ลอฟเรน คือจุดอ่อนที่หงส์ชวดไร้พ่ายเกรย์อดีตดาวท็อฟฟี่กล่าว

ลอฟเรน

    หลังความพ่ายแพ้ต่อวัตฟอร์ต0-3ก็เป็นอันว่าลิเวอร์พูลหมดสิทธิ์เป็นแชมป์ไร้พ่ายในซีซั่นนี้อย่างแน่นอนแล้ว ก็ทำให้เกิดกระแสดราม่ากันไปต่างๆนาๆ โดยหนึ่งในนั้นก็เป็นการเรียกแขกของแอนดี้ เกรย์อดีตผู้เล่นของคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเอฟเวอร์ตันที่ออกมาจี้ว่าเดยัน ลอฟเรนคือตัวการสำคัญที่ทำให้หงส์แดงไม่สามารถรักษาสถิติไม่แพ้ใครตลอดหนึ่งฤดูกาลเอาไว้ได้

    ลิเวอร์พูลหยุดสถิติไร้พ่ายไว้เพียง44นัดแต่ก็ถือว่ายังไม่สามารถทำลายสถิติแชมป์ไร้พ่ายของอาร์เซนอลได้ ซึ่งจุดนี้เองที่แอนดี้ เกรย์ผู้ ออกมาวิจารณ์ว่าการปราชัยอย่างเหนือความคาดหมายในครั้งเป็นผลมาจากการที่เจอร์เกน คล็อปป์ส่งเดยัน ลอฟเรนคืนสนามนั่นเอง “ ก่อนหน้านี้ลิเวอร์พูลมีเกมรับที่เหนียวแน่น แต่สิ่งที่ทำกันมาตลอด44เกมกลับถูกดีนี่ย์ทำลายลงอย่างย่อยยับ ผมไม่กล้าบอกว่าลิเวอร์พูลจะไม่แพ้หากเจอร์เกน คล็อปป์ไม่ส่งลอฟเรนลงสนาม แต่อย่างน้อยผมก็มั่นใจว่ามันต้องดีกว่านี้แน่ ลอฟเรนโดนดีนี่ย์เล่นงานอย่างย่อยยับ ชัดเจนมากๆว่าลอฟเรนทำสมดุลในเกมรับของพวกเค้าเสียไป ”

    “ ครั้งสุดท้ายที่ลิเวอร์พูลแพ้ด้วยระยะห่างสามประตู คือการแพ้ต่อสเปร์ส1-4 ซึ่งในเกมนั้นลอฟเรนก็อยู่ในสนามด้วยเช่นกัน ไม่ต้องสงสัยอีกแล้วว่าทำไมพวกเค้าถึงแพ้ให้วัตฟอร์ดในวันนี้เพราะใคร ” อดีตกองหน้าวัย64ปีระบุ

ดีนี่ย์รับจ้องป่วน ลอฟเรน เป็นพิเศษเพราะเป็นจุดอ่อนหงส์แดง

     ด้านทรอยด์ ดีนี่ย์กัปตันทีมวัตฟอร์ดก็ได้ออกมายอมรับความสะใจที่เลือกเล่นงานกองหลังอย่างลอฟเรนตลอดเกมเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้พวกเค้าเอาชนะทีมแกร่งอย่างลิเวอร์พูลได้ในที่สุด “ เรารู้ดีว่าลิเวอร์พูลเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่วัฟฟอร์ดเองก็ไม่คิดจะยอมแพ้ง่ายๆอยู่แล้ว ผู้เล่นทุกคนทุ่มเทอย่างหนัก แล้วพวกเราก็ทำได้สำเร็จ มันไม่ใช่แค่การเอาชนะทีมจ่าฝูง แต่มันคือการเติมความมั่นใจให้กับทีม ”

     “ พวกเค้ามีกองหลังสองคน ผมมองไปที่ฟานไดค์เค้าสูงใหญ่ และรวดเร็วมาก ผมจึงหันไปทำลายสมาธิลอฟเรนแทน ลอฟเรนเพิ่งจะกลับมาลงเล่นเป็นตัวจริง ผมจึงพยายามปั่นประสาทเค้า ผมอาจจะเล่นบอลไม่ได้ก็จริงแต่มันทำให้ทีมเราได้ประโยชน์แล้วเราก็ได้ประตู มันคือการพยายามเอาชนะกันด้วยไหวพริบ วันนี้เราเล่นจังหวะฉาบฉวยกันได้ดีมากๆ แล้วผมเองก็ยังทำประตูได้ด้วย มันช่างเป็นวันที่ยอดเยี่ยม ” หัวหอกวัย31ปีกล่าวอย่างปลื้มใจ

หงส์ คงไม่ฟอร์มเทพอย่างวันนี้ถ้าคูตี้ไม่ขอย้ายหนีซูเนสส์กล่าว

หงส์

    เมื่อแหงนมองตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกก็ต้องบอกเลยว่าหลายทีมมีแต้มตามหลังลิเวอร์พูลต่างถอดใจกันเกือบหมดแล้ว เนื่องจากพวกเค้าทิ้งห่างเลสเตอร์รองจ่าฝูง13คะแนน และห่างแมนซิตี้ที่รั้งที่สามอยู่14คะแนน แถมลงเล่นน้อยกว่าอีกหนึ่งเกมอีกต่างหาก จนสาวกเดอะค็อปต่างยิ้มหน้าบานกันถ้วนหน้า จนอดีตตำนานอย่างแกรม ซูเนสส์ต้องออกมาร่วมแสดงความยินดีกับโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกของลิเวอร์พูล

     “ สองปีมานี้ลิเวอร์พูลพัฒนาฟอร์มการเล่นชนิดไม่มีหยุด ปีก่อนพวกเราเล่นได้ดีแต่ก็ได้แค่รองแชมป์ ผมยังนึกเสียดายว่าปีนี้เราจะยังรักษาฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมไว้ได้หรือไม่ แต่มันกลับกลายเป็นดีกว่าเดิมเสียอีก นี่ปาไปเกือบครึ่งซีซั่นแล้วที่เราชนะรวดและเสมอแค่เพียงเกมเดียว เราทุกคนต่างอยากให้จบฤดูกาลไวๆเพื่อที่จะได้รู้ดำรู้แดงว่าพวกเราจะอยู่ตรงไหนกันแน่ ”

     “ จุดเปลี่ยนสำคัญของลิเวอร์พูลคือการเสียคูตินโญ่ออกไปจากทีม แม้ในเวลานั้นแฟนบอลจะกังวลใจเป็นอย่างมากแต่เจอร์เกน คล็อปป์กลับนำเงินจำนวนดังกล่าวไปเสริมทัพจนเราได้ ฟาน ไดค์ กับอลิสซงมาร่วมทีม ผมติดว่าสองแข้งนี้คือตัวแปรสำคัญที่ทำให้พวกเรายกระดับการเล่นขึ้น มันตลกดีที่เราพูดแบบนี้ทั้งๆที่เมื่อตอนเราเสียคูตี้ให้บาซ่า แฟนบอลหลายคนถึงกลับขู่ค่าเค้าด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เราต่างคิดว่าดีแล้วละที่เค้าย้ายไปเพราะถ้าเค้ายังอยู่ลิเวอร์พูลก็ไม่แน่ว่าจะดีขึ้นผิดหูผิดตาขนาดนี้ ” ซูเนสส์ชี้แจง

หงส์ ทำสถิติไร้เทียมทานในแอนด์ฟิลไม่พ่าย50นัดหลังเฉือนวูล์ฟ

     นอกจากจะทำแต้มนำแบบทิ้งห่างแล้วลิเวอร์พูลยังได้สร้างสถิติใหม่อันไร้เทียมทานหลังจากที่พวกเค้าเปิดแอนด์ฟิลเฉือนชนะวูล์ฟแฮมตันมาได้1-0 เพราะนั่นเป็นการทำให้พวกเค้ากลายเป็นทีมที่ไม่แพ้ใครในบ้านมาแล้วถึง50นัดติดต่อกัน

     ย้อนกลับไปในเดือนเมษายน2017 นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่หงส์แดงปราชัยคาบ้าน1-2ต่อคริสตัล พาเลซ แต่หลังจากนั้นต่อเนื่องกันมาเกือบสองปีพวกเค้าสามารถรักษาความเหนียวแน่นยามได้เล่นเกมเหย้าไว้ได้อย่างต่อเนื่อง และตราบจนปัจจุบันก็ทำให้ไม่เคยมีใครมาเอาสามแต้มกลับออกมาไปจากแอนด์ฟิลได้เลยเป็นจำนวนต่อเนื่องถึง50เกมเข้าไปแล้ว และเจาะลึงลงไปพวกเค้ายังมีอัตราส่วนคว้าชัยสูงถึง80%เนื่องจากพวกเค้าเสมอเพียงแค่10นัดที่เหลือชนะรวดนั่นเอง

อ็อกเหลด รับคล็อปป์ป้ายยาแข้งหงส์จนเสพติดชัยชนะกันยกทีม

อ็อกเหลด

    ให้หลังการมีส่วนร่วมในเกมลิเวอร์พูลเอาชนะไบร์ทตันมา2-1จนส่งผลให้พวกเค้านำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแบบสุดชิลต่อไป อเล็ก อ็อกเหลด-แชมเบอร์เลนก็ได้ออกมายอมรับเจอร์เกน คล็อปป์นายใหญ่ชาวเดอะค็อปได้บ่มเพาะความกระหายให้กับนักเตะทุกคนจนตอนนี้ไม่ว่าจะส่งใครลงสนามก็ทำผลงานกันได้อย่างประทับใจกันถ้วนหน้า

    อเล็ก อ็อกเหลด-แชมเบอร์เลนได้ออกมาชมเชยเพื่อนร่วมทีมที่ช่วยกันอย่างเต็มที่จนเก็บสามคะแนนได้สำเร็จแม้ว่าเกมนี้พวกเค้าจะตกเป็นรองเรื่องจำนวนผู้เล่น เมื่อผู้รักษาประตูอย่างอลิสซง เบ็คเกอร์โดนไล่ออกจากสนามในช่วงครึ่งหลัง “ เรามีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่แล้วในทุกๆเกมมันก็มีความยากลำบากในแบบของมัน แต่ลิเวอร์พูลก็ยังอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์ นี่เป็นอีกหนึ่งเกมที่เราแสดงออกถึงหัวใจที่เข้มแข็ง ช่วงท้ายเกมไบร์ทตันพยายามกดดันเรา แต่พวกเราทุกคนก็ยังช่วยกันได้ดี โดยเฉพาะอาเดรียนเค้าแทบไม่มีเวลาเตรียมตัวแต่ก็ช่วยเซฟจังหวะสำคัญๆให้กับทีมได้ ”

     “ เราทุกคนอยู่ในความกระหายกันทั้งทีม มันทำให้ทุกคนอยู่ในสนามด้วยทัศนคติเพียงอย่างเดียวคือทำให้ทีมชนะ เจอร์เกน คล็ออป์ปลูกฝังสิ่งนี้ให้กับนักเตะจนมันออกดอกออกผลในซีซั่นนี้ ” อดีตมิดฟิลด์ปืนใหญ่กล่าวชื่นชมเจ้านาย

หงส์แดงเดินมาถึงวันนี้ไม่ง่าย อ็อกเหลด เผยทุกคนทำงานกันหนักมาก

    แม้ว่าปีนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่บนคำชื่นชมจากทั่วทุกสารทิศ ทว่าแชมเบอร์เลนก็ได้บอกเพิ่มในรายละเอียดว่ากว่าจะมาถึงฟอร์มอันร้องแรงเช่นทุกวันนี้ ทุกคนในสโมสรต่างทำงานกันอย่างหนัก “ ไม่ใช่แค่เพียงนักเตะเท่านั้นที่ควรได้รับคำชม ผมคิดว่าบุคลากรด้านอื่นๆของสโมสรต่างก็ตั้งใจสนับสนุนพวกเราอย่างเต็มที่ เราไม่อาจมองข้างองค์ประกอบเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ได้ ”

    “ ในส่วนของนักเตะพวกเราค่อยเพิ่มพูนความมั่นใจมากขึ้นกว่าปีก่อน เรามีประสบการณ์มากขึ้น ปีที่แล้วเราเสียแต้มในบางเกมซึ่งมันทำให้เราอดได้แชมป์ ปีนี้เราจึงตั้งเป้าในทุกนัดว่าต้องเก็บแต้มให้ได้ให้มากที่สุด ถ้าเกมไหนเราไม่ได้สามแต้มเราทุกคนคงผิดหวัง เราขยับมาตรฐานของตัวเองขึ้นด้วยทัศนคติที่ยอดเยี่ยม นั่นคือหัวใจหลักที่จะนำพาเราประสบความสำเร็จ ” แชมเบอร์เลนตั้งเป้าที่จะคว้าแชมป์กับลิเวอร์ให้ได้ในซีซั่นนี้ เนื่องจากเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บจนพักยาวและแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับทีมเลยเมื่อซีซั่นที่แล้วนั่นเอง

คล็อปป์ ยังส่องฟอร์มอยู่ตลอดวิลสันปีกตัวเช่าบอร์นมัธปลื้มใจ

คล็อปป์

    เวลานี้ฟอร์มการเล่นของแฮร์รี่ วิลสันตัวริมเส้นคนสำคัญของบอร์นมัธกำลังไปได้สวยหลังจากกดไปแล้ว4ประตูจากการลงเล่13นัด กลายเป็นแข้งหลักที่เอ็ดดี้ ฮาวจะขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว อย่างไรก็ดีวิลสันวัย22ปีนั้นก็ยังคงเป็นสมบัติอันล้ำค่าของลิเวอร์พูลอยู่ดีเพราะในปีนี้เจ้าตัวแวะมาเก็บเลเวลผ่านสัญญายืมตัวเท่านั้น โดยวิลสันออกมาเปิดเผยว่าเจอร์เกน คล็อปป์กุนซือหงส์แดงยังคงติดตามดูฟอร์มการเล่นของตนอย่างต่อเนื่อง

    “ ผมพอใจกับผลงานในตอนนี้ การได้ลงเล่นต่อเนื่องเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยม ยิ่งผมเริ่มทำประตูได้ติดต่อกันมันยิ่งทำให้ผมคิดฝันว่าจะบางทีผมอาจจะได้กลับไปเล่นให้ลิเวอร์พูลในปีหน้า มันไม่ใช่ความเพ้อฝันหรอก เพราะหลังจากเกมที่ผมเล่นกับซิตี้ เจอร์เกน คล็อปป์ก็ส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับผมทันที(แม้ว่าบอร์นมัธจะแพ้1-3) เค้าบอกว่ามันเป็นประตูที่เจ๋งมาก การได้เจอกับอะไรแบบนี้ทำให้ตื้นตันใจเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าผมถูกยืมตัวออกมาแล้วแต่เค้าก็ยังให้ความสำคัญกับผมอยู่ เจ้าช่ายเป็นผู้จัดการทีมที่ยอดเยี่ยมจริงๆ หวังว่าผมจะได้ร่วมงานกับเค้ามากกว่านี้ในปีหน้า ” วิลสันปีกตัวยืมของบอร์นมัธกล่าวอย่างมีหวัง

คล็อปป์ คือเอกอุด้านจิตวิทยาที่แม้แต่นักเตะทีมคู่แข็งยังซูฮก

    เจอร์เกน คล็อปป์เป็นผู้จัดการทีมที่มีความโดดเด่นในด้านการสร้างแรงกระตุ้นที่ไม่ว่าจะเป็นนักเตะหน้าไหนต่างให้การยอมรับ อย่างล่าสุด เควิน เดอ บรอยด์นักเตะของแมนซิตี้ยังออกปากว่าเสียดายที่ไม่เคยร่วมงานด้วย เนื่องจากคล็อปป์เองก็อยากได้ตัวเดอ บรอยด์ตั้งแต่สมัยยังคุมทีมโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์แต่จังหวะไม่ดีที่ในเวลานั้นเชลซีไม่ยอมปล่อยตัว

     หรือแม้แต่นักเตะบาเซโลน่าหลายคนก็ยังคงกังขาว่าเจอร์เกน คล็อปป์ใช้แนวทางไหนในการปลุกใจให้ลิเวอร์พูลกลับมาเขี่ยพวกเค้าตกรอบในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อปีก่อน ซึ่งชัยชนะในครั้งนั้นเป็นเสมือนผลงานระดับมาสเตอร์พีชที่กูรูลูกหนังต่างยกให้เทรนเนอร์ชาวเยอรมันเป็นที่หนึ่งในด้านการปลุกเร้าทีม

     ยิ่งในซีซั่นนี้ลิเวอร์พูลเองสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะได้บ่อยครั้ง จนนักเตะคู่อริอย่างรอย คีน และแกรี่ เนวิลล์ต่างยอมศิโรราบให้คล็อปป์กันทั้งหมด จึงไม่แปลกเลยที่แม้แต่แฮร์รี่ วิลสันจะหลงไหลในคารมณ์ของกุนซือจอมจิตวิทยารายนี้เช่นกัน

ลิเวอร์พูล ทำได้!รั้งลอฟเรนไว้กับทีมต่อจนผ่านเส้นตายซื้อขาย

ลิเวอร์พูล

   แม้จะได้ชื่อว่าอยู่ในทีมลิเวอร์พูลชุดคว้าแชมป์UCLเมื่อซีซั่นก่อน ทว่าด้วยบทบาทที่หนักไปทางการเป็นตัวประกอบที่ข้างสนามก็ทำให้เดยัน ลอฟเรนปราการหลังชาวโครแอตไม่ปลื้มนัก และมีข่าวโยงว่าจะย้ายทีมตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่กระทั่งเลยช่วงตลาดปิดไปเป็นที่เรียบร้อย ลอฟเรนก็ยังคงซ้อมอยู่กับลิเวอร์พูลต่อไปพร้อมคำยืนยันจากเจอร์เกน คล็อปป์ว่าดาวเตะรองแชมป์เวิลด์คั2018จะยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมต่อไป

   แหล่งข่าวดังในแดนผู้ดียืนยันว่าทั้งไบเออร์ เลเวอคูเซ่น และโรม่าต่างพยายามส่งขนมจีบให้ลอฟเรนตลอดช่วงปรีซีซั่น ทว่าต้นสังกัดลิเวอร์พูลแสดงท่าทีไม่สนใจ โดยตั้งเงื่อนไขว่าจะยอมคุยได้หากมีข้อเสนอที่ไม่ต่ำกว่า18ล้านปอนด์เข้ามาให้พิจารณา และไม่สนใจจะปล่อยออกแบบยืมตัวเด็ดขาด ซึ่งเงื่อนไขที่ตั้งไว้นั้นก็ทำให้การเจรจาย้ายออกของลอฟเรนต้องสะดุดลงไป ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นการปัดโอกาสย้ายออกอย่างชาญฉลาดของกุนซือเจอร์เกน คล็อปป์

ลอฟเรนรับคล็อปป์อยากให้อยู่ ลิเวอร์พูล ต่อชี้ตนยังสำคัญแม้ได้เล่นน้อย

   แม้ปัจจุบันลิเวอร์พูลจะนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกทว่าลอฟเรนกลับยังไม่มีโอกาสลงสนามกับทีมเลยแม้แต่นาทีเดียว “ ถ้ามีนักฟุตบอลซักคนที่บอกว่าก็โอเคนะไม่ต้องลงเล่น แถมยังได้รับค่าเหนื่อย ผมว่าหมอนั้นมันต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ไม่มีใครโอเคหรอกที่ต้องนั่งตบยุงข้างสนามและผมก็เป็นหนึ่งในนั้น ” ปราการหลังวัย30กะรัตเปิดใจ

   “ แต่เจอร์เกนบอกว่าผมยังอยู่ในแผนการทำทีม แค่บทบาทของผมแตกต่างจากเดิมซึ่งผมก็เข้าใจเค้านะ ฤดูกาลที่แล้วช่วงต้นซีซั่นมาติปก็แทบไม่ได้ลงเล่นเลย แต่เค้ากลายเป็นกองหลังตัวหลักในจบซีซั่น เค้าบอกให้ผมอดทนและรอดูไป เงื่อนไขที่จะยอมปล่อยตัวผมก็จะเฉาะในกรณีที่เหมาะสมเท่านั้น เค้าบอกว่าว่าสเตตัสของผมจะไม่พิจารณาปล่อยออกแบบยืมตัวเพราะผมไม่ใช่ส่วนเกินของทีม ”

    “ และเมื่อตลาดปิดเจอร์เกนก็บอกกับผมอีกครั้งว่าโอเค ตอนนี้คงไม่มีเรื่องย้ายทีมมากวนใจนายแล้ว เค้าอยากให้โฟกัสกับการซ้อมกับทีมเท่านั้น เค้าเชื่อมั่นในตัวผมอย่างมาก ซึ่งแน่นอนผมแค่อยากลงสนามผมไม่ได้เกลียดชังสโมสร ฉะนั้นผมก็ต้องทำตัวเองให้พร้อมในทุกสถานการณ์ และรอดูกันไปว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม ” ลอฟเรนกล่าวส่งท้าย

อาร์เซนอล แพ้ที่แอนฟิลด์ปัญหาเกมรับที่ต้องแก้ด้วยเกมรุก?

อาร์เซนอล

   ด้วยผลงานสองนัดแรกพรีเมียร์ลีกที่อาร์เซนอลตามบี้ลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่อันดับสองของตาราง ทำให้แม็ตซ์การลงดวลกันที่แอนฟิลด์สาวกกันเนอร์แอบหวังเล็กๆว่าบางทีปีนี้พวกเค้าอาจจะมีลุ้นแชมป์กับเค้าเสียที แต่ทว่าพอลงดวลกันจริงอาร์เซนอลก็แพ้เหมือนเดิม(แพ้ลิเวอร์พูล1-3)ท่ามกลางคำถากถางว่าอาร์เซนอลก็ยังคงมีปัญหาในเกมรับเหมือนเดิม เนื่องจากทั้งสามประตูที่เสียไปเป็นความผิดพลาดในเกมรับทั้งหมด

   หลังเกมดาวิด ลุยซ์ผู้ที่โดนโจมตีอย่างหนักเพราะเสียเชิงให้โมฮัมเหม็ด ซาล่าถึงสองครั้งสองครา “ ผมใช้ชีวิตในสนามฟุตบอลมานาน และมันเป็นเรื่องที่ยากเสมอเมื่อคุณแพ้ แต่ผมก็ผ่านมันมาได้เสมอ ผมย้ายมาอาร์เซนอลเพื่อต้องการประสบความสำเร็จ ผมจะไม่หยุดทำงานหนักเพื่อทีม ขอให้พวกคุณเชื่อเถอะผมพร้อมจะยืดอกสู้ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะก็ตาม ” กองหลังวัย32ปีโพสต์ผ่านโซเชียล

โอบาเมยองนักเตะ อาร์เซนอล ต้องพิสูจน์ตัวผ่านการยิงประตูบิ๊กทีมให้มากขึ้น

   เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดครึ่งเวลาแรก แท้จริงแล้วอาร์เซนอลสู้กับลิเวอร์พูลได้ดีและมีโอกาสที่จะได้ประตูถึงสองครั้ง จากการหลุดจากตำแหน่งของอาเดรียนที่โอบาเมยองได้ยิงแต่หลุดกรอบ รวมไปถึงจังหวะโต้กลับของนิโกล่า เปเป้ที่เจ้าตัวหลุดเดี่ยวไปยิงติดเซฟ หากปืนใหญ่สามารถทำทั้งสองโอกาสให้เป็นประตู ความกดดันจะถาโถมไปยังเจ้าบ้าน และลิเวอร์พูลจะถูกบีบให้เล่นเกมรุกมากขึ้น นั่นแปลว่าโอกาสพลาดพวกเค้าก็มีมากขึ้น แต่กลับกันในเมื่อโอกาสที่น่าจะโดนกลับไม่เสีย ความมั่นใจของลิเวอร์พูลก็ทวีคูณจนนำไปสู่การพังประตูแรกของโจเอล มาติปในช่วงท้ายครึ่งแรก และหลังจากนั้นเกมก็ตกเป็นของเจ้าบ้านทั้งหมด

    บางทีมันอาจไม่มีหนทางใดที่จะทำให้เกมรับของอาร์เซนอลเหนียบหนึบขึ้น แต่มันต้องแก้ด้วยการที่เกมรุกของทีมต้องจบสกอร์ให้คมเพื่อชิงเอาความได้เปรียบ และโยนความกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามให้เร็ว(ชิงเป็นฝ่ายออกนำ) นั่นเป็นปัจจัยที่จะรบกวนสมาธิฝ่ายตรงข้าม ซึ่งลูกทีมของอูไน เอเมรี่ได้รับบทเรียนมาจากแอนฟิลด์ การเล่นกับทีมระดับท็อปตลอดเกมคุณอาจมีโอกาสแค่ครั้งเดียวและถ้าคุณคว้าไว้ไม่ได้คุณก็จะโดนลงโทษ ซึ่งปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองต้องก้าวข้ามมาตรฐานของตัวเองให้ได้ แม้เค้าจะติดทำเนียบดาวซัลโวพรีเมียร์เสมอมาแต่ผลงานการทำประตูใส่ทีมใหญ่ของเค้านั่นยังไม่น่าพึงพอใจเท่าที่ควร

Scroll to top