต่อนักเตะคนอื่นๆ ของแมนยูด้วยฟาน ไดค์ เคยเป็นเจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกในตอนที่ ลิเวอร์พูล ซื้อด้วยราคา 75 ล้านปอนด์ เมื่อช่วงเดือนมกราคม ปี 2018 ซึ่งเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมว่าเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็กที่เก่งที่สุดของโลก

แต่ปัจจุบันแมนฯ ยูไนเต็ด เทเงินสูงถึง 80 ล้านปอนด์ เพื่อทุ่มซื้อ แฮร์รี่ แม็คไกวร์ มาจากเลสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลกไปแล้ว ในช่วงไม่กี่วันก่อนเปิดฤดูกาล 2019-20 ซึ่งแข้งวัย 26 ปีก็เพิ่งได้เป็นตัวจริงในเกมลีกนัดที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ถลุงเชลซีไป 4-0  และในเกมนั้นเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม

ส่วนด้าน ฟร้องค์ เลอเบิฟ อดีตกองหลังเชลซี มองว่า แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยังเก่งสู้ เฟอร์กิลฟาน ไดค์ ของลิเวอร์พูลไม่ได้ “ผมมองว่าแม็คไกวร์กับฟาน ไดค์ มีฝีเท้าคนละระดับกันเลย แม็คไกวร์ อาจเก่งในระดับเดียวกับ ติอาโก้ ซิลวา, มาร์ควินญอส, จอร์โจ้ คิเอลลินี่

หรือคนอื่นๆที่เราพอนึกชื่อออกแต่ยังเทียบกับฟาน ไดค์ไม่ได้อย่างแน่นอนแม็คไกวร์มีอนาคตที่ยิ่งใหญ่รออยู่แน่ๆ

แต่เขาแค่ไม่ใช่กองหลังที่เก่งที่สุดของโลกเหมือนอย่างที่เรารู้สึกกับฟาน ไดค์” นี่เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นในแต่ละมุมมองของอดีตตำนานลูกหนังพรีเมียร์ลีกซึ่งหลังจากนี้ผลงานเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์

รีลเบติส เติมกระสุนหนัก!สอยอิเกลเซียสหัวหอกนกแก้วสัญญา5ปี

รีลเบติส

   ทีมเสื้อลายเขียวขาวแห่งสเปนที่มีการเสริมทัพสำหรับฤดูกาลนี้อย่างคึกคักผิดหูผิดตา ล่าสุดรีล เบติสยังได้คว้าแข้งใหม่รายที่ห้ามาร่วมทีมซึ่งก็ไม่ใช่คนอื่นไกล เพราะเค้าคือ บอร์ฆา อิเกลเซียส หัวหอกตัวเก่งของเอสปันญ่อลนั่นเอง ซึ่งนับเป็นดีลที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง เพราะผลงานอันสุดสะเด่าจนพาเอสปันญ่อลคว้าสิทธิไปเตะยูโรป้าลีกรอบคัดเลือกทำให้อิเกลเซียสยังได้รับการทาบทามจากทีมดังมากหน้าหลายตา อาทิ บาเลนเซียและเอฟเวอร์ตัน

อิเกลเซียสเพิ่งกดในสเปนล่าสุด20ตุงเตะตาจน รีลเบติส ต้องยอมทุ่ม

   บอร์ฆา อิเกลเซียสซึ่งก่อนหน้านี้ทำสถิติเป็นผู้เล่นค่าตัวแพงที่สุดของเอสปันญ่อล(ซื้อมา10ล้านยูโรจากเซลต้า บีโก้)ประจำปี2017 ซึ่งในเวลานั้นหลายคนเป็นงงว่าทำไมเอสปันญ่อลยอมจ่ายเงินค่าตัวระดับสถิติเนื่องจากในซีซั่นก่อนหน้านั้น(2016)อิเกลเซียสเพิ่งจะได้ลงเล่นกับรีล ซาราโกซ่าในลีกระดับลีก้าสองเท่านั้น ทว่าหัวหอกวัย26ปีก็ทำผลงานสยบคำครหาต่างๆด้วยการยิงไป20ประตูจากการลงเล่น43แม็ตซ์จากทุกรายการ จนนำทัพนกแก้วครองอันดับ7ในตารางลาลีก้าได้อย่างน่าชื่นชม ทั้งยังเป็นชนวนเหตุให้รีล เบติสยอมจ่ายเงิน28.14ล้านยูโรเพื่อครอบครองกรรมสิทธิ์ศูนย์หน้ารายนี้

   โดยแท้จริงแล้วบอร์ฆา อิเกลเซียเป็นเยาวชนของบาเลนเซีย แต่ก็ไม่อาจแจ้งเกิดได้จนกระทั่งได้โอกาสเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอย่างเต็มตัวกับบียารีลชุดซี จนดูเหมือนว่าในช่วงเริ่มต้นค้าแข้งเจ้าตัวไม่มีแววว่าจะเป็นกองหน้าที่อันตรายแต่อย่างใด อิเกลเซียสได้ระเห็จระเหินไปอยู่กับทีมนั้นทีมนี้มาโดยตลอด กระทั่งในซีซั่น2017/18 เจ้าตัวก็ได้ระเบิดฟอร์มด้วยยิง22ประตูจาการลงเล่น39นัด จนถูกเอสปันญ่อลคว้าตัวมาร่วมทีมและกลายเป็นสะพานนำพาให้อิเกลเซียสได้กลายมาเป็นเจ้าของเสื้อหมายเลข9คนใหม่ของรีล เบติสอีกทอด

   เวลานี้บอร์ฆา อิเกลเซียสกำลังลุ้นติดทีมชาติสเปนเป็นครั้งแรกให้ได้อีกด้วย เนื่องจากผลงานล่าสุดที่เจ้าตัวยิงไป17ประตูในลาลีก้านั้น ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นกองหน้าเลือดกระทิงแท้ๆที่ยิงประตูได้สูงสุดอันดับสองรองจากยาร์โก้ อาสปาสที่ยิงได้มากกว่า(20ประตู)เพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งเดิมพันการลุ้นติดทัพสเปนก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่าอิเกลเซียสจะทำผลงานกับรีล เบติสได้แจ่มจรัสแค่ไหน? โดยเชื่อว่ารูบิกุนซือคนเก่งของทัพลายเขียวขาวน่าจะหวังพึ่งความดุดันของอิเกลเซียสนี่ละให้พาทีมไปเตะถ้วยยุโรปในซีซั่นหน้าให้จงได้

ยูเว่ หวังพึ่งสกิลเซ็นฟรีอีกครั้งหลังคอยติดตามสัญญาเอริคเซ่น

ยูเว่

   ยูเวนตุสเพิ่งจะได้นักเตะฝีเท้าดีอย่าง อาร์รอน แรมซี่ และอาเดรียง ราบิโอต์มาแบบเซ็นฟรีๆในซัมเมอร์นี้ จนเรียกว่าแดนกลางของยูเว่เวลานี่ก็แกร่งทั่วแผ่นจนหลายทีมอิจฉาแล้ว กระนั้นพวกเค้าก็ดูจะยังไม่หยุดมองหานักเตะใหม่ ที่สำคัญคือยังเล่นมุกเดิมด้วยการรอคอยให้นักเตะเหลือสัญญาช่วงท้ายแล้วเจรจาล่วงหน้าเพื่อไม่เสียค่าตัวซื้อขาย แถมเป้าหมายรายใหม่นี้ก็ยังเป็นแข้งบิ๊กเนมอย่างคริสเตียน เอริคเซ่นจอมทัพของสเปอร์สอีกเสียด้วย

เอริคเซ่นอาภัพถ้วยรางวัลเป็นเหตุให้ ยูเว่ ใช้เป็นตัวล่อเจรจา

   คริสเตียน เอริคเซ่นกำลังสร้างความหนักใจให้กับต้นสังกัดอย่างมาก เมื่อกองกลางเลือดโคนมเหลือสัญญากับสเปอร์สไม่ถึง12เดือนเต็ม ซึ่งตามไทม์ไลน์แล้วหากปล่อยเวลาผ่านไปเรื่อยๆเช่นนี้เมื่อก้าวเข้าสู่ปี2020เอริคเซ่นก็จะสามารถตกสัญญาล่วงหน้ากับสโมสรใหม่ได้ทันที และนั่นจะทำให้สเปอร์สเสียโอกาสทำเงินจากดาวเตะรายนี้ไปอย่างมหาศาล เนื่องจากประเมินคร่าวๆแล้วเวลานี้เอริคเซ่นก็น่าจะยังทำเงินเข้าคลังได้ไม่ต่ำกว่า60ล้านปอนด์

   ทั้งแมนยู,รีล มาดริด,บาร์เซล่า และยูเวนตุสต่างหมายตาเอริคเซ่นมาได้พักใหญ่ ทว่าก็ยังเล่นเชิงกันอยู่ทั้งสิ้นเนื่องจากอยากได้ราคาโปรโมชั่น(ถูกสุดๆ)โดยคาดการว่าในวัดสุดท้ายก่อนตลาดซื้อ-ขายผู้เล่นจะปิดตัวลงจะมีข้อเสนอยื่นเข้ามาให้สเปอร์สได้พิจารณา(ถึงวันนั้นคือมัดมือชกแล้วไม่ยอมขายก็เสียฟรี) ทว่ายอดทีมจากศึกกัลโช่เซเรียอากลับมองการไกลกว่านั้น นั่นคือหมายใจว่าไก่เดือยทองจะใจแข็งไม่ยอมปล่อยตัวในช่วงซัมเมอร์นี้ เพื่อให้ยูเวนตุสได้ชิ้นปลามันแบบฟรีๆล่วงหน้าในช่วงปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง

   คริสเตียน เอริคเซ่นเป็นหัวใจในเกมรุกของสเปอร์สมาโดยตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาหากินในลอนดอนเมื่อซีซั่น2013/14 และแม้จะทำผลงานได้อย่างน่าชื่นชมด้วยการลงเล่นไปแล้ว277แม๊ตซ์ทำสกอร์66ประตู ทว่าเจ้าตัวก็ยังไม่เคยได้สัมผัสถ้วยรางวัลกับต้นสังกัดเลยแม้แต่รายการเดียว(ได้รองแชมป์ลีกคัพ2014/15 และรองแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก2018/19) จนทำให้กองกลางวัย27ปีเริ่มมองหาสโมสรใหม่ที่อาจทำให้ตัวเองได้สะสมเหรียญรางวัลกับเค้าบ้าง และยูเวนตุสเองก็ดูเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากเบียงโคเนรี่คว้าแชมป์ลีกของอีตาลี่มาแล้วถึงทำ8สมัยติดต่อกัน แถมในรายการยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกก็สามารถยืนหยัดเข้ารอบลึกๆได้เกือบตลอด

มานด์ซูกิซ ตัวละครลับที่ปีศาจแดงหวังเซ็นแทนที่ลูกากู

มานด์ซูกิซ

   ข่าววงในจากรั้วโอลด์แทร็ฟฟอร์ดกระเซ็นออกมาว่าโอเล่ กุนน่า โซลชากำลังจะเจรจากับมาริโอ มานด์ซูกิซเพื่อเข้ามาเติมขุมกำลังในเกมรุก เพื่อทดแทนการย้ายออกไปของโรเมลู ลูกากู โดยนายใหญ่ชาวนอร์เวยย์เล็งเห็นว่ามานด์ซูกิซนอกจากจะเข้ามาเติมเต็มความอันตรายในลูกกลางอากาศให้กับเรดเดวิลแล้ว ดาวเตะทัพตารางหมากรุกยังจะช่วยนำประสบการณ์มาสอนน้องๆและบ่มเพาะแข้งอายุเยาว์ของปีศาจแดงได้อย่างมากโข

แมนยูต้องอกหักในช่วงท้ายเหตุม้าลายติดป้าย มานด์ซูกิซ ราคาแพงเกินจริง

    หัวหอกชาวโครแอต มาริโอ มานด์ซูกิซ ไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับยูเวนตุสมากนักในซีซั่นล่าสุด โดยถูกลดบทบาทไปเป็นตัวสำรองซะมากกว่าจนได้ลงสนามไปเพียง33เกมเท่านั้น ทว่ามาตรฐานการทำประตูของเค้าก็มิได้ถดถอยลงไปเมื่อเจ้าตัวยังยิงได้ถึง10ประตู ซึ่งเครดิตนี้ไปเตะตาโอเล่ กุนน่า โซลชาเข้าอย่างจัง โดยกุนซือชาวนอร์เวย์เชื่อว่าประสบการณ์ของมานด์ซูกิซจะช่วยประคองให้แมนยูต่อสู้ลุ้นท็อปโฟว์ได้อย่างแน่นอน แต่ติดปัญหาเล็กน้อยเมื่อหัวหอกร่างโย่งยังคงเป็นแข้งหลักของเบียงโคเนรี่(ฉายายูเวนตุส)มาโดยตลอด ยืนยันผ่านสถิติการลงเล่น162นัดยิงไป44ประตูตลอด4ซีซั่นที่ผ่านมา อีกทั้งยังเพิ่งขยายสัญญากับทีมแชมป์กัลโชเซเรียอา(ยูเวนตุส)มาหมาดๆ(เม.ย.62) แต่จะว่าไปก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่เมาริซิโอ ซาร์รี่จะยอมปล่อยตัวมานด์ซูกิซออกไป เนื่องจากอดีตกุนซือเชลซีต้องการเปลี่ยนถ่ายสายเลือดใหม่ในทีมเช่นกัน เพราะขนาดตัวหลักเปาโล ดีบาล่าก็มีข่าวว่าอาจถูกขายแลกเงินให้กับทีมนั้นทีมนี้มาตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

   อย่างไรก็ตามดีลการย้ายไปหากินในอังกฤษของมาริโอ มานด์ซูกิซก็มีอันต้องปิดฉากลงไป เมื่อยูเวนตุสตั้งป้ายขายในราคา15ล้านปอนด์ซึ่งแพงเกินเอื้อมในสายตาของปีศาจแดง เนื่องจากตัวนักเตะเองก็อายุอานามปาเข้าไป33ปีแล้ว เท่านั้นยังไม่พอรายงานยังยืนยันว่ามานด์ซูกิซเองก็เล่นตัวไม่สนใจที่ย้ายไปสวมยูนิฟอร์มสีแดงเช่นกัน จนทำให้การเจรจามีอันต้องยุติลงในช่วงก่อนตลาดการซื้อผู้เล่นในอังกฤษจะปิดตัวลงไม่กี่ชั่วโมง และเป็นอันว่าแมนยูจะเดินหน้าทำศึกพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่โดยมีเพียงอองโตนี่ มาร์กซิยาลและมาร์คัช แร็ชฟอร์ดเป็นตัวเลือกในแดนหน้าเท่านั้น

Posts navigation

1 2 3 8 9 10 11
Scroll to top