อูไน บ้าน้ำลายชาลีนิโคลัสด่าโลกิดร็อปโอซิลจนปืนหลุดท็อปโฟว์

อูไน

    ให้หลังผลงานอันต่ำตมของอูไน เอเมรี่ที่พาอาร์เซนอลออกไปพ่ายทีมน้องใหม่พรีเมียร์ฯอย่างเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ดมา0-1 ตำนานแข้งปืนอย่างชาลี นิโคลัสก็ได้ออกมาโจมตีเทรนเนอร์ชาวสเปนทันทีว่าชอบพูดอย่างทำอย่างจนตอนนี้นักเตะในทีมสับสนไปหมด อีกทั้งยังตั้งคำถามเกี่ยวกับการที่เมซุต โอซิลไม่มีชื่อแม้กระทั้งตัวสำรองข้างสนามว่าเป็นเพราะนักเตะไม่พร้อมหรือเอเมรี่ไม่มีคู่มือการใช้งานจอมทัพชาวเยอรมันกันแน่

     “ ผมพูดเสมอว่าการไม่มีโอซิลในสนามจะไม่มีปัญหาถ้าอาร์เซนอลชนะและฟอร์มดี ซึ่งวันนี้ไม่ใช่และมันทำให้เกิดเครื่องหมายคำถามอีกครั้งว่าทำไมนักเตะระดับโอซิลถึงไม่มีชื่อในทีม นี่คือนักเตะที่พิสูจน์ผลงานในสนามมาแล้วกับทั้งในระดับทีมชาติและสโมสร แต่อูไน เอเมรี่กลับบอกว่าเค้ายังไม่เต็มที่ในการซ้อม ผมได้ยินประโยคนี้ปั๊ปผมนี่อึ้งไปเลย โอซิลอยู่กับเวนเกอร์มา5ปี เวนเกอร์ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย ผมไม่อยากก้าวล่วงงานผู้จัดการทีมนะแต่ถ้าคุณคิดจะงัดข้อกับนักเตะที่เป็นขวัญใจของแฟนบอลคุณก็ต้องมีกึ๋นพอ คุณต้องแสดงให้เห็นว่าทีมเดินต่อไปได้ตามแนวทางที่คุณเชื่อ แต่ที่สิ่งที่อูไนกำลังทำกับอาร์เซนอลนี่ไม่ใช่เลย ”

     “ อูไนเอาแต่บอกว่าโอซิลเริ่มทำได้ดีแล้ว เค้าดีขึ้นๆแต่เค้าก็ไม่มีชื่อในทีมซักที ต้องรอปีหน้าให้เปลี่ยนผู้จัดการทีมก่อนละมั้งโอซิลถึงจะกลับมาชื่อในทีมอีกครั้ง อาร์เซนอลกำลังเดินทางผิด พวกเค้ามีนักเตะที่พร้อมใช้งานแต่ทะลึ่งจะไปลองผิดลองถูกให้เสียเวลา ผมว่าอาร์เซนอลกำลังมีปัญหาแล้ว ” อดีตดาวยิงปืนใหญ่ในยุค80ระเบิดอารมณ์

นิโคลัสหยาม อูไน ถามเด็กยังรู้ถ้ามีปรือช่วยโอบา&ลากาแซตต์ยิงกระจาย

    ชาลี นิโคลัสที่เคยเล่นเป็นกองหน้ามาก่อนยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าเมซุต โอซิลนั้นมีจุดแข็งที่การทำทางให้เพื่อนซึ่งถ้าหากใช้งานเป็นละก็ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยอง และอเล็กซองด์ ลากาแซตต์จะทำประตูได้มากมายกว่านี้อีก “ ด้วยความเคารพต่อเอเมรี่นะ แต่ไปถามเด็กประถมยังรู้เลยว่าการมีโอซิลในสนามก็เท่ากับมีโอกาสที่จะมีการทำทางสวยๆ ลูกทีเด็ดทีขาด ซึ่งจะช่วยให้โอบาเมยอง และลากาแซตต์ยิงประตูได้มากขึ้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมผู้จัดการทีมของอาร์เซนอลถึงดูไม่ออก ” ชาลี นิโคลัสในวัย57กะรัตกล่าวแดกดัน

มิลาน การเงินวิกฤตหลังตัวเลขงบดุลล่าสุดขาดทุนกว่า126ล้านยูโร

มิลาน

    ถ้าใครที่ติดตามฟุตบอลยุโรปมาซัก20ปีขึ้นจะเห็นตรงกันว่าปัจจุบันวงการลูกหนังอิตาลี่นั้นตกต่ำลงไปอย่างมาก ไม่ว่าจะในแง่ของเม็ดเงินหรือคุณภาพเกมการแข่งขัน ทั้งที่ในยุค90ศึกกัลโช่ เซเรียอาเปรียบเสมือนเวทีกลางที่สตาร์ลูกหนังโลกต่างตบเท้าเข้ามาโชว์ฝีเท้าอย่างไม่ขาดสาย และทีมที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคนั้นคงหนีไม่พ้นเอซีมิลาน ทว่าสถานการณ์ปัจจุบันทีมรอสโซเนรี่กลับกลับดำดิ่งกับใครเพื่อน เมื่อซีซั่นนี้พวกเค้าอดลงเล่นในศึกยูโรป้าลีกส์เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารงานเงิน(ขาดทุนต่อเนื่องมาแล้ว3ซีซั่นหลังสุด) และตัวเลขงบดุลของมิลานก็ยังคงไม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อพวกเค้าก็ยังขาดสภาพคล่องต่อไปด้วยการมีตัวเลขขาดทุนสูงกว่าที่คาดการไว้อย่างน่าตกใจ

    เอซีมิลานมีปัญหาทางด้านการเงินมาตลอดในช่วงหลังอันส่งผลให้พวกเค้าไม่สามารถดึงผู้เล่นชั้นดีเข้ามาช่วยทีมได้ และแน่นอนว่าผลงานในสนามของพวกเค้าก็ไม่ได้สดใสเหมือนเดิม แต่ถึงจะดำเนินนโยบายซื้อขายผู้เล่นอย่างรัดเข็มขัดแล้วก็ตามทว่าด้วยการสถานะสโมสรที่ไม่มั่นคงเหมือนเคยก็ทำให้เม็ดเงินจากสปอนเซอร์และการจำหน่ายตั๋วไม่เป็นไปตามคาด และมันส่งผลต่องบประมาณการเงินของมิลานโดยตรงจนทำให้พวกเค้าดำเนินการขาดทุนถึง126ล้านยูโรซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่าพวกเค้าประเมินไว้เบื้องต้น(ประมาณการว่าขาดทุนไม่เกิน90ล้านยูโร)

มิลาน จ่ายเรี่ยราดเมื่อมีค่าเหนื่อยรวมสูงอันดับ4ในศึกกัลโช่

    เมื่อถอดรหัสความล้มเหลวทางการเงินของมิลานแล้วจะพบว่าพวกเค้าจัดเว่าเป็นทีมที่อัดฉีดค่าเหนื่อยให้กับนักเตะ โดยซีซั่นนี้พวกเค้ามีค่าใช้จ่ายนับรวมเฉพาะค่าเหนื่อยผู้เล่นรวมกัน115ล้านยูโรสูงเป็นอันดับสี่ในอิตาลี่ ซึ่งนับตั้งแต่พวกเค้าได้แชมป์กัลโช่ เซเรียอาครั้งล่าสุดในซีซั่น2010/11 พวกเค้าก็ยังคงมือเติบกับการแจกจ่ายค่าเหนื่อยนักเตะในขณะที่ความสำเร็จในสนามกลับไม่สอดคล้องจนกลายเป็นปัญหาพอกพูนมาจนปัจจุบัน และมันก็ได้กลายเป็นเงื่อนไขผูกมัดตัวเองนั่นคือการจะไม่ได้สิทธไปเล่นถ้วยยุโรปไม่ว่าจะเป็นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกหรือยูโรป้าลีกส์ เนื่องจากยูฟ่ายังคงไม่อนุญาตให้ทีมที่ทำผิดกฏไฟแนนเชียลแฟร์เพลย์(ดำเนินการบริหารการเงินอย่างไร้เสถียรภาพ)ให้เข้าร่วมการแข่งขันทัวร์นาเมนต์เหล่านี้อย่างแน่นอน และการอดเล่นถ้วยยุโรปนี่เองที่ส่งผลให้มิลานขาดสภาพคล่องต่อไปเนื่องจากไม่ได้เงินสนับสนุนจากทางยูฟ่า(เงินอัดฉีดจาการลงเล่นและเข้ารอบ)นั่นเอง

ซามพ์โดเรีย ได้กุนซือใหม่แล้วประกาศเซ็นรานิเอรี่รับงานคุมทัพ2ปี

ซามพ์โดเรีย

   ด้วยผลงานอันย่ำแย่ของซามพ์โดเรียที่เพิ่งจะมีเพียงสามคะแนนจากการลงเล่น7เกมจนลงเอยด้วยการนอนแข่อยู่ท้ายตารางกัลโช่ เซเรียอา เป็นเหตุให้บลูเชอร์คิอาตี้ตัดสินใจแยกทางกับกุนซือยูเซบิโอ ดิฟรานเชสโก้ไปเป็นที่เรียบร้อย ทั้งที่เพิ่งจะรับงานทีมได้เพียง4เดือนเท่านั้น

   ทว่าภายหลังจากตำแหน่งผู้จัดการทีมของลาซามพ์ว่างลงได้เพียงไม่กี่วัน พวกเค้าก็ได้เปิดตัวเคราดิโอ รานิเอรี่ให้เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ โดยเดอะทิงเกอร์แมนจะมีสัญญาผูกมัดกับซามพ์โดเรียไปจนถึงสิ้นสุดฤดูกาล2021และรับค่าจ้างราวสัปดาห์ละ34,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ และด้วยประสบการณ์ทำงานที่โชกโชนของรานิเอรรี่ก็ทำให้มัสซิโม่ เฟร์เรโร่ประธานสโมสรซามพ์โดเรียเชื่อมั่นว่ากุนซือวัยดึกจะพาทีมกลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้ง โดยรานิเอรี่จะประเดิมผลงานนัดแรกด้วยการเปิดรังลุยจิ แฟร์ราริส(สนามเหย้าของซามพ์โดเรีย)ต้อนรับการมาเยือนของทีมเก่าอย่างโรม่า(รานิเอรี่เพิ่งแยกทางกับโรม่าเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่ผ่านมา)

รานิเอรี่ได้งานเพราะต็อตติ&คาสซาโน่ช่วยเชียร์ประธาน ซามพ์โดเรีย

   โดยสื่อในอิตาลี่กระพือข่าวพร้อมกันว่าสาเหตุที่ซามพ์โดเรียมอบความไว้วางใจให้รานิเอรี่มารับงานร้อนชิ้นนี้ เนื่องจากทั้งฟรานเชสโก้ ต๊อตติ และอันโตนิโอ ศาสซาโน่ต่างออกหน้าการันตีต่อท่านประธานมัสซิโม่ เฟร์เรโร่ว่ากุนซือรายนี้มีโอกาสที่จะนำทีมกลับมาจากวิกฤตได้ โดยต๊อตติอ้างอิงถึงผลงานชิ้นโบว์แดงที่รานิเอรี่เคยนำเลสเตอร์ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในซีซั่น2015/16 ทั้งที่ทีมจิ้งจอกสยามก็ไม่ได้มีแข้งดังอะไรมากมาย รวมถึงกุนซือรายนี้ยังมีประสบการณ์คุมทัพมาแล้วในหลายลีกของยุโรปไม่ว่าจะเป็นลีกอิตาลี่,สเปน,ฝรังเศส และอังกฤษ

    อีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือนัดแรกที่รานิเอรี่จะได้นำซามพ์โดเรียรับมือกับทีมโรม่าในวันที่20ต.ค.ที่กำลังจะมาถึงนี้ นอกจากจะเป็นการเปิดตัวทำงานครั้งแรกกับสโมสรใหม่แล้วยังจะเป็นวันครบรอบวันเกิดในวัย68ปีของอดีตกุนซือโรม่าอีกต่างหาก จนทำให้แฟนบอลลาซามพ์ต่างเชื่อมั่นว่าพวกเค้าได้ฉลองในวันดังกล่าวแบบสองเด้งอันได้แก่ การกลับมาเก็บสามแต้มได้อีกครั้งในรอบ4เกมของทีมโปรด(ซามพ์โดเรีย) และเป็นการแฮปปี้เบิร์ดเดย์ให้กับกุนซือป้ายแดงรายนี้ไปพร้อมๆกัน

เปเอสเช และแฟนบอลจะหายงอนเนย์มาร์ในไม่ช้าทูเคิลเชื่อเช่นนั้น

เปเอสเช

    ถ้าเกิดเราจับได้ว่าแฟนเรานอกใจ อยากไปหาคนอื่นเป็นใครก็ต้องไม่พอใจ นั่นเองที่ทำให้เนย์มาร์ประสบชะตากรรม “แฟนงอน” กับเค้าเช่นกัน สำหรับการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากหวนกับไปรับใช้บาเซโลน่าอีกครั้งทั้งๆที่เค้ามีตำแหน่งเป็นเหมือนราชาในหมู่แฟนบอลของปารีส แซงต์ แชร์กแมง นำพาให้ช่วงต้นฤดูกาลสตาร์บราซิลโดนแบนออกจากทีมชุดใหญ่ไปเลยชนิดที่แม้แต่รูปตามร้านขายของที่ระลึกประจำสโมสรยังโดนถอดออกไปด้วยเลย ทว่าสุดท้ายโธมัส ทูเคิลเองก็ได้ออกหน้าขอให้โอกาสเนย์มาร์กลับมาช่วยทำเกมรุกอีกครั้งเนื่องจากเปเอสเชในช่วงเวลานั้นประสบปัญหาในแนวรุกที่ต่างได้รับบาดเจ็บกันมากมายเหลือเกิน

    ทันทีที่ได้รับโอกาสกลับมาลงเล่นเนย์มาร์ก็ตอบแทนทูเคิลอย่างสาสม ด้วยการทำประตูชัยในเกมกับสตาร์บูร์ก แล้วหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ระเบิดฟอร์มซัด4ประตูจาก5นัดหลังสุดชนิดที่เรียกได้เต็มปากว่า ถึงจะรักเนย์มาร์ไม่สุดใจเท่าเก่าแต่ก็ขาดในสนามไม่ได้เสียแล้ว “ แฟนบอลไม่เคยเกลียดการฉลองทำประตู ฉะนั้นถ้าคุณยิงประตูให้ทีมทุกนัด ใครจะเกลียดคุณได้ลงคอละ?จริงไหม? เราต้องค่อยดูเรื่องนี้ต่อไป(ความสัมพันธ์ระหว่างเนย์มาร์กับแฟนบอล) ตอนนี้มันดีขึ้นเรื่อยๆเค้ามีส่วนร่วมกับเกมของเราอย่างมาก เค้าแสดงออกถึงความทุ่มเทที่จะผลักดันทีมไปข้างหน้า ” โธมัส ทูเคิลนายใหญ่เปเอสเชกล่าวชื่นชม

เนย์มาร์ต้องระเบิดฟอร์มให้มากกว่าเก่ากุนซือ เปเอสเช รบเร้า

    โธมัส ทูเคิลผู้ที่ชุบชีวิตเนย์มาร์ในทีมปารีสฯอีกครั้งเคยให้ทัศนะเกี่ยวกับการต้องเล่นภายใต้เสียงครหาจากแฟนบอลของเนย์มาร์ว่าเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ “โอกาสลงสนามนั้นเป็นสิ่งที่ผมมอบให้เค้าได้ แต่แฟนบอลจะให้การยอมรับเค้ามากแค่ไหนนั่นเป็นเรื่องที่เค้าต้องรับมือ และอดทน ”

    เทรนเนอร์ชาวเยอรมันยังกระตุ้นเนย์มาร์ให้สร้างผลงานในระดับที่สูงกว่าเดิม “ ถ้าเนย์มาร์ทำผลงานได้ดีต่อเนื่องมันจะเป็นผลดีต่อสถานการณ์นี้อย่างมาก เค้าเคยทำผลงานได้ดีกับปารีสมาแล้ว แต่เวลานี้ถ้าเค้าอยากได้การยอมรับ(จากแฟนบอล)กลับคืนมาเค้าทำให้ดีกว่าเดิม ซึ่งมันมีแนวโน้มว่าจะเป็นอย่างนั้น เค้าสร้างจังหวะเกมรุกได้ดี,พาบอลไปข้างหน้าอยู่ตลอด ที่เค้าต้องทำต่อไปคือสู้ไปกับทีม เค้าต้องรักษาความกระหายไว้ในระดับสูงต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งเหล่านี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าเนย์มาร์คือสตาร์ลูกหนังตัวจริง ทั้งในแง่ฝีเท้าและความเป็นมืออาชีพ ”

ริโอ ขยี้ซ้ำแฮรี่เคนต้องชิ่งสเปอร์สหากต้องการชูถ้วยแชมป์

ริโอ

   ถ้าเปรียบสนามฟุตบอลเหมือนเวทีมวยเวลานี้สเปอร์สก็เปรียบได้กับนักมวยที่กำลังเมาหมัดอย่างหนักเนื่องจากผลงานในระยะหลังพวกเค้าขาดความคงเส้นคงวา เกมที่ไม่น่าจะยากพวกเค้าก็พลาดท่าเสียง่ายๆซ้ำลายในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกไก่เดือยทองยิ่งขายหน้าหนักเมื่อโดนบาเยิร์น มิวนิคบุกมาต้อนถึงถิ่น7-2 กลายเป็นทีมจากเกาะอังกฤษทีมแรกที่โดนเจาะประตูถึงเจ็ดเม็ดในแม็ตซ์เดียว สิ่งที่ตามมาคือขวัญกำลังใจของทั้งผู้เล่นและนายใหญ่อย่างเมาริซิโอ โปรเชตติโน่กำลังตกต่ำอย่างหนัก

    ในช่วงวิกฤตนี้เองรุ่นนี้ในทีมชาติอังกฤษอย่างริโอ เฟอร์ดินานก็ออกมาผสมโรงทันที ด้วยปรามาศว่าสเปอร์สนั่นเป็นทีมที่เล็กเกินไปสำหรับฝีเท้าของแฮรี่ เคน “ ผมมองไปยังแฮรี่ เคน แล้วผมสัมผัสได้ถึงความปวดร้าว ผมไม่สงสัยในความภักดีที่เค้ามีต่อสโมสร แต่มันคุ้มค่ากันไหม เค้าสู้เต็มร้อยเพื่อทีม แต่สเปอร์สจะสามารถตอบสนองความต้องการในเบื้องลึกของเค้า(แฮรี่ เคน)ได้จริงหรือ? สกอร์ในเกมยูซีแอลคงเป็นคำตอบที่พวกเราได้เห็นกันแล้ว บางทีมันอาจถึงเวลาที่เค้าต้องกล้าตัดสินใจก้าวออกไปเพื่อสนองความต้องการของตัวเองดูบ้าง ” อดีตกองหลังผู้ย้ายมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกกับแมนยูฯแนะนำ

ริโอ ย้อนรอยตนก็ภักดีลีดส์แต่จำใจย้ายไปชูถ้วยพรีเมียฯกับผีแดง

   ริโอ เฟอร์ดินานยังได้ย้อนรอยเรื่องราวสมัยยังค้าแข้งให้แฮรี่ เคนได้ลองคิดตาม “ สมัยผมยังอยู่กับลีดส์ ยูไนเต็ด ตอนนั้นลีดส์ก็เป็นทีมที่ดี เราไปได้สวยในยูซีแอล แต่มันก็เท่านั้น ถึงจุดหนึ่งผมก็ถามตัวเองว่าผมมีโอกาสคว้าแชมป์กับลีดส์ไหม? แล้วก็ได้คำตอบว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ยาก ไม่นานนับจากนั้นผมก็ได้ย้ายมาเล่นที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด นั่นจะจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมได้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก(กับแมนยูฯ)  ”

    “ แฮรี่ เคนยิงประตูได้ต่อเนื่อง ด้วยฝีเท้าระดับนี้เค้าจำเป็นต้องมีถ้วยรางวัลติดไม้ติดมือ ผมมั่นใจว่าเค้าก็กำลังครุ่นคิด เค้าเข้าสู่ช่วยวัยที่เหมาะสม(26ปี) ถ้าอยู่ในทีมที่มีองค์ประกอบดีๆเค้าจะสามารถสัมผัสถ้วยแชมป์ทุกใบตามที่ใจต้องการ ฉะนั้นหากมีโอกาส(ย้ายทีม)เข้ามาให้พิจารณาอีกครั้ง เค้าต้องคิดให้ดี ส่วนสเปอร์สก็ไม่ได้เสียหายอะไรค่าตัวของเคนก็น่าจะเพียงพอจะหาใครซักคนมาทดแทน เพราะพวกเค้าคงไม่อาจไปไกลกว่าจุดนี้(บิ๊กโฟ)แล้ว ” ริโอ เฟอร์ดินานส่งปรารถนาดีไปยังดาวยิงรุ่นน้อง

คอนเต้ &อินเตอร์ยุทธการคว้าสคูเด็ดโต้ดับความซ่าของม้าลาย

คอนเต้

    ต้องบอกว่าปีนี้ฟอร์มเทพจริงๆสำหรับอินเตอร์มิลาน เพราะหลังผ่านเกมการแข่งขันไป5นัด พวกเค้าชนะรวดและเสียไปแค่ประตูเดียวขึ้นเป็นจ่าฝูงของตารางกัลโช่ เซเรียอา ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ต้องยกให้เป็นความดีความชอบของอันโตนิโอ คอนเต้กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาปฏิวัติทีมงูใหญ่ในซีซั่นนี้

    อันโตนิโอ คอนเต้นั่นว่างเว้นจากทำงานมาหนึ่งปีหลังจากประกาศแยกทางกับเชลซีในปี2018 ก่อนจะกลับมารับงานคุมทีมอีกครั้งในบ้านเกิดกับอินเตอร์มิลาน โดยทันทีที่เข้ามารับงานเจ้าตัวก็ได้เปลี่ยนถ่ายผู้เล่นหน้าเก่าออกไปหลายคนไม่ว่าจะเป็น เมาโร อิคาดี้,รัดย่า นาอิงโกลัน,เจา มาริโอ และอิวาน เปริซิส จนกูรูลูกหนังแดนรองเท้าบูทต่างเป็นห่วงว่าทีมงูใหญ่จะผลงานไม่สวยเนื่องจากผู้เล่นหลายคนเป็นนักเตะคนสำคัญของทีม ทว่าสุดท้ายแล้วคอนเต้ก็ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการนำเป็นจ่าฝูงลีกอิตาลี่และมีคะแนนนำยูเวนตุสแชมป์เก่าถึง2คะแนนด้วยกัน

คอนเต้ ชั่วโมงบินสูงสร้างสปริริตห้องแต่งตัวงูใหญ่ได้เร็ว

   ด้วยความที่อันโตนิโอ คอนเต้มีประสบการณ์ทำทีมในกัลโช่ เซเรียอา มาอย่างโชกโชนก็ทำให้นักเตะในทีมอินเตอร์มิลานนั้นยอมรับนับถือได้อย่างรวดเร็ว จนนักเตะใหม่ที่ดึงเข้ามาอย่างดีเอโก้ โกดิน หรือโรเมลู ลูกากูก็ปรับตัวเข้ากับทีมให้ไวตามไปด้วย โดยในรายของลูกากูที่ซีซั่นก่อนตกอยู่ในสภาพจอมฝืดปีนี้ในสีเสื้อลายน้ำเงินดำดาวยิงทีมชาติเบลเยี่ยมก็กลับมาเป็นตัวอันตรายอีกครั้ง(ยิงไปแล้ว3ประตูในกัลโช่) ส่วนในรายของดีเอโก้ โกดินก็เข้ามาทำให้เกมรับของเนรัซซูรี่เหนียวแน่นยิ่งขึ้นจนโดนเจาะตาข่ายไปเพียงแค่เม็ดเดียวนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล

    อีกทั้งบรรยากาศในสนามซ้อมหรือห้องแต่งตัวก็เป็นไปอย่างคึกคัก โดยดีเอโก้ โกดินถึงขนาดออกปากว่าความกลมเกลียวของนักเตะงูใหญ่ในเวลานี้นั้นสูงมากและมีความคล้ายกับอารมณ์ของทีมแอตฯมาดริดที่คว้าแชมป์ลาลีก้าในช่วงปี2013เลยทีเดียว(ทีมตราหมีขึ้นมาเบียดบาซ่าและรีล มาดริดคว้าแชมป์ลาลีก้าในปีนั้น) โดยกองหลังชาวอุรุกวัยยังได้กล่าวชื่นชมว่าคอนเต้มีจิตวิทยาในการดึงเค้นศักยภาพของผู้เล่นออกมาในแต่ละสถานการณ์อย่างชาญฉลาด ทำให้ปีนี้มีโอกาสไม่น้อยเลยทีเดียวที่เราอาจจะได้เห็นแชมป์กัลโช่ เซเรียอาหน้าใหม่อย่างอินเตอร์มิลาน…ก็เป็นได้?

ดอร์ทมุนด์ เกมรับที่สอบผ่านหลังยันบาซ่าได้0-0ในศึกยูซีแอล

ดอร์ทมุนด์

   ซีซั่นนี้โบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ต้องพบงานหินในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อพวกเค้าดันมาอยู่ในกลุ่มเอฟที่มีทีมร่วมกลุ่มอย่างสลัตเวีย ปราก,อินเตอร์ มิลาน และบาเซโลน่า นั่นทำให้ทีมเสือเหลืองต้องวางแผนในแต่ละเกมให้รัดกุมหากหวังที่จะมีลุ้นเข้ารอบต่อไป ซึ่งหลังการยันเสมอบาซ่าในเกมประเดิมสนามก็ถือว่าพวกเค้าทำผลงานได้ไม่เลวที่เก็บแต้มในบ้านได้ โดยต้องยกเครดิตให้กับเกมรับของพวกเค้าที่จับตายแนวรุกบาซ่าจนทำให้ตลอด90นาที ทีมเยือนสร้างโอกาสยิงเพียง5ครั้งและยิงเข้ากรอบแค่หนเดียว

    หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ดอร์ทมุนด์สามารถปิดโอกาสทำเกมรุกของบาเซโลน่าอย่างอยู่หมัดก็เพราะการกลับมาโชว์ฟอร์มเทพอีกครั้งของ มัทท์ ฮุมเมลส์ปราการหลังคนเดิมที่เพิ่งย้ายกลับมาจากบาเยิร์น มิวนิค จนแฟนบอลเสือเหลืองหลายคนฝันถึงโอกาสที่ทีมรักของพวกเค้าจะกลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง(มัทท์ ฮุมเมลส์เคยพาดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์บุนเดสลีก้าสองสมัยในปี2010,2011)

ซอคขาใหญ่ ดอร์ทมุนด์ ชี้ฮุมเมลส์ฟอร์มดียังงี้ต้องคืนทัพอินทรี

    มิชาเอล ซอคผู้อำนวยการกีฬาของดอร์ทมุนด์เป็นอีกคนที่รู้สึกดีใจกับฟอร์มการเล่นของฮุมเมลส์ในซีซั่นนี้ จนเชียร์ให้โยอาคิม เลิฟดึงกองหลังตัวเก่งรายนี้กลับไปติดทีมชาติเยอรมันอีกครั้ง “ เค้าเพิ่งกลับมาเล่นให้เรา(ดอร์ทมุนด์)ไม่นาน แต่ผลงานเค้าดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้ามองไปยังฟอร์มนัดหลังสุดที่เจอกับบาซ่านี่คือฮุมเมลส์ผู้แข็งแกร่งราวหินผาชัด เค้าควรมีโอกาสกลับไปติดทีมชาติหากยังเล่นด้วยฟอร์มแบบนี้ ” โดยฮุมเมลส์กลับมาเป็นหัวใจในเกมรับให้กับดอร์ทมุนด์ในซีซั่นนี้และเป็นนักเตะที่ลูเซียง ฟาฟร์ไว้ใจให้ลงสนามในทุกนัดทุกรายการ

    “ ฮุมเมลส์เป็นกองหลังเบอร์ต้นๆของเยอรมัน ตอนนี้เค้าอยู่ในฟอร์มที่ดีและจะดีต่อเนื่องไปเรื่อยอย่างแน่นอน ถ้าผมเป็นผู้จัดการทีมชาติเยอรมันผมจะเรียกเค้าเข้าแคมป์ทีมชาติด้วย แต่ก็นะ ผมไม่ได้ทำหน้าที่นั้นและมันอยู่นอกเหนือการตัดสินใจของเรา ” ซึ่งก็ยังไม่แน่ว่ามัทท์ ฮุมเมลส์จะถูกเรียกติดธงอินทรีเหล็กอีกหรือไม่ เนื่องจากโยอาคิม เลิฟเคยประกาศที่จะให้โอกาสผู้เล่นหน้าใหม่ๆได้รับโอกาสลงรับใช้ชาติบ้าง(ให้สัมภาษณ์เมื่อเดือนมีนาคม2019)และหลังจากนั้นนักเตะที่คุ้นหน้าคุ้นตาอย่าง มัทท์ ฮุมเมลส์,เยโลม บัวเต็ง,โธมัส มุลเลอร์ และซามี่ เคดิร่าก็แทบจะไม่ถูกเรียกตัวมาเล่นให้ทีมชาติอีกเลย

ผีแดง ต้องให้เวลาโซลชากำจัดจุดอ่อนให้หมดไปเนวิลล์สนับสนุน

ผีแดง

   สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาแมนยูกลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้งด้วยสกอร์1-0เหนือเลสเตอร์ซิตี้ ทว่าแม้จะได้สามแต้มแต่แฟนบอลปีศาจแดงจำนวนไม่น้อยก็ยังคงตำหนิผลงานของผู้เล่นแมนยูว่ายังทำได้ไม่ดีพอแต่อาศัยลูกจุดโทษให้ตั้งแต่ต้นเกมเท่านั้นจึงเอาชนะได้แบบหืดจับ ร้อนให้นักวิจารณ์ตัวยงอย่างแกรรี่ เนวิลล์ต้องออกมาปกป้องอดีตต้นสังกัดอีกครั้ง โดยแบ๊คขวาคนเก่าแก่แห่งโอลด์แทร็ฟฟอร์ดเห็นด้วยว่าผู้เล่นที่ยังไม่ดีพอของแมนยูนั้นโซลชาก็ทราบดีแต่ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่เพื่อจัดการเขี่ยแข้งส่วนเกินเหล่านี้ให้หมด

   “ โซลชาทำงานกับผู้เล่นทุกวัน ผมเชื่อว่าปัญหาที่ผมและแฟนบอลเห็น เค้า(โซลชา)ย่อมรู้ดีกว่าใคร แต่การจัดการนักฟุตบอลที่มีสัญญาอยู่กับสโมสรมันมีรายละเอียดเยอะมาก คุณดูโรเมลู ลูกากูซิกว่าจะย้ายออกไปเนี่ยดีลกินเวลาแค่ไหน? ฉะนั้นแฟนบอลต้องอดทนกันหน่อย คุณได้เห็นแล้วว่าอย่างน้อยทีมมีทิศทางในการจัดการปัญหา หลายๆอย่างกำลังดีขึ้นเรื่อยๆแต่เราต้องไม่เร่งอะไรโซลชามากจนเกินไป ” เนวิลล์ที่ปัจจุบันหันมารับงานวิเคราะห์เกมการแข่งขันผ่านการถ่ายทอดสดแนะนำให้ผลพรรคเรดอาร์มี่สนับสนุนทีมต่อไปอย่างใจเย็น

แกรี่เนวิลล์เชื่อซัมเมอร์หน้า ผีแดง จะลงตัวถ้าโซลชายังอยู่รอด

   โอเล่ กุนน่า โซลชาสามารถพาแมนยูกลับมาติดอันดับท็อปโฟว์ได้อีกครั้ง ซึ่งแกรี่ เนวิลล์ซูฮกผลงานของอดีตเพื่อนร่วมทีม “ มันน่ายินดีที่เรากลับมาเก็บสามแต้มได้อีกครั้ง แม้ในเกมเรายังเห็นข้อผิดพลาดเล็กๆน้อยๆอีกมาก แต่ผมว่าโซลชาก็ทำได้ดีที่สุดเท่าที่ทีมของเราจะเป็นได้แล้ว เราต้องยอมรับว่าแมนยูไม่ได้มีผู้เล่นที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง มันคงต้องมีการเสริมทัพช่วงปีใหม่นี้ และซัมเมอร์หน้า ”

   “ ถ้าคุณดูลิเวอร์พูลแล้วบอกว่าพวกเค้ายอดเยี่ยมเราก็ต้องมองย้อนไปว่า คล็อปป์ใช้เวลานานขนาดไหนกว่าเค้าจะได้ทีมชุดนี้มา โซลชาก็ต้องการเวลาในการบริหารทีมของ มันมีผู้เล่นบางคนที่ยังไม่ดีพอและคงต้องค่อยๆเปลี่ยนถ่ายออกไป ซึ่งการดึงผู้เล่นเข้าและออกมันมีความซับซ้อน นักเตะบางคนสโมสรอยากปล่อยตัวแต่ไม่มีทีมสนใจนั่นทำให้การจัดการผู้เล่นมันต้องใช้เวลา และถ้าบอร์ดบริหารยังคงสนับสนุนเค้าต่อไป ผมเชื่อว่าในซัมเมอร์หน้าเราจะมีผู้เล่นที่แข็งแกร่งในทุกตำแหน่ง ” แกรี่ เนวิลล์กล่าวทิ้งท้าย

หงส์แดง จะได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีกสมใจเสียทีจอห์นบาร์นฟันธง

หงส์แดง

   ซีซั่นที่แล้วหงส์แดงที่ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจแต่ก็ยังโดนแมนซิตี้ปาดหน้าคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าชาวเดอะค็อปก็ยังคงแอบหวังว่าเจอร์เกน คล็อปป์จะนำถ้วยแชมป์กลับมาฉลองที่แอนฟิลด์ได้สำเร็จในซีซั่นนี้ และนักเตะระดับตำนานของลิเวอร์พูลอย่างจอห์น บาร์นก็เป็นอีกหนึ่งคนที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้

   “ ซีซั่นก่อนเจอร์เกน คล็อปป์แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเค้ามีคุณสมบัติที่จะประสบความสำเร็จ และปีนี้พวกเค้ายังเดินหน้าต่อด้วยผู้เล่นชุดเดิม มันเป็นเรื่องดีแน่นอนพวกเค้ามีประสบการณ์มากกว่าเดิม และถ้าดูปฏิกิริยาของลิเวอร์พูลนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลก็ต้องบอกว่ามันน่าจะเป็นปีที่เราะจะได้สมหวังกันเสียที พวกเค้ามีความกระหาย,พวกเค้ารู้จักรับมือสถานการณ์ยากได้ดียิ่งขึ้น มันเป็นพัฒนาการที่ลิเวอร์พูลได้มาจากความผิดหวังในซีซั่นก่อน ” อดีตหัวหอกหงส์แดงกล่าวอย่างมีหวัง

บาห์นซูฮกคล็อปป์ปลุกใจนักเตะ หงส์แดง ให้กลายเป็นนักสู้ผู้ไม่รู้จักแพ้

    ลิเวอร์พูลเก็บ12แต้มเต็มจากโปรแกรมพรีเมียร์ลีก4นัดแรกซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวในซีซั่นใหม่ได้อย่างน่าประทับใจ “ คล็อปป์ใช้เวลาพัฒนาทีมอยู่นาน แต่มันคุ้มค่าเหลือเกิน ซีซั่นที่แล้วพวกเค้าทำได้เยี่ยมแต่ซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่มากกว่าเดิม พวกเค้าสนใจแค่ชัยชนะ ไม่มีข้ออ้างใดๆ ไม่อ้างโปรแกรมการลงเล่นอันถี่ยิบ,ไม่อ้างว่าผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บ หรือแม้แต่ความล้าจากเกมทีมชาติ ลิเวอร์พูลแสดงออกว่าไม่ว่าจะมีอุปสรรคใดๆก็ตามหน้าที่ของพวกเค้าจะไม่เปลี่ยนแปลงนั่นคือต้องเก็บชัยชนะให้ได้มากที่สุด ” จอห์น บาร์นกล่าวชมอดีตต้นสังกัดอย่างออกนอกหน้า

   “ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าลิเวอร์พูลไม่ได้มีแต่ผลงานในสนามเท่านั้น ทว่าสปริริตและจิตใจของนักเตะก็ก้าวกระโดดไปอีกขั้น คล็อปป์ไม่เคยโอ๋ลูกทีม นั่นเป็นแรงกระตุ้นให้ผู้เล่นรู้สึกต้องรับผิดชอบกับผลการแข่งขันในระดับสูง ซึ่งผมกล้าพูดเลยว่าปีนี้ละคล็อปป์จะทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูลได้ฉลองแชมป์ลีกกับเค้าเสียที ” อดีตกองหน้าวัย55กะรัตพูดทิ้งท้าย

   สองซีซั่นที่ผ่านมาลิเวอร์พูลภายใต้ผลงานของเจอร์เกน คล็อปป์นั้นฟอร์มการเล่นอันสุดมหัศจรรย์ เนื่องจากเกมรับก็เหนียวแน่นขึ้นภายใต้การปกกันของเวอร์กิล ฟาน ไดค์ และแนวรุกก็จัดจ้านผ่านผลงานสามประสาน ซาดิโอ มาเน่,โรแบโต้ พีร์มิโน่ และโมฮัมเหม็ด ซาล่า และปีนี้เจอร์เกน คล็อปป์ก็ตั้งเป้าที่จะพาหงส์แดงประเดิมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเป็นสมัยแรกให้จงได้

ลิเวอร์พูล ทำได้!รั้งลอฟเรนไว้กับทีมต่อจนผ่านเส้นตายซื้อขาย

ลิเวอร์พูล

   แม้จะได้ชื่อว่าอยู่ในทีมลิเวอร์พูลชุดคว้าแชมป์UCLเมื่อซีซั่นก่อน ทว่าด้วยบทบาทที่หนักไปทางการเป็นตัวประกอบที่ข้างสนามก็ทำให้เดยัน ลอฟเรนปราการหลังชาวโครแอตไม่ปลื้มนัก และมีข่าวโยงว่าจะย้ายทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่กระทั่งเลยช่วงตลาดปิดไปเป็นที่เรียบร้อย ลอฟเรนก็ยังคงซ้อมอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไปพร้อมคำยืนยันจากเจอร์เกน คล็อปป์ว่าดาวเตะรองแชมป์เวิลด์คั2018จะยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมต่อไป

   แหล่งข่าวดังในแดนผู้ดียืนยันว่าทั้งไบเออร์ เลเวอคูเซ่น และโรม่าต่างพยายามส่งขนมจีบให้ลอฟเรนตลอดช่วงปรีซีซั่น ทว่าต้นสังกัดลิเวอร์พูลแสดงท่าทีไม่สนใจ โดยตั้งเงื่อนไขว่าจะยอมคุยได้หากมีข้อเสนอที่ไม่ต่ำกว่า18ล้านปอนด์เข้ามาให้พิจารณา และไม่สนใจจะปล่อยออกแบบยืมตัวเด็ดขาด ซึ่งเงื่อนไขที่ตั้งไว้นั้นก็ทำให้การเจรจาย้ายออกของลอฟเรนต้องสะดุดลงไป ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นการปัดโอกาสย้ายออกอย่างชาญฉลาดของกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์

ลอฟเรนรับคล็อปป์อยากให้อยู่ ลิเวอร์พูล ต่อชี้ตนยังสำคัญแม้ได้เล่นน้อย

   แม้ปัจจุบันลิเวอร์พูลจะนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกทว่าลอฟเรนกลับยังไม่มีโอกาสลงสนามกับทีมเลยแม้แต่นาทีเดียว “ ถ้ามีนักฟุตบอลซักคนที่บอกว่าก็โอเคนะไม่ต้องลงเล่น แถมยังได้รับค่าเหนื่อย ผมว่าหมอนั้นมันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ไม่มีใครโอเคหรอกที่ต้องนั่งตบยุงข้างสนามและผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ” ปราการหลังวัย30กะรัตเปิดใจ

   “ แต่เจอร์เกนบอกว่าผมยังอยู่ในแผนการทำทีม แค่บทบาทของผมแตกต่างจากเดิมซึ่งผมก็เข้าใจเค้านะ ฤดูกาลที่แล้วช่วงต้นซีซั่นมาติปก็แทบไม่ได้ลงเล่นเลย แต่เค้ากลายเป็นกองหลังตัวหลักในจบซีซั่น เค้าบอกให้ผมอดทนและรอดูไป เงื่อนไขที่จะยอมปล่อยตัวผมก็จะเฉาะในกรณีที่เหมาะสมเท่านั้น เค้าบอกว่าว่าสเตตัสของผมจะไม่พิจารณาปล่อยออกแบบยืมตัวเพราะผมไม่ใช่ส่วนเกินของทีม ”

    “ และเมื่อตลาดปิดเจอร์เกนก็บอกกับผมอีกครั้งว่าโอเค ตอนนี้คงไม่มีเรื่องย้ายทีมมากวนใจนายแล้ว เค้าอยากให้โฟกัสกับการซ้อมกับทีมเท่านั้น เค้าเชื่อมั่นในตัวผมอย่างมาก ซึ่งแน่นอนผมแค่อยากลงสนามผมไม่ได้เกลียดชังสโมสร ฉะนั้นผมก็ต้องทำตัวเองให้พร้อมในทุกสถานการณ์ และรอดูกันไปว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม ” ลอฟเรนกล่าวส่งท้าย

Posts navigation

1 2 3 4 5 6 7
Scroll to top